หนุ่มวัย 19 ใช้ปืนยิงลุงตัวเองวัย 57 เสียชีวิตคาบ้าน เผยมีเรื่องทะเลาะกันเรื่องที่ดินมรดก 10 ไร่และบ้านมานาน 6 ปีถึงขั้นฟ้องร้อง คืนเกิดเหตุลุงเมา ตะโกนก่อกวน หลานไม่ทนคว้าปืนเดินลงจากบ้านจ่อยิงทันที
เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พ.ต.ท.จิรโรจน์ มงคลธนสุพัฒน์ สว.(สอบสวน) สภ.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีเหตุยิงกันที่บ้านดอนแสลงพัน หมู่ 4 ต.นางรอง อ.นางรอง จึงประสานหน่วยกู้ภัยสยามรวมใจปู่อินทร์ เข้าร่วมตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้านปูนชั้นเดียวไม่มีเลขที่ พบศพนายสุภเวช อายุ 57 ปี มีร่องรอยถูกยิงบริเวณชายโครงซ้ายทะลุด้านขวา 1 นัด โดยมีนายอดุล อายุ 66 ปี พี่เขยของผู้เสียชีวิต ซึ่งมีอาการมึนเมาสุรานั่งเฝ้าศพอยู่ตลอดเวลา ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายวชิรวิชญ์ หรือเพชร อายุ 19 ปี หลานผู้เสียชีวิต ยืนถือปืนขนาด 9 มม.รอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายอดุลเล่าว่า นั่งดื่มสุรากับผู้ตายตั้งแต่เวลาประมาณ 18.00 น.ที่บ้านอีกหลังหนึ่ง ไม่ห่างจากบ้านผู้ก่อเหตุ ราวเวลา 23.30 น.พวกตนจะกลับบ้าน แต่มีรถของคนก่อเหตุมาจอดขวางทางอยู่จึงไปตะโกนเรียกให้ขยับรถให้ แต่ยังไม่ยอมลงมา ผู้ตายจึงตะโกนเรียกอีก ทันใดนั้นหลานผู้ตายเดินลงมาจ่อยิงทันที
ด้านนางผกาพร อายุ 56 ปี แม่คนก่อเหตุ เล่าว่า ตนมีปัญหากับพี่ชายตั้งแต่ปี 2560 เรื่องที่ดิน ก่อนหน้านั้นพ่อที่เสียชีวิตไปแล้วได้แบ่งที่ดินให้ลูกครบหมดแล้ว แต่ยังเหลือที่ดินอีก 10 ไร่ หลักฐานเป็น ส.ค.1 พ่อเขียนกระดาษลักษณะเป็นพินัยกรรมไว้ว่า ที่ดินแปลงนี้ยกให้ตนกับน้องสาว แต่พี่ชายไม่ยอมถึงขั้นฟ้องร้อง สุดท้ายศาลตัดสินให้ตนชนะ
นางผกาพรกล่าวว่า เรื่องยังไม่จบเพราะพี่ชายพยายามชวนทะเลาะเพื่อจะเอาที่ 10 ไร่ผืนนี้มาล้อมรั้วกันเอาไว้อีก ตนต้องรื้อออกเพื่อเข้าไปทำนา ซึ่งทำมาตั้งแต่พ่อยังอยู่ พี่ชายจึงมาเขียนป้ายติดไว้ว่า “ใครที่ทำรั้วของข้าพเจ้าเสียหายขอให้กรรมตามสนอง”

นางผกาพรกล่าวอีกว่า ทุกครั้งที่ตนกับลูกไปที่นามักจะโต้เถียงกันทุกครั้ง โดยเฉพาะพี่ชายได้คาดโทษลูกชายไว้หลายครั้ง คืนเกิดเหตุลูกชายนอนหลับแล้ว แต่มาตะโกนเรียกเสียงดังลั่นบ้านเพื่อให้ลูกชายย้ายรถออก ทั้งที่มีทางออกอีกทางหนึ่งอยู่แล้ว ซึ่งอาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายของลูกชายจึงมาก่อเหตุดังกล่าว

