หนุ่มป่วยจิตเวช 36 ฉุนพี่เขยไม่พาไปรับยา คว้ามีดแทงเจ็บ ระบายโดนดูถูกจนรู้สึกกดดัน ตร.ยังไม่เอาผิด
เมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ขณะที่ ร.ต.อ.ถิรโยธิน ทรัพย์สิน รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ออกตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนทำร้ายร่างกายกันด้วยอาวุธมีด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 562 ซ.บุญเกิด 3 ม.10 บ.ดอนภู่ ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังรับแจ้งเหตุจึงนำกำลังสายตรวจ พร้อมด้วยอาสากู้ภัยอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน รุดไปตรวจสอบ
ที่บริเวณปากซอยบุญเกิด 3 พบนายพัสกร ศรีวงษา อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 646/45 ม.7 ต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี มีบาดแผลถูกมีดแทงเข้าบริเวณสีข้างด้านขวา และข้อพับแขนซ้าย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เบื้องต้นอาสากู้ภัยได้ทำแผลปฐมพยาบาลเบื้องต้น สามารถให้การได้ตามปกติ โดยมี น.ส.ฐิติมา กุลทอง อายุ 37 ปี ภรรยานายพัสกร เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง ส่วนที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว มีรั้วรอบขอบชิด มีนายภาคภูมิ กุลทอง อายุ 36 ปี น้องชาย น.ส.ฐิติมา น้องภรรยาผู้บาดเจ็บ นั่งสั่นกลัวอยู่หน้าประตูเข้าตัวบ้าน ซึ่งนายสุรชาติ ศิริยั่งยืนสกุล อายุ 58 ปี เพื่อนบ้าน และหัวหน้างานนายภาคภูมิ ได้เข้ามาช่วยระงับเหตุและปลอบใจผู้ก่อเหตุอยู่ไม่ห่าง
นายสุรชาติ เพื่อนบ้าน เล่าว่า ตนมีบ้านอยู่ติดกันกับบ้านที่เกิดเหตุ ตนทำงานขนส่งเอกชน มีนายภาคภูมิ เป็นลูกจ้าง เพราะตนสงสารเขา เห็นว่าเขาว่างงาน ซึ่งก็รู้ว่าเขาป่วยเป็นจิตเวช พอรู้ว่าเขาอาละวาดใช้มีดแทงพี่เขย ตนก็รีบออกมาดู ตนไม่กลัว เพราะรู้ว่าต้องคุยกับเขาแบบไหน และเมื่อดูพฤติกรรมแล้วมีอาการเย็นลงสามารถพูดคุยได้ จึงได้เข้าไปคุยกับเขา นายภาคภูมิ เป็นคนเก็บกด บ่นให้ฟังเสมอว่าพี่เขยชอบด่า ตนก็บอกให้อดทนเพราะอยู่ด้วยกัน ให้พูดคุยกัน แต่ก็มาเกิดเรื่องจนได้

นายภาคภูมิให้การด้วยอาการสั่นกลัวว่า ลงมือแทงนายพัสกร พี่เขยจริง เพราะโมโหที่เขาไม่พาไปหาหมอ เพื่อไปรับยาจิตเวชที่โรงพยาบาล และพี่เขยชอบดุด่าตน หาว่าตนเป็นภาระ ดูถูกตนว่ามีเงินเดือนน้อย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตนทำงานเป็น รปภ. ได้เงินเดือน 15,000 บาท ตนเงินเดือนมากกว่าเขา ตนก็ยังเจียดเงินมาให้เขา 500 บาททุกเดือน คนเราต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่ใช่มาดูถูกกันแบบนี้ ตนกดดัน ตนทนไม่ไหว จึงก่อเหตุในครั้งนี้ โดยใช้มีดทำครัวที่อยู่ในบ้าน แต่ก็อยากขอโทษพี่เขยที่ทำลงไป ตนขอโทษจริงๆ
นายพัสกร ผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ช่วงเย็นวันนี้นายภาคภูมิบอกให้ตนและภรรยาพาไปรับยาที่โรงพยาบาลพรุ่งนี้เช้า แต่ตนเห็นว่าเขาก็สามารถขี่รถจักรยานยนต์ไปรับเองได้ และรถจักรยานยนต์ก็ซ่อมเสร็จแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหา พวกตนก็บอกเขาให้ไปเอง แต่เขาก็บอกว่ารถไม่มีน้ำมัน หลังจากนั้นตนก็เข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ พออาบเสร็จออกมาจากห้องน้ำ เขาก็เอามีดมาแทงตนทันที ตนก็ต่อสู้ กอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน เมื่อดิ้นหลุดออกมาได้ ก็รีบวิ่งออกมาหน้าปากซอย ตรวจดูร่างกายก็พบว่าโดนแทง ภรรยาจึงรีบโทรบอกเจ้าหน้าที่มาทันที
น.ส.ฐิติมาเล่าว่า ตนและสามีทำงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง น้องชายป่วยจิตเวชมานานแล้ว พวกตนก็ดูแลกันมาตลอด และที่ผ่านมาน้องมีอาการดีขึ้น จึงบอกให้น้องไปโรงพยาบาลเพื่อไปรับยาเองคนเดียว เพราะพวกตนก็มีงานที่ต้องรับผิดชอบ แต่วันนี้ไม่รู้น้องคิดยังไงถึงมาบอกให้พวกตนพาไปโรงพยาบาลตอนเช้าพรุ่งนี้ เขาคะยั้นคะยอจะให้พาไป สามีเลยบอกเขาว่าไปเองได้ทำไมไม่ไป เขาก็เลยโมโห พอสามีออกมาจากห้องน้ำเขาก็แทงทันที
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายภาคภูมิไปทำการสงบสติอารมณ์ที่ สภ.เมืองอุดรธานี ก่อนนำตัวไปรับรักษาที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี เพื่อให้มีอาการดีขึ้น ส่วนนายพัสกร ผู้บาดเจ็บ หลังให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสากู้ภัย ได้นำตัวไปตรวจร่างกายซ้ำอีกครั้งที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี ซึ่งยังไม่สรุปว่าประสงค์จะเอาผิดกับนายภาคภูมิ น้องภรรยาหรือไม่ ต้องรอผู้บาดเจ็บเข้าไปแจ้งความที่ สภ.เมืองอุดรธานีอีกครั้งหนึ่ง

