หน้าแรก ภูมิภาค เปิดไทม์ไลน์ ...

เปิดไทม์ไลน์ หญิงเผานั่งยางแฟนสาว อึ้ง ตอนเผายังพาลูกบุญธรรมนั่งรถไปด้วย

25.02.24 | 16:50 น.

เปิดคำสารภาพพร้อมไทม์ไลน์ หญิงเผาศพแฟนสาวนั่งยาง

ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ควบคุมตัวผู้ต้องหาหญิงวัย 39 ปี ชาว อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น พร้อมรถยนต์ของกลางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บ่อกำจัดขยะ อบต.ละหานนา พร้อมจำลองเหตุการณ์ที่ผู้ต้องหาอ้างว่า ผู้ตายอาการป่วยกำเริบก่อนสิ้นใจตายที่บ้านพัก จ.สมุทรปราการ ก่อนจะใช้ผ้าห่มห่อศพใส่ท้ายรถยนต์เก๋งมาที่บ้านเกิด อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น และนำศพมาเผา โดยมีลูกชายวัย 6 ขวบ นั่งอยู่ในรถยนต์ด้วยขณะที่ผู้ต่องหานำศพผู้ตายลงไปเผา

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ รองผู้บังคำการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น พ.ต.อ.พรศักดิ์ งามดี ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น พ.ต.อ.สมมาตย์ มั่งไธสงค์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแวงน้อย พร้อมตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันควบคุมตัว น.ส.ไพจิตร คนคิด อายุ 39 ปี หรือไก่ ชาวบ้านหนองดู่ หมู่ 4 ต.ละหานา อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาในคดีฆ่าเผานั่งยาง น.ส.เบญญาภา ปาณพันธ์ประภา หรือเป้ อายุ 47 ปี ชาวบ้านหมู่ 20 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ่อกำจัดขยะของ อบต.ละหานนา ในพื้นที่บ้านหนองดู่ หมู่ 4 ต.ละหานนา

หลังจากเมื่อวานนี้ (24 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แวงน้อย ร่วมกับตำรวจชุดคลี่คลายคดี ได้นำตัว น.ส.ไพจิตร มาสอบสวน ภายหลังจากสืบสวนจนทราบข้อมูลว่า ในหมู่บ้านหนองดู่ หมู่ 4 ต.ละหานนา ใกล้กับจุดเกิดเหตุ มีหญิงต่างถิ่นมาพักอาศัยอยู่กับผู้ต้องหาหายตัวไป จึงได้เข้าตรวจสอบที่บ้านพักของผู้ต้องหา พบผู้ต้องหา พร้อมรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ซ สีขาว ทะเบียน 1 กค 4384 กรุงเทพฯ จอดอยู่บ้านพักเชิญตัวมาสอบสวน จนกระทั่งให้การรับสารภาพว่า ตนเองเป็นผู้นำศพของ น.ส.เบญญาภา ผู้ตาย มาเผาที่บ่อขยะจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่า น.ส.เบญญาภา

โดยในจุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ่อขยะ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ให้ น.ส.ไพจิตร จำลองเหตุการณ์ เริ่มต้นจากวันที่ น.ส.ไพจิตร นำศพของผู้ตายมาเผา โดยใช้รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ซ สีขาว ทะเบียน 1 กค 4384 กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นรถยนต์ของผู้ตาย เป็นยานพาหนะในการนำศพมาเผาที่บ่อขยะ โดยขับรถมาจอดอยู่บริเวณถนนรอบบ่อกำจัดขยะทางด้านทิศเหนือ ในเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที่ 13 ก.พ.67 ที่ผ่านมา ซึ่งในรถนอกจากจะมีศพของผู้ตายที่ถูกห่อด้วยผ้าห่มสีกรมท่าและใช้เชือกมัดไว้อย่างดีวางอยู่ท้ายรถ มียางรถยนต์เก่า จำนวน 2 เส้น และน้ำมันเบนซิน 95 จำนวน 1 แกลลอน ราคา 100 บาทแล้ว ภายในรถคันดังกล่าว ยังมี “น้องเอ (นามสมมุติ)” อายุ 5 ขวบ ลูกชายบุญธรรมที่ น.ส.ไพจิตร ผู้ต้องหา และ น.ส.เบญญาภา ผู้ตาย รับมาเลี้ยงเป็นลูก นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับด้วย

Advertisement

โดยหลังจากที่ขับรถยนต์คันดังกล่าวมาจอดที่บริเวณขอบบ่อกำจัดขยะ น.ส.ไพจิตรได้เปิดประตูหลังของรถยนต์ ก่อนที่จะอุ้มและลากร่างของผู้ตายที่ถูกห่อด้วยผ้าห่มลงจากรถมาวางไว้ที่ขอบบ่อ จากนั้นได้นำเอายางรถยนต์ จำนวน 2 เส้น มาวางทับศพเอาไว้ จากนั้นได้กลิ้งล้อรถยนต์และผลักห่อศพของผู้ตายลงไปในบ่อขยะ ลึกประมาณ 3 เมตร แล้วจึงเปิดเอาแกลลอนน้ำมันที่เตรียมมาเดินลงไปที่ก้นบ่อขยะ ก่อนที่จะเริ่มจัดเตรียมการเผาศพ โดยนำล้อรถยนต์วางไว้ก่อน 1 เส้น จากนั้นลากห่อศพของผู้ตายวางบนล้อยางรถยนต์ แล้วใช้ยางรถยนต์อีกเส้นวางทับ นำน้ำมันที่เตรียมมาราดลงบนกองศพแล้วจุดไฟเผา โดย น.ส.ไพจิตรเล่าว่า ตนใช้เวลาในการเผาศพประมาณ 10 นาที จึงขับรถออกจากบ่อขยะไป และในช่วงที่ทำการเผาศพ น้องเอ ลูกบุญธรรม อายุ 5 ขวบ กำลังนั่งเล่นเกมโทรศัพท์อยู่ภายในรถยนต์

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ น.ส.ไพจิตร จำลองเหตุการณ์ที่ได้ห่อศพและนำศพผู้ตายขึ้นรถยนต์ก่อนจะพาศพมาที่ อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น เพื่อเผาอำพราง โดย น.ส.ไพจิตรให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในระหว่างการทำจำลองเหตุการณ์ว่า ในวันเกิดเหตุ วันที่ 12 ก.พ.67 เวลาประมาณ 12.00 น. ในระหว่างที่ตนเองและ น.ส.เบญญาภา กำลังทานข้าวเที่ยงอยู่ที่บ้านของ น.ส.เบญญาภา ใน ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ น.ส.เบญญาภาได้บอกกับตนเองว่า มีอาการแน่นหน้าอก ขอตัวไปนอนพัก ซึ่งอาการนี้ น.ส.เบญญาภา มักจะเป็นอยู่ประจำ เนื่องจากมีโรคประจำตัว แต่ทุกครั้งที่ไปนอนพักก็จะดีขึ้น กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที ตนเห็นว่า น.ส.เบญญาภาเงียบผิดปกติ จึงเดินเข้าไปดูในห้องนอน ก็ได้เรียก น.ส.เบญญาภา แต่ไม่ตอบ เมื่อไปดูใกล้ๆ ก็พบว่า น.ส.เบญญาภา หน้าซีดและจับชีพจรดูก็พบว่า ไม่หายใจ จึงได้นำเอาน้ำมาลูบหน้า แต่ไม่ฟื้น ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกจึงได้นำเอาผ้าห่มที่อยู่ในห้องนอนมาห่อร่างของ น.ส.เบญญาภา แล้วใช้เชือกมัด แล้วอุ้มร่างของ น.ส.เบญญาภา ขึ้นท้ายรถยนต์ ก่อนจะขับรถกลับมาบ้านที่ บ้านหนองดู่ หมู่ 4 ต.ละหานนา อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น พร้อมกับศพของผู้ตาย โดยเดินทางมาถึงบ้านในเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 12 ก.พ.67

น.ส.ไพจิตรให้การต่อว่า หลังจากที่เดินทางมาถึงบ้าน ตนก็ไม่ได้บอกให้พ่อแม่ที่อยู่บ้านทราบว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น และในช่วงเช้ายังได้ใช้รถคันดังกล่าวไปส่งน้องเอ วัย 5 ขวบ ไปโรงเรียน ในเวลาประมาณ 07.30 น. ทั้งที่ศพยังอยู่บนรถ เมื่อส่งน้องเอเสร็จก็ได้เดินทางไปที่บ้านของพ่อและแม่ ในหมู่บ้านเดียวกัน เพื่อไปเอายางรถยนต์ที่เก็บไว้ที่บ้านหลังดังกล่าวมากว่า 10 ปี ขึ้นไว้บนรถยนต์ จากนั้นในช่วงบ่าย จึงเดินทางไปซื้อน้ำมันที่ปั๊มพีที ริมถนนสายแวงน้อย-ชัยภูมิ มาเตรียมไว้ จนกระทั่งเวลาประมาณ 15.30 น. ก่อนที่จะนำศพมาเผา น.ส.ไพจิตรได้เดินทางไปรับน้องเอที่โรงเรียน แล้วพาไปแวะซื้อขนมที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง (7-11) ในพื้นที่ ต.ละหานนา จากนั้นได้ขับรถยนต์มุ่งหน้ามายังบ่อกำจัดขยะ ในพื้นที่บ้านหนองดู่ หมู่ 4 ซึ่ง น.ส.ไพจิตรรู้จักเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นคนในพื้นที่ ก่อนที่จะทำการเผาศพดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.พรศักดิ์ งามดี ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยการสืบสวนสอบสวน จนนำไปสู่การจับกุมตัวผู้ต้องหาว่า นับตั้งแต่ที่มีการระดมทีมสืบสวนสอบสวนเพื่อคลี่คลายคดีนี้ เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีได้มีการตั้งข้อสันนิษฐานว่า ผู้ก่อเหตุจะต้องเป็นคนที่รู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี และหากผู้ตายไม่ใช่คนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ก็อาจจะเป็นคนพื้นที่อื่น ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง จึงได้มีการประกาศและประชาสัมพันธ์ผ่านทางสื่อมวลชนว่า หากประชาชนหรือครอบครัวใดที่คนในครอบครัวหายตัวไป ให้มาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ซึ่งแปลกมาก เพราะแม้จะมีการประกาศไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีญาติซึ่งเป็นคนในพื้นที่ จ.ขอนแก่น เข้ามาให้ข้อมูล และคนที่เข้ามาให้ข้อมูลเมื่อตรวจสอบแล้วก็พบว่า ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ตาย จนกระทั่งการสืบสวนสอบสวนเริ่มมีความชัดเจนขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ข้อมูลว่าในพื้นที่ ต.ละหานนา อ.แวงน้อย มีหญิงรายหนึ่งที่ไม่ใช่ราษฎรในพื้นที่ มาอาศัยอยู่กับหญิงรายหนึ่งในลักษณะคบหากันเป็นแฟน โดยอาศัยอยู่ด้วยกันมาเกือบ 10 ปีแล้ว โดยทั้งคู่ได้ร่วมกันประกอบอาชีพปลูกผักขาย ได้เดินทางออกจากพื้นที่ไปก่อนวันพบศพถูกเผานั่งยาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สอบถามชาวบ้านในละแวกพื้นที่ จนกระทั่งพบพิรุธว่า น.ส.ไพจิตรได้บอกกับพยานบุคคลรายนี้ว่า จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการสืบสวนสอบสวนต่อไปอีก จนกระทั่งพบข้อพิรุธหลายอย่าง จึงได้เชิญตัว น.ส.ไพจิตรมาสอบสวน จนกระทั่ง น.ส.ไพจิตรให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือเผาศพผู้ตายจริง แต่ยังคงปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนฆ่า

พ.ต.อ.พรศักดิ์เปิดเผยอีกว่า จากการตรวจสอบย้อนหลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า ในวันที่ 12 ก.พ.67 น.ส.ไพจิตรได้มีการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องซื้อขายที่ดินในแอพพลิเคชั่น Google วันที่ 13 ก.พ.67 ได้มีการค้นหาวิธีการเผานั่งยาง มีการค้นหาว่า ธรรมชาติของศพหากตายแล้วกี่วันจึงจะเน่าเหม็น ซึ่งพฤติการณ์เหล่านี้ทำให้เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของ น.ส.ไพจิตร จึงต้องทำการสืบสวนขยายผลต่อไปจนกว่าจะสิ้นข้อสงสัย

ขณะที่ พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหา ผู้ต้องหายังให้การภาคเสธว่าไม่ได้ลงมือฆ่าผู้ตาย แต่รับสารภาพว่าเป็นคนเผาอำพรางศพจริงและลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว

อย่างไรก็ตาม ตำรวจมีพยานหลักฐานทั้งในวันก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุซึ่งยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด ซึ่งจากข้อมูลยืนยันว่าทั้งคู่อยู่กินและร่วมกันประกอบอาชีพค้าขายมาเป็นเวลานับ 10 ปี ส่วนรถยนต์ก็เป็นชื่อของผู้ตาย เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน ลักทรัพย์หรือรับของโจร ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย และควบคุมตัวส่งฟ้องศาลต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง