ตายายเศร้า! โจรแสบงัดบ้านลักเงินฌาปนกิจหมู่บ้าน 3.8 หมื่น เผยโดนมาแล้ว 3 ครั้ง
เมื่อเวลา 11.55 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ขณะที่ ร.ต.อ.ศราวุธ สุนทรชัย รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก รับแจ้งเหตุคนร้ายงัดบ้านลักเงินฌาปนกิจกองทุนหมู่บ้าน 38,000 บาท เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 50 ม.3 บ.คำกลิ้ง ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี บ้านหลังดังกล่าวจะอยู่ริมหนองทา จึงออกไปตรวจสอบพร้อมด้วย ร.ต.อ.กฤษดา ยะปะเต หน.ตชต.บ้านจั่น และตำรวจชุมชนตำบลบ้านจั่น
บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว มีรั้วรอบขอบชิด ที่เปิดเป็นสถานที่ให้สมาชิกจ่ายเงินค่าฌาปนกิจ กองทุนหมู่บ้าน พบนายเกรียงไกร อายุ 83 ปี และนางสมใจ อายุ 70 ปี สามีภรรยาเจ้าของบ้าน นำตำรวจเข้าตรวจสอบบริเวณช่องลมหน้าห้องน้ำหลังบ้าน ที่ทำจากไม้และปิดด้วยมุ้งลวด ถูกคนร้ายถอดไม้ช่องลมออกมาวางกับพื้น และเปิดมุ้งลวดช่องลมมุดเข้ามาขโมยเงินสด 38,000 บาท ที่เก็บไว้ในลิ้นชักตู้ชั้นวางของในห้องทำงานที่อยู่หน้าบ้านไป โดยคนร้ายหยิบเอากุญแจลิ้นชัก ที่วางอยู่ในกล่องพลาสติกสีขาวบนตู้เก็บของที่อยู่ข้างกัน
นายเกรียงไกร อายุ 83 ปี เจ้าของบ้านเล่าว่า บ้านหลังนี้ตนอยู่กับภรรยาสองคน และเป็นตัวแทนเก็บเงินฌาปนกิจกองทุนหมู่บ้านคำกลิ้ง วันนี้เวลาประมาณ 10.30 น. หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ ตนกับภรรยาขับรถกระบะออกจากบ้านไปสวนที่บ้านโนนภู่ทอง ต.บ้านจั่น ที่อยู่ห่างบ้านไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร เพื่อไปเก็บใบตองมาห่อขนมข้าวต้มในงานบุญพระเวสสันดร และกลับมาเวลาประมาณ 11.10 น.
“ก่อนไปตนล็อกประตูบ้านเอาไว้เป็นอย่างดี แต่ประตูห้องภายในไม่ได้ล็อกไว้ ส่วนเงินที่หายไปเป็นเงินที่ชาวบ้านหรือสมาชิกมาจ่ายค่าฌาปนกิจกองทุนหมู่บ้าน ก่อนไปตนและภรรยาสังเกตเห็นชายรูปร่างผอมเล็ก สวมชุดสีดำ ผิวคล้ำ ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ขี่รถจักรยานยนต์สภาพเก่ามาจอดริมถนนหน้าบ้าน และก้มๆ เงยๆ เหมือนกับน้ำมันรถหมดหรือรถเสีย จึงชะลอรถดู ก่อนชายคนดังกล่าวจะขี่รถออกไป พอตนกลับมาถึงบ้าน เพื่อนบ้านได้เดินมาบอกว่า มีคนร้ายเข้ากระโดดออกมาจากกำแพงรั้วหน้าบ้าน และตำหนิรูปพรรณเหมือนกับคนที่มาจอดรถจักรยานยนต์บริเวณริมถนนหน้าบ้าน”
“ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีเงินในลิ้นชักหายไปถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อต้นปี 2566 หายไป 2,000 บาท ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา หายไป 5 พันบาท กระทั่งมาครั้งนี้คนร้ายได้ไปเยอะ เพราะสมาชิกมาจ่ายกันเป็นจำนวนมาก และคนร้ายก็กวาดเงินไปจนหมดเกลี้ยงเลย และทุกครั้งที่เงินหาย ตนก็หาช่องทางที่คนร้ายงัดเข้ามาไม่ได้ และเพิ่งมารู้ในครั้งนี้ เพราะคนร้ายไม่ได้เอากรอบช่องลม ที่ทำด้วยไม้ขึ้นปิดที่ช่องลมไว้ตามเดิม และคาดว่าเป็นคนร้ายรายเดียวกันที่ก่อเหตุทั้ง 3 ครั้ง แต่ 2 ครั้งที่ผ่านมา ตนไม่ได้แจ้งความ เพราะบ้านไม่มีร่องรอยงัดแงะ และคิดว่าคงหลงลืม หรือเอาไปใช้จ่าย และที่สำคัญบ้านหลังนี้อยู่กันเพียง 2 คนตายาย”
นายหรั่ง อายุ 64 ปี เพื่อนบ้าน เล่าว่า ขณะตนนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ในบ้านบริเวณหน้าต่าง เห็นคนร้ายเป็นชายลักษณะรูปร่างเล็กผอม คล้ายขี้ยา อายุประมาณ 45-50 ปี สูงประมาณ 155-160 ซม. สวมหมวกสีขาว ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาว นุ่งกางเกงวอร์มสีดำพับขา ไม่มีอาวุธ กระโดดออกมาจากกำแพงหน้าบ้านผู้เสียหาย เดินไปทางโรงเรียนอย่างลุกลี้ลุกลน ตนก็ยังร้องถามคนร้ายว่าทำไมปีนเข้าไปในบ้านคนอื่น เพราะเจ้าของบ้านไม่อยู่ แต่คนร้ายไม่ยอมตอบ ซึ่งตนก็ไม่เคยเห็นหน้าคนร้ายมาก่อนเลย พอเจ้าของบ้านกลับมา ตนจึงเดินไปบอก ก่อนเจ้าของบ้านไปตรวจสอบทรัพย์สินภายในบ้าน พบว่าเงินสดหายไป
นางสมใจ อายุ 70 ปี เล่าว่า เงินที่หายไป ตนและสามีคงต้องหาหยิบยืมมาใช้คืนกองทุนหมู่บ้าน แต่ตอนนี้ไม่รู้จะไปหาที่ไหน อยากให้คนร้ายไปหางานทำอย่างสุจริต ดีกว่ามาทำให้คนอื่นเดือดร้อนแบบนี้ และขอให้ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายแสบรายนี้มาให้ได้โดยเร็ว เพราะกลัวจะกลับหวนมาก่อเหตุซ้ำอีก หรือไปก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นด้วย
ในเบื้องต้นตำรวจได้ถ่ายภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน และจะประสานตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หากล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายเข้ามาและหลบหนี เพื่อเป็นหลักฐานและเบาะแสในการติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

