ขึ้นทะเบียนพรานป่าเชียงใหม่ 4 พันราย หาอาชีพแทนการเผา ชี้ สถานการณ์ไฟป่าดีขึ้น
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ พล.ท.ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ต.ธวัชชัย วงศ์วิวัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์ุพืช ร่วมการแถลงข่าวสถานการณ์ไฟไหม้ป่าในพื้นที่รับผิดชอบ และสถานการณ์ล่าสุดของอุทยานแห่งชาติออบหลวง อ.ฮอด จังหวัดเชียงใหม่

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ยืนยันว่าวันนี้สถานการณ์ไฟป่าที่เกิดจากการเผาไหม้และเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ของเชียงใหม่ลดลงมาก เพราะการบูรณาการร่วมกันทุกฝ่ายทำให้ควบคุมการเผาลดลงได้ โดยเฉพาะเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2 ยกแรก ที่เรามีการยกระดับการทำงานจนสามารถคุมจุดความร้อน หรือ Hotspot จากกว่า 2,700 จุดให้ลดลงเหลือกว่า 800 จุดลงได้ เรียกว่าหายไปกว่า 73% แม้จะมีสถานการณในพื้นที่อุทยานแห่งชาติออบหลวง หากเทียบกับปี 2566 ในช่วงเวลาเดียวกันที่เกิดฝุ่นเกินมาตรฐาน 47 วันแต่ปีนี้เหลือ 17 วันเท่านั้น เรียกว่าหายไป 60% คือ อากาศดีขึ้น จากที่ตั้งเป้าให้เผาน้อยที่สุดจากไว้ 50% ทั้งการเผาไหม้และฝุ่นที่เกิด
“พื้นที่ป่าออบหลวงที่มีภาพไหม้ติดต่อกันกว่า 1 สัปดาห์ พื้นที่นี้เป็นป่าเต็งรังขนาดใหญ่พื้นที่ 3-4 แสนไร่ โดย 80% เป็นป่าเต็งรัง ฤดูแล้งจะทิ้งใบแห้งและกรอบเป็นเชื้อเพลิง มีการชิงเผา ควบคุมการเผา และป้องกันการลักลอบให้ดีที่สุด วันนี้หากเทียบปีก่อนไฟไหม้เกือบ 2 แสนไร่ ณ วันนี้ออบหลวงเกิดไฟไหม้ไม่เกิน 4 หมื่นไร่ เราพยายามคุมให้ได้ต่ำกว่า 50% จากที่ตั้งใจดับไฟให้ได้ภายในวันนี้เราทำได้ 80% เหลือพื้นที่ 20% ที่อยู่ในจุดผาสูงชัน ต้องใช้กำลังคนเข้าพื้นที่เพื่อทำชนแนวกันไฟที่ทำไว้ล่วงหน้าแล้ว ปัญหาพื้นที่ออบหลวง คือ ดับแปลงแรกหมด ก็จะเกิดการลักลอบจุด ตั้งใจจุดแปลงที่สอง เราดับไฟหมดก็จะเกิดแลงที่สามต่อไป เป็นแบบนี้ เราต้องยกระดับการจัดการด้วยการใช้กำลังทหารและตำรวจปูพรมเข้าพื้นที่เพื่อทำมวลชนสัมพันธ์ ป้องกันและป้องปรามคนที่ตั้งใจทำผิดกฎหมาย และสอบสวนดำเนินคดี”

นายนิรัตน์กล่าวว่า ยกสามนับจากนี้ ประการแรกคนเชียงใหม่ต้องไม่เผา แม้จะมีกระแสจากตะวันตกหรือประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงทางตอนใต้ เราจะทำงานได้ง่ายกว่าเพราะเรามีฐานบินฝนหลวงขึ้นบินทุกวันทำการเจาะช่องชั้นบรรยากาศให้ฝุ่นควันกระจายขึ้นบนและลมที่แรงขึ้นจะพัดไป เราทำมาหลายครั้งแล้วและได้ผล และคนที่พูดแล้วไม่เชื่อจะต้องถูกดำเนินคดี เราไม่ได้บังคับอย่างเดียวเรามีทางเลือกให้พี่น้องประชาชน สั่งการนายอำเภอและทีมจัดเก็บรายชื่อของคนที่เข้าไปหาของป่ากว่า 4,000 คน เรามีข้อเสนอให้มาทำงานกับเรา ขอให้เดินออกมาเรามีงานให้ทำมีรายได้เท่ากัน ตั้งโต๊ะที่อำเภอพร้อมทำงานงดเข้าป่า เริ่มลงมือแล้ว งบประมาณลงพื้นที่ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่แน่นอนอย่าได้เข้าใจผิด
“นักท่องเที่ยวยังเต็มทุกเที่ยวบิน ความมั่นใจยังมี การเผาไม่ได้มากมายเหมือนปีก่อนๆ การทำทัวร์ยังมีทุกวันอาจมีแค่บางส่วน แต่ที่พักเต็ม 100% รวมทั้งเดือนมีนาคมการจองที่พักยังอยู่ เพราะเราสามารถจัดการให้คลี่คลายได้ ขอให้นักท่องเที่ยวมั่นใจ แม้ฝุ่นจะพัดเข้ามาได้บ้าง เราคุมการเผาได้เกินเป้าหมาย แม้วันนี้เราจะติดอันโลกในอันดับ 8-10 ก็มาจากการสะสมหลายนอย่างประกอบกัน” ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่กล่าว
นายจตุพรกล่าวว่า วันนี้จุดความร้อนที่ลดลงได้จากความร่วมมือ ซึ่งนโยบายของรัฐบาลและวันนี้ให้เน้นการบังคับใช้กฎหมายจากประชาชนที่ยังเข้าใจผิดและมีพฤติกรรมแบบเดิมๆ ที่กระทบคนส่วนใหญ่ วันนี้ลมพัดจากใต้ขึ้นเหนือเป็นปัญหาของเชียงใหม่ทำให้มีฝุ่นอยู่ในอากาศเจือจางแต่ทัศนวิสัยยังดี คิดว่าไม่เกิน 2 วัน จากลมแรงขึ้นจะดีขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าเราทำงานเต็มที่ทั้งจังหวัด ทหาร และตำรวจ ตรึงกำลังในการบังคับใช้กฎหมาย ประกาศปิดอุทยานหลายจุดทุกแห่งที่มีปัญหา แต่จะเห็นได้ว่าปีนี้แตกต่างจากปีก่อนที่สามารถคุมสถานการณ์ได้ดี นักท่องเที่ยวยังมาเพราะการทำงานเป็นไปอย่างน่าพอใจ ทำความเข้าใจประชาชน ออกลาดตระเวน มีการฮอตไลน์กับปลัดกัมพูชา เพื่อดูหมอกควันข้ามแดนทั้งเมียนมาที่ลมพัดเข้ามาแม่ฮ่องสอน
พล.ท.ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เราทำงานเต็มที่ร่วมกัน ส่วนไฟป่าพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านเรามีการขอความร่วมมือไปแล้วผ่านช่องทางทีบีซี และหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานทั้งสองประเทศทั้งลาวและเมียนมา มีการจัดชุดปฏิบัติลงพื้นที่กว่า 100 ชุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่า และจะต้องจัดการกับประชาชนที่ยังดื้ออยู่ให้ได้

นายอรรถพลกล่าวว่า วันนี้พื้นที่ป่าออบหลวงดับได้แล้ว แต่ยังมีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังทุกจุด ห่วงทุกพื้นที่ เพราะใบ้ไม้ยังแห้งไม่สนิทก็ต้องเฝ้าระวังเต็มที่ทุกโซน โดยกระจายกำลังให้เต็มพื้นที่เพื่อให้ประชาชนที่ยังกระทำความผิดเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่กระจายอยู่ในป่าทุกพื้นที่เพื่อปรามการเข้าไปหาของป่าทุกชนิด
ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เชียงใหม่ รายงานพบจุดความร้อน (Hotspot) ประจำวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 รอบเช้า จำนวน 13 จุด ในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม 7 จุด ฮอด 4 จุด ดอยหล่อ 1 จุด และกัลยาณิวัฒนา 1 จุด

