ตำรวจทางหลวงสกัดจับรถกระบะขนแรงงานต่างด้าว นอนอดข้าวอดน้ำตากแดดในกระบะ 13 คน
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ ผกก.1 บก.ทล. ให้ข้อมูลว่า ช่วงเวลาประมาณ 13.00 น.ขณะที่ รถยนต์สายตรวจ ตำรวจทางหลวง ออกตรวจสอบสภาพการจราจรและป้องกันเหตุอาชญากรรม อยู่บนถนน ทางหลวงหมาเลข1 สายพหลโยธิน ขาเข้ากรุงเทพมหานคร พบเห็นรถยนต์กระบะ โตโยต้าสีดำ หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร ขับขี่ด้วยความเร็วที่ท้ายกระบะมีผ้าสแลนสีดำคลุมอยู่ ต้องสงสัย จึงได้ขับติดตามไป พร้อมกับเปิดสัญญาณไฟเรน เรียกให้หยุดรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจ วิทยุขอกำลังสนับสนุน ให้ช่วยปิดถนนเพื่อสกัดจับกุมรถกระบะคันดังกล่าว
จนสกัดรถได้ที่บริเวณ หลักกิโลเมตรที่ 75-76 ต.สนับทึบ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา จาการตรวจค้น พบ นายกฤษดา อายุ 23 ปี ชาวจังหวัดตาก เป็นคนขับรถ ตรวจสอบภายในกระบะพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 13 คน เป็นชาย 9 คน หญิง 4 คน ทั้งหมด ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดแสดง
นายกฤษดา พนาประสิทธิ์ อายุ 23 ปี คนขับรถยนต์กระบะ รับสารภาพว่า ได้รับการติดต่อจากชายชาวเมียนมา ไม่ทราบชื่อ ติดต่อว่าจ้างให้ไปรับแรงงานต่างด้าว ที่ป่ารกร้างข้างทาง ใน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เพื่อไปส่ง ในพื้นที่กรุงเทมหานคร โดยได้รับค่าจ้าง 6,000 บาท ก่อนหน้านี้เคยเคยรับจ้างขนแรงงานต่างด้าวมาแล้ว 2-3 ครั้ง จะหลบเลี่ยงเส้นทางที่จะมีด่านตรวจและ มีตำรวจทางหลวงออกตรวจ เป็นประจำ หากพบเห็นจะจอดรถหลบซ่อนตามป่าข้างก่อน เพิ่งจะมาถูกจับกุม
สอบถามแรงงานต่างด้าวที่ถูกจับกุม ทราบว่า ลักลอบเดินเท้ามาตามแนวชายแดน ผ่านช่องทาง ธรรมชาติเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย จากนั้น จะมีคนพามาส่งขึ้นรถ มาส่งที่กรุงเทพมหานคร จะต้องเสียค่าใช้จ่าย คนละ 16,000-20,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าแรงงานต่างด้าวทั้งหมดที่อยู่ในกระบะ ต้องอดทนนอนนั่งตากแดด มาตลอดทางและอดข้าวอดน้ำ มา 2 วัน เนื่องจาก หากจอดรถแวะกินข้าวหรือซื้อน้ำดื่มจะเป็นที่ผิดสังแกตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ต้องจัดหาข้าวกล่อง และน้ำดื่ม ให้กับกลุ่มแรงานต่างด้าวทั้งหมด
จากนั้น ได้ควบคุมตัว คนขับรถยนต์กระบะ พร้อมกับแรงงานต่างด้าว ส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินคดี พร้อมกับประสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพระนครศรีอยุธยา ผลักดันแรงานต่างด้าวกลับประเทศ ตามขันตอนต่อไป



