หน้าแรก ภูมิภาค แม่ทัพภาค 3 ร...

แม่ทัพภาค 3 ร่วมผู้ว่าฯ แถลงสถานการณ์ไฟป่า ย้ำดีขึ้น ขึ้นทะเบียนพรานป่า 4 พันรายหาอาชีพแทนการเผา

28.02.24 | 14:48 น.

แม่ทัพภาค 3 ร่วมผู้ว่าฯ แถลงสถานการณ์ไฟป่า ย้ำดีขึ้น ขึ้นทะเบียนพรานป่า 4 พันรายหาอาชีพแทนการเผา

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ พล.ท.ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3, นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธภาค 5, พล.ต.ต.ธวัชชัย วงศ์วิวัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่, นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์ไฟไหม้ป่าในพื้นที่รับผิดชอบ และสถานการณ์ล่าสุดของอุทยานแห่งชาติออบหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ยืนยันว่าวันนี้สถานการณ์ไฟป่าที่เกิดจากการเผาไหม้และเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ของเชียงใหม่ลดลงมาก เพราะการบูรณาการร่วมกันทุกฝ่ายทำให้ควบคุมการเผาลดลงได้ โดยเฉพาะเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2 ยกแรก ที่เรามีการยกระดับการทำงานจนสามารถคุมจุดความร้อน หรือ Hotspot จาก 2,700 กว่าจุดให้ลดลงเหลือกว่า 800 จุดได้ เรียกว่าหายไปกว่า 73% แม้จะมีสถานการณ์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติออบหลวง หากเทียบกับปี 2566 ในช่วงเวลาเดียวกันที่เกิดฝุ่นเกินมาตรฐาน 47 วันแต่ปีนี้เหลือ 17 วันเท่านั้น เรียกว่าหายไป 60% คือ อากาศดีขึ้น จากที่ตั้งเป้าให้เผาน้อยที่สุดจากไว้ 50% ทั้งการเผาไหม้และฝุ่นที่เกิด

“พื้นที่ป่าออบหลวงที่มีภาพไหม้ติดต่อกันกว่า 1 สัปดาห์ พื้นที่นี้เป็นป่าเต็งรังขนาดใหญ่พื้นที่ 3-4 แสนไร่ โดย 80% เป็นป่าเต็งรัง ฤดูแล้งจะทิ้งใบแห้งและกรอบเป็นเชื้อเพลิง มีการชิงเผา ควบคุมการเผา และป้องกันการลักลอบให้ดีที่สุด วันนี้หากเทียบปีก่อนไฟไหม้เกือบ 2 แสนไร่ ณ วันนี้ออบหลวงเกิดไฟไหม้ไม่เกิน 4 หมื่นไร่ เราพยายามคุมให้ได้ต่ำกว่า 50% จากที่ตั้งใจดับไฟให้ได้ภายในวันนี้เราทำได้ 80% เหลือพื้นที่ 20% ที่อยู่ในจุดผาสูงชัน ต้องใช้กำลังคนเข้าพื้นที่เพื่อทำชนแนวกันไฟที่ทำไว้ล่วงหน้าแล้ว ปัญหาพื้นที่ออบหลวง คือ ดับแปลงแรกหมด ก็จะเกิดการลักลอบจุด ตั้งใจจุดแปลงที่สอง เราดับไฟหมดก็จะเกิดแปลงที่สามต่อไป เป็นแบบนี้ เราต้องยกระดับการจัดการด้วยการใช้กำลังทหารและตำรวจปูพรมเข้าพื้นที่เพื่อทำมวลชนสัมพันธ์ ป้องกันและป้องปรามคนที่ตั้งใจทำผิดกฎหมาย และสอบสวนสอบสวนดำเนินคดี”

Advertisement

นายนิรัตน์กล่าวว่า ยกสามนับจากนี้ ประการแรกคนเชียงใหม่ต้องไม่เผา แม้จะมีกระแสจากตะวันตกหรือประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงทางตอนใต้ เราจะทำงานได้ง่ายกว่าเพราะเรามีฐานบินฝนหลวงขึ้นบินทุกวันทำการเจาะช่องชั้นบรรยากาศให้ฝุ่นควันกระจายขึ้นบนและลมที่แรงขึ้นจะพัดไป เราทำมาหลายครั้งแล้วและได้ผล และคนที่พูดแล้วไม่เชื่อจะต้องถูกดำเนินคดี เราไม่ได้บังคับอย่างเดียวเรามีทางเลือกให้พี่น้องประชาชน สั่งการนายอำเภอและทีมจัดเก็บรายชื่อของคนที่เข้าไปหาของป่ากว่า 4,000 คน เรามีข้อเสนอให้มาทำงานกับเรา ขอให้เดินออกมาเรามีงานให้ทำมีรายได้เท่ากัน ตั้งโต๊ะที่อำเภอพร้อมทำงานงดเข้าป่า เริ่มลงมือแล้ว งบประมาณลงพื้นที่ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่แน่นอนอย่าได้เข้าใจผิด

“นักท่องเที่ยวยังเต็มทุกเที่ยวบิน ความมั่นใจยังมี การเผาไม่ได้มากมายเหมือนปีก่อนๆ การทำทัวร์ยังมีทุกวันอาจมีแค่บางส่วน แต่ที่พักเต็ม 100% รวมทั้งเดือนมีนาคมการจองที่พักยังอยู่ เพราะเราสามารถจัดการให้คลี่คลายได้ ขอให้นักท่องเที่ยวมั่นใจ แม้ฝุ่นจะพัดเข้ามาได้บ้าง เราคุมการเผาได้เกินเป้าหมาย แม้วันนี้เราจะติดอันโลกในอันดับ 8-10 ก็มาจากการสะสมหลายนอย่างประกอบกัน“ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่กล่าว

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าว่า วันนี้จุดความร้อนที่ลดลงได้จากความร่วมมือ ซึ่งนโยบายของรัฐบาลและวันนี้ให้เน้นการบังคับใช้กฎหมายจากประชาชนที่ยังเข้าใจผิดและมีพฤติกรรมแบบเดิมๆ ที่กระทบคนส่วนใหญ่ วันนี้ลมพัดจากใต้ขึ้นเหนือเป็นปัญหาของเชียงใหม่ทำให้มีฝุ่นอยู่ในอากาศเจือจางแต่ทัศนวิสัยยังดี คิดว่าไม่เกิน 2 วัน จากลมแรงขึ้นจะดีขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าเราทำงานเต็มที่ทั้งจังหวัด ทหาร และตำรวจ ตรึงกำลังในการบังคับใช้กฎหมาย ประกาศปิดอุทยานหลายจุดทุกแห่งที่มีปัญหา แต่จะเห็นได้ว่าปีนี้แตกต่างจากปีก่อนที่สามารถคุมสถานการณ์ได้ดี นักท่องเที่ยวยังมาเพราะการทำงานเป็นไปอย่างน่าพอใจ ทำความเข้าใจประชาชน ออกลาดตระเวน มีการฮอตไลน์กับปลัดกัมพูชา เพื่อดูหมอกควันข้ามแดนทั้งเมียนมาที่ลมพัดเข้ามาแม่ฮ่องสอน

พล.ท.ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เราทำงานเต็มที่ร่วมกัน ส่วนไฟป่าพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านเรามีการขอความร่วมมือไปแล้วผ่านช่องทางทีบีซี และหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานทั้งสองประเทศทั้งลาวและเมียนมา มีการจัดชุดปฏิบัติการลงพื้นที่กว่า 100 ชุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่า และจะต้องจัดการกับประชาชนที่ยังดื้ออยู่ให้ได้

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า วันนี้พื้นที่ป่าออบหลวงดับได้แล้ว แต่ยังมีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังทุกจุด ห่วงทุกพื้นที่ เพราะใบ้ไม้ยังแห้งไม่สนิทก็ต้องเฝ้าระวังเต็มที่ทุกโซน โดยกระจายกำลังให้เต็มพื้นที่เพื่อให้ประชาชนที่ยังกระทำความผิดเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่กระจายอยู่ในป่าทุกพื้นที่เพื่อปรามการเข้าไปหาของป่าทุกชนิด

ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เชียงใหม่ รายงานพบจุดความร้อน (Hotspot) ประจำวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 รอบเช้า จำนวน 13 จุด ในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม 7 จุด ฮอด 4 จุด ดอยหล่อ 1 จุด และกัลยาณิวัฒนา 1 จุด