หน้าแรก ภูมิภาค แพทย์หญิง ลั่...

แพทย์หญิง ลั่น เอาผิดฝรั่งแข้งโหดถึงที่สุด ขอ ปกป้องศักดิ์ศรี ไม่ยอมให้ต่างชาติเหยียดคนไทย

29.02.24 | 14:04 น.

แพทย์หญิง ลั่น เอาผิดฝรั่งแข้งโหดถึงที่สุด ขอ ปกป้องศักดิ์ศรี ไม่ยอมให้ต่างชาติเหยียดคนไทย

จากกรณี น.ส.ธารดาว จันทร์ดำ อายุ 26 ปี แพทย์ประจำโรงพยาบาลดีบุก ถูกชาวต่างชาติทำร้ายร่างกายขณะนั่งพักผ่อนที่บันไดคอนกรีตทางขึ้นไปสนามหญ้าหน้าบ้านของชาวต่างชาติ สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ บริเวณหาดยามู ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 และเข้าแจ้งความเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2567 นั้น

เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ น.ส.ธารดาว พร้อมบิดาและเพื่อน ได้เข้าพบ พ.ต.ท.อนุกูล หนูเกตุ รอง ผกก.สภ.ถลาง หน.(สอบสวน) ตามการนัดหมายสอบปากคำ โดยมี พ.ต.อ.ภาสกร สนธิกุล รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต และตำรวจที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สภ.ถลาง อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต

น.ส.ธารดาวกล่าวว่า คดีนี้จะต่อสู้เต็มที่เพราะคิดว่าไม่ควรมีใครมาโดนเรื่องแบบนี้และไม่ควรมีคนไทยมาเจอเรื่องแบบนี้อีก ยืนยันจะดำเนินคดีเต็มที่ให้ถึงที่สุด ถ้าเขาฟ้อง พ.ร.บ.คอมพ์กับบิดาของตนก็จะดำเนินการตามกฎหมาย

สภาพจิตใจ ตอนนี้ รู้สึกว่าถูกกระทำ มีความเครียดมีความกังวล คิดว่าตัวเองน่าจะเครียดอยู่ในระดับหนึ่ง และกลัวด้วยอีกฝั่งหนึ่ง ที่มีแบ็คใหญ่ดูเป็นคนที่มีเงินเยอะ หนูเป็นแค่หมอตัวเล็กๆ คนหนึ่ง คือ อยากให้กฎหมายและความยุติธรรมและตำรวจเข้ามาช่วยเหลือหนูให้ได้รับความยุติธรรมที่คนไทยคนหนึ่งควรจะได้ ไม่ควรมีใครมาได้รับการเหยียดกันแบบนี้ ซึ่งเขาเป็นชาวต่างชาติเข้ามาอยู่ในประเทศไทยมาหากินกับคนไทย เปิดฟาร์มช้างให้คนเข้าไปดูทำงานอยู่ในประเทศไทยบนผืนแผ่นดินไทย ไม่ควรเหยียดใครว่าใครเป็น Local ควรจะ respect มากกว่า ควรจะอยู่กันอย่าง respect ไม่ควรจะอยู่กันอย่างเหยียดกันต่อให้รวยล้นฟ้าด้วยอำนาจจะเยอะแค่ไหนก็ไม่ควรเหยียดใคร

Advertisement

ในด้านร่างกาย ได้ไปตรวจร่างกายแล้วยังมีอาการเจ็บตรงด้านหลัง เพราะในวันนั้น หลังจากที่โดนเตะหลังได้ไปฉีดยาต่อที่โรงพยาบาลเพราะว่าปวด เนื่องจากน้ำหนักคนเตะที่หนักกว่าร้อยกิโลกรัม ยังเจ็บปวดอยู่

“ขอบคุณทุกคนมากที่ช่วยให้หนูได้รับความยุติธรรม ขอบคุณทุกคนมากๆ และขอให้ความยุติธรรมนี้เกิดขึ้นจริงๆ ส่วนถ้าเขามาขอโทษด้วยความจริงใจจริงๆ ไม่ใช่ว่าเขาต้องการขอโทษกลัวว่าจะโดนคดีไม่ใช่กลัวว่ามีปัญหาภายหลัง ก็จะยินดีรับคำขอโทษไว้ ส่วนคดีเป็นไปตามกฎหมายดำเนินการถึงที่สุด ส่วนการทำงานของตำรวจต้องรอดูกันต่อไป คิดว่าทุกคนเป็นคนไทยควรได้รับความยุติธรรมตามกฎหมาย”

ทางด้าน บิดาของแพทย์หญิงธารดาว กล่าวว่า การเข้าพบตำรวจครั้งนี้มาเป็นเพื่อนลูก เพราะลูกกลัวถูกข่มขู่ให้ลูกพูดไปตามข้อเท็จจริง เพราะแต่ละคนยุ่งกับการทำงานไม่มีเวลาว่างมากนัก เรื่องความยุติธรรมต้องดูกันไป ขอฝากตำรวจอย่าไปเข้าข้างคนผิดอย่าทำตัวเป็นเห็บเกาะหมา พอมันร้อนเสร็จแล้วเห็บกระโดดอย่าไปทำถ้าทำอย่างนี้ คือ พวกโจร

คดีนี้ ลูกตั้งใจดำเนินคดีถึงที่สุดเพราะเราถูกกระทำ เพราะก่อนหน้านี้คุณพูดอีกแบบหนึ่งพอเจอกระแสสังคมที่กำลังเป็นกระแสในประเทศไทยและทั่วโลกขนาดนี้ ทำไมคุณเปลี่ยนมาเป็นอีกแบบหนึ่ง เข้าใจสื่อบางคนที่ต้องการให้ประนีประนอมกันจริงๆ ก่อนหน้านี้ ประนีประนอมแล้ว ตั้งแต่วันเริ่มต้นเลยที่ลูกสาวเสนอไป 3 ข้อในวันนั้นไม่ยี่หระเลยใน 3 ข้อจำได้ลูกโทรไปบอกคือ ข้อ 1.ต่างคนต่างขอโทษและจบ ข้อ 2.ต่างคนต่างไม่ขอโทษและจบ ข้อ 3.ให้มาที่โรงพัก

แล้วยังบอกด้วยว่าตำรวจที่ไปในคืนเกิดเหตุชั้นผู้น้อย เขาต้องไปเราไม่ติดใจกับตำรวจผู้น้อยที่ไปในคืนเกิดเหตุเขาบอกว่าคนไทยขอโทษฝรั่งได้ แต่ฝรั่งไม่ขอโทษคนไทยในลักษณะอย่างนี้ทางทฤษฎีมนุษยวิทยาแสดงว่าคุณเหยียดคนทุกคน เรื่องอย่างนี้สังคมโลกต้องการความเท่าเทียม

บิดาของแพทย์หญิง กล่าวว่า คิดว่าคนที่ยังไม่สำนึกโดยเฉพาะตำรวจฝ่ายยุติธรรม ควรสำนึก ต้องปกป้องคนที่เป็นพลเมืองของคนไทยไม่ใช่ปกป้องพลเมืองที่เป็นต่างด้าว ที่อาจจะมีประโยชน์ และคุณกำลังทำตัวเป็นผู้พิทักษ์ทรราชไม่ใช่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไม่ควรทำอย่างนั้น

สรุปสั้นๆ ว่าเรามีงานต้องทำเยอะแยะมากมายไม่มีเวลามาดราม่าอยู่ และถ้าเรากลับคำ ก็จะถูกกล่าวหาอีกว่า พวกเราหิวแสง พวกเราไม่หิวแสง ไม่จำเป็น

และฝากทางสายการเมืองต่างๆ ด้วยที่ดูแลเรื่องนี้ ถึงเวลาแล้วที่คนภูเก็ตจะต้องลุกฮือ ขึ้นมาพูดเรื่องนี้ให้เกิดบริหารจัดการให้ชัดเจน ในเรื่องทุนข้ามชาติ เพราะ เมื่อตอนนี้ คนไทยเดินชายหาดก็ไม่ได้ไม่ต่างอะไรกับพวกลิงมันถูกผลักไปอยู่หลังเซเว่นหลังทิวมะพร้าว

ขอฝากคนไทยทุกคนด้วย เราไม่ต้องการอะไรมาก เราต้องการการทำคดีที่ตรงไปตรงมา ส่วนว่าจะเอากันแค่ไหน ลูกสาวเติบโตแล้วมีวุฒิภาวะมีตำแหน่งทางสังคมมาเป็นเพื่อนลูกเพราะลูกกลัวถูกข่มขู่”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง