เมียนมายังกักตัว คนงานคอลเซ็นเตอร์ และพนันออนไลน์มีคนไทยเกือบ 150 คนจีนคนเดียว
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ยังคงปฏิบัติงานโดนการลาดตระเวน และออกตรวจสอบตามพื้นที่เสี่ยงตลอดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ด้านอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ รวมไปถึงการลักลอบเข้าเมืองอย่างเข้มงวด ภายหลังในช่วงนี้เจ้าหน้าที่เมียนมาได้ระดมกวาดล้างกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์และพนันออนไลน์ในพื้นที่อย่างหนัก ประกอบกับทางการเมียนมามีนโยบายที่จะเกณฑ์เยาวชนอายุระหว่าง 18-25 ปีไปเป็นทหาร ทำให้อาจมีผู้กระทำผิดอย่างชาวจีน ที่เปิดทำธุรกิจแก๊งคอลเซ็นเตอร์พนันนออนไลน์ หรืออาจมีเยาวชนเมียนมาที่ไม่อยากเป็นทหารหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่รับอนุญาตได้
ส่วนกรณีตำรวจและทหารของประเทศเมียนมา บุกจู่โจมเข้ากวาดล้างบ่อนการพนันออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใน จ.ท่าขี้เหล็ก ติดกับ อ.แม่สาย อย่างน้อย 3 แห่ง หลังโรงแรม 1G1 ติดกับลำน้ำสายชายแดนไทย-เมียนมา เมื่อเช้ามืดวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดมีรายงานว่าได้มีการควบคุมตัวคนไปไว้ในสถานที่คุมขัง โดยเพจข่าวท้องถิ่น เช่น Tachileik News Agency และเพจชุมชนคนท่าขี้เหล็ก มีการรายงานว่าทั้งหมดยังถูกควบคุมตัวไว้ที่บ้านฮ่องลึก ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก ห่างจากด่านพรมแดนไทยประมาณ 6 กิโลเมตร โดยยังไม่มีการปล่อยตัวบุคคลใดออกมา

มีรายงานตัวเลขจำนวนผู้ถูกควบคุมตัวมีเกือบ 700 คน และเป็นชาวจีนแค่ 1 คน ที่เหลือเป็นชาวเมียนมาประมาณ 540 คน และเป็นชาวไทยจำนวน 148 แบ่งเป็นชาย 75 คน และหญิง 73 คน พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์ รถยนต์ 8 คัน รถจักรยานยนต์ 120 คัน ฯลฯ สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ไปทำงานเป็นแอดมินออนไลน์ในท่าขี้เหล็ก แต่เดินทางไปกลับโดยใช้บัตรผ่านแดนชั่วคราวหรือบอเดอร์พาสออกจากจุดผ่านแดนถาวรสะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1 อ.แม่สาย ไปแบบไปกลับหรืออยู่ได้ไม่เกิน 7 วัน ปัจจุบันทั้งหมดยังอยูในกระบวนการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่เมียนมา
รายงานข่าวแจ้งอีกว่าปฏิบัติการปราบปรามใน จ.ท่าขี้เหล็ก ดังกล่าวมีเบื้องหลังมาจากการที่กองทัพภาคสามเหลี่ยมซึ่งเป็นกองทัพเมียนมาที่มีกองบัญชาการใหญ่อยู่ที่ จ.เชียงตุง และดูแลรัฐฉานตะวันออกคือ จ.เชียงตุง จ.เมืองสาด และ จ.ท่าขี้เหล็ก ได้วางแผนและเปิดปฏิบัติการดังกล่าวโดยร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและตำรวจของ จ.ท่าขี้เหล็ก

โดยมีรายงานด้วยว่ากลุ่มผู้ถูกจับกุมโดยเฉพาะคนไทยจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเมียนมาแล้วเสร็จก่อน ถึงจะมีส่งตัวให้กับทางการไทย ส่วนกรณีที่มีสื่อบางแห่งระบุว่าช่วงนี้ทางเมียนมาห้ามการเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวหรือนำขนส่งสินค้าไปในประเทศ นั้นยังไม่มีการห้ามแต่อย่างใด ยังสามารถเข้าไปท่องเที่ยวหรือทำการค้าหรือขนส่งสินค้าได้ตามปกติ แต่อาจมีการตรวจตราจากเจ้าหน้าที่เมียนมาที่เข้มงวดขึ้นเท่านั้นเพื่อป้องกันการนำสิ่งผิดกฎหมายหรือสิ่งที่จะนำเข้าไปสร้างสถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศเมียนมาได้



