ผกก.สภ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น สั่งการสิบเวรเข้าประจำการภายในห้องควบคุมผู้ต้องขัง พร้อมให้กำลังสายตรวจ 20 ตรวจสอบความเรียบร้อยในห้องขังทุก 1 ชม. ป้องกันผู้ต้องหาคดีเผานั่งยางคิดสั้น หลังมีอาการเครียด
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น นำโดย พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ รองผู้บังคำการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น พ.ต.อ.พรศักดิ์ งามดี ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น พ.ต.อ.สมมาตย์ มั่งไธสงค์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแวงน้อย พร้อมตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันควบคุมตัว น.ส.ไพจิตร คนคิด อายุ 39 ปี หรือไก่ ชาว ต.ละหานนา อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาในคดีฆ่าเผานั่งยาง น.ส.เบญญาภา ปาณพันธ์ประภา หรือเป้ อายุ 47 ปี ชาว ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ่อกำจัดขยะของ อบต.ละหานนา ในพื้นที่บ้านหนองดู่ หมู่ 4 ต.ละหานนา ในช่วงบ่ายที่ผ่านมา ก่อนจะควบคุมตัวผู้ต้องหามาไว้ที่ห้องควบคุมผู้ต้องขังของ สภ.แวงน้อย เพื่อทำการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม และหลังจากที่ผู้ต้องหาถูกนำตัวเข้าในห้องขังของ สภ.แวงน้อย ซึ่งได้มีการปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกันได้มีผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองดู่ หมู่ 4 พานางสมร (สงวนชื่อ-นามสกุล) มารดาของ น.ส.ไพจิตร ผู้ต้องหา มาเยี่ยมลูกสาวภายในห้องขัง โดยขอไม่ให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพ
ทั้งนี้ นางสมร (สงวนชื่อ-สกุล) มารดาของ น.ส.ไพจิตร ผู้ต้องหา ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ตนไม่เชื่อว่าลูกสาวจะก่อเหตุฆ่า น.ส.เบญญาภา หรือเป้ เพราะทั้งสองคนรักกันมาก และ น.ส.ไพจิตร ก็รักและดูแล น.ส.เป้ มาโดยตลอด โดยหลายปีก่อนทั้ง 2 คนทำงานค้าขายด้วยกันที่ กทม. ก่อนที่ น.ส.เป้ จะเริ่มป่วยด้วยหลายโรค ลูกสาวของตนจึงได้พา น.ส.เป้ กลับมารักษาตัวอยู่ที่บ้าน ที่บ้านหนองดู่ หมู่ 4 โดยอาศัยอยู่ด้วยกันกับพ่อและแม่ ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่าง 2 คนจะเรียกว่าแฟนก็ไม่ผิด โดยตั้งแต่ที่ น.ส.เป้ ล้มป่วย ลูกสาวของตนก็ดูแลรักษามาโดยตลอด จนต้องขายควาย ขายที่นา ที่สวน เพื่อนำเงินมารักษา น.ส.เป้ หากลูกสาวของตนไม่ดูแลรักษา ป่านนี้ น.ส.เป้ คงเสียชีวิตไปนานแล้ว ตนจึงไม่เชื่อว่าลูกจะลงมือฆ่า น.ส.เป้ ได้ลงคอ เพราะหากอยากให้ตายคงไม่เสียเวลารักษาให้อาการดีขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้
นางสมรเล่าอีกว่า ในช่วงที่ทั้ง 2 คนอาศัยอยู่ด้วยกัน พ่อและแม่ก็ทราบว่า น.ส.เป้ มีอาการป่วย หลายครั้งที่เวลา น.ส.เป้ กินอะไรลงไปก็มักจะมีอาการแน่นหน้าอก แต่พอไปนอนพักอาการก็จะดีขึ้น และจากการที่ตนเองได้สอบถามลูกสาวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าเป็นมาอย่างไร ลูกสาวก็บอกกับตนด้วยสีหน้าเศร้าหมองและเครียดว่า ไม่ได้เป็นคนฆ่า น.ส.เป้ แต่ที่ต้องห่อศพแล้วนำศพมาเผาโดยไม่ยอมบอกใคร เพราะตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก มันมืดแปดด้าน อีกทั้งในวันที่พาศพมาบ้านก็ไม่กล้าบอกพ่อและแม่ เพราะกลัวพ่อและแม่จะช็อกเพราะต่างก็อายุมากแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยภายในห้องควบคุมผู้ต้องขัง พ.ต.อ.สมมาตย์ มั่งไธสงค์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแวงน้อย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่สิบเวรหน้าห้องควบคุมผู้ต้องขัง เข้าไปประจำการอยู่บริเวณหน้าห้องที่ใช้ควบคุม น.ส.ไพจิตร ผู้ต้องหาในคดี และให้เจ้าหน้าที่สายตรวจ 20 เข้ามาตรวจสอบความเรียบร้อยทุก 1 ชม. เนื่องจากผู้ต้องหามีความเครียด เกรงว่าจะก่อเหตุไม่คาดคิดขึ้นได้ จึงต้องมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ประจำการตลอด 24 ชม.








