หนุ่มใหญ่ คลั่งเมายา ขโมยไก่ บุกทุบโอ่งวัด เจอหน้าปลัดอำเภอ วิ่งเข้าใส่ ต่อยหน้าบวมฉ่ำ
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีเหตุการณ์ชายคลุ้มคลั่ง ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญให้ชาวบ้าน พระ และเณร โดยทำลายทรัพย์สิน ทำร้ายร่างกายปลัดอำเภอ ก่อนพกพาอาวุธจะเข้าไปก่อเหตุร้ายในวัดอีก โดยเหตุเกิดที่บ้านนาโก ต.นาโก อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบกับพระครูศรีธรรมโกศล เจ้าคณะอำเภอกุฉินารายณ์ ให้ข้อมูลว่า ชายที่คลุ้มคลั่งเข้ามาทำลายข้าวของภายในวัด และจะทำร้ายญาติโยม พระเณรภายในวัดนั้น ชื่อนายสมิงเด็ด (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้าน มีพฤติกรรมข้องเกี่ยวกับยาเสพติดมานานกว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้เคยโดนจับ ครั้งล่าสุดเมื่อเดือน พ.ย.65 เพราะไปพังประตูบ้านของเพื่อนบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม และพังประตูรั้วบ้านของพี่สาว จึงถูกจับดำเนินคดีจำคุก 1 ปี 2 เดือน ก่อนได้พ้นโทษออกมาช่วงเดือน ธ.ค.66 ที่ผ่านมา
พระครูศรีธรรมโกศลกล่าวอีกว่า กระทั่งล่าสุดเมื่อช่วงเช้า วันที่ 22 ก.พ. ได้ใช้ก้อนหิน ท่อนไม้ ขว้างปาใส่บ้านเรือนชาวบ้านได้รับความเสียหายหลายหลัง นอกจากนี้ยังขโมยไก่ของชาวบ้าน บุกเข้าไปทุบโอ่งทุบถังน้ำภายในวัดได้รับความเสียหายอีก ก่อนจะเดินออกมานอกวัดพบกับ นายสุโข บาลศรี อายุ 56 ปี ปลัดอำเภอกุฉินารายณ์ นายสมิงเด็ดไม่พูดพร่ำทำเพลง ตรงเข้าทำร้ายร่างกายนายสุโข จนได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้าฟกช้ำปูดบวม ตาขวาปิด ปากแตก
จากนั้นนายสมิงเด็ดก็ได้เข้าไปเอามีดพร้อมกับจอบที่บ้านตนเอง แล้วกลับมาวัดสิมนาโกอีก พอดีชาวบ้านที่กำลังทำบุญตักบาตรมองเห็น จึงได้ช่วยกันรุมจับและควบคุมตัวนายสมิงเด็ดเอาไว้ได้ ก่อนโทรศัพท์แจ้งความตำรวจ สภ.กุฉินารายณ์ เพื่อให้มานำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะที่นายสุโข ปลัดอำเภอกุฉินารายณ์ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนเดินออกกำลังกายเหมือนทุกๆ วัน คือเดินเข้าไปในหมู่บ้านแล้วก็เดินกลับมาบ้านของตน แต่โชคร้ายในระหว่างทางที่เดิน ตนก็ได้พบกับนายสมิงเด็ด ซึ่งอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง และเพิ่งบุกไปทำลายข้าวของที่วัดสิมนาโก พอนายสมิงเด็ดมองเห็นตน ก็ตรงเข้ามาลงมือทำร้ายทันที โดยที่ตนไม่สามารถต่อสู้หรือตอบโต้นายสมิงเด็ดได้เลย พอทำร้ายตนจนพอใจแล้วก็เดินผละไปอย่างหน้าตาเฉย
ด้าน พ.ต.อ.เมธาพงษ์ บุญศรี ผกก.สภ.กุฉินารายณ์ กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ก็ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่ให้รุนแรง จนสามารถควบคุมตัวนายสมิงเด็ดเอาไว้ได้ จากนั้นนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) พร้อมข้อหาลักทรัพย์ ส่วนข้อหาทำร้ายร่างกายอยู่ระหว่างการประสานกับผู้เสียหายให้เข้ามาดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ จึงจะสามารถแจ้งข้อหาเพิ่มกับนายสมิงเด็ดได้

