หน้าแรก ภูมิภาค อดีตผู้สมัครส...

อดีตผู้สมัครสส.ปชป. ร้องมูลนิธิปวีณา แฉถูกสามีทำร้าย จนต้องหอบลูกหนี ลั่นจะไม่ทนต่อไปขอหย่าขาด

29.02.24 | 16:37 น.

อดีตผู้สมัครสส.ปชป. ร้องมูลนิธิปวีณา แฉถูกสามีทำร้าย จนต้องหอบลูกหนี ลั่นจะไม่ทนต่อไปขอหย่าขาด

เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี หมู่ 2 คลอง 7 ธัญบุรี ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี น.ส.ใหม่ (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี อดีตว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้เดินทางเข้าพบนางปวีณา หงสกุล ประธานีมูลนิธิเพื่อเด็กและสตรี หลังจากที่ นายพงษ์ภูมิ พันธ์สวัสดิ์วงศ์ไชย หรือนายปิ๊ก อายุ 42 ปี สามี ทำร้ายร่างกาย ใช้ปืนยิง ใช้คัตเตอร์กรีดเสื้อผ้าเสียหาย ยึดโทรศัพท์ไม่ให้ใช้ และไล่ออกจากบ้าน จนทนพฤติกรรมสามีไม่ไหว ตัดสินใจพาลูกหนีออกจากบ้าน แต่สามีกลับร้องสื่อประกาศตามหาว่าคนหาย เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ก่อนตัดสินใจเดินทางเข้าขอความช่วยเหลือจากนางปวีณา หงสกุล

น.ส.ใหม่ (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี เล่าว่าเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ตนได้ตัดสินใจโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ พร้อมกับเล่าว่า ได้อยู่กินและจดทะเบียนสมรสกับนายพงษ์ภูมิพันธ์ ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีบุตรสาวด้วยกัน 1 คน ปัจจุบันอายุ 5 ขวบ ขณะที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันสามีมักจะมีอารมณ์รุนแรงโมโหร้ายอยู่ตลอด หาเรื่องทะเลาะกับตน ซึ่งตนไม่อยากมีปัญหาจึงได้แต่ทนอยู่เพื่อลูก แต่ระยะหลังสามีเริ่มมีอารมณ์รุนแรงมากขึ้น หงุดหงิดง่ายทุกครั้งที่มีปัญหาลูกจะอยู่ด้วย ตนจึงเป็นฝ่ายเงียบตลอด

ต่อมาช่วงปลายเดือน พ.ย. 66 มีปัญหากับเรื่องร้านอาหารออเดอร์อาหารออกช้า ทำให้ลูกค้าบ่นตนจึงได้เข้าไปจัดระบบในครัว อยู่ๆสามีได้เข้าไปต่อว่าตนและพนักงานในครัว ใช้คำพูดหยาบคาย ตนจึงได้อธิบายเหตุผลให้ฟัง แต่สามีไม่รับฟังแล้วเดินเข้ามาตบหน้าตน 2 ครั้ง ต่อหน้าพนักงานเกือบ 10 คน จากนั้นตนกับสามีจึงได้เดินไปที่ออฟฟิศซึ่งอยู่ภายในพื้นร้านอาหารเพื่อรับความเข้าใจกัน แต่สามีกลับด่าทอตนและไล่ออกจากร้านอาหารพร้อมกับใช้อาวุธปืนยิงโซฟาที่ตนนั่งอยู่กระซากแขกให้ออกไปจากออฟฟิศจนล้มลงแล้วใช้เท้าเตะเข้าที่ใบหน้า 1 ครั้ง จากนั้นตนจึงได้กลับมาที่บ้านพ่อแม่แต่ไม่ได้เข้าแจ้งความ ซึ่งตนคิดว่ารอให้อารมณ์สามีเย็นลงน่าจะคุยกันได้ แต่สามีก็ยังเป็นเหมือนเดิม

จนวันที่ 13 ก.พ. 67 พ่อแม่สามีเห็นว่าทะเลาะกันบ่อยจึงได้เรียกตนกับสามีไปพูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจกัน แต่สามียืนยันว่าจะเลิกกับตน และคุกเข่ากราบพ่อพูดว่าขอชีวิตผมคืนผมอยากมีความสุขผมอยากเริ่มต้นใหม่ยืนยันจะเลิก แต่พ่อกับแม่ช่วยเจรจาขอให้อยู่กันเป็นครอบครัวเหมือนเดิม หลังจากนั้นตนได้เดินขึ้นไปบนห้องนอนและหยิบโทรศัพท์มือกือเข้าแอพพ์ธนาคารเพื่อจ่ายค่าไฟร้านอาหาร สามีเดินตามขึ้นห้องไปเห็นตนจับโทรศัพท์อยู่ จึงเข้ามาตบหน้าตน 1 ครั้ง ตนจึงได้ลงมาบอกพ่อกับแม่ทราบว่ากูกสามีทำร้ายอีกและได้เรียกคุยกันอีกครั้งแต่ยังไม่ได้บทสรุปสามีจึงขับรกออกจากบ้านไป

Advertisement

กระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. สามีกลับเข้ามาบ้านแล้วได้ยึดโทรศัพท์ตนไปไม่ยอมคืนให้ใช้อีกเลย คืนวันที่ 14 ก.พ. 67 สามีได้ต่อว่าตนอีกว่ามีอะไรชอบไปฟ้องพ่อแม่เขาทำให้เขาดูไม่ดีในสายตาพ่อแม่ ชอบไปนั่งปั้นหน้าให้พ่อแม่สงสาร และไล่ออกจากบ้านอีก แต่ตนไม่ได้ตอบโต้อะไร ต่อมาวันที่ 15 ก.พ. 67 จนเวลาประมาณ 21.00 น. สามีกลับเข้ามาบ้านเพื่อมาร่วมงานทำบุญบ้าน แต่ตนไม่ทันเห็นว่าสามีมากึงแล้วเพราะตนป้อนข้าวลูกอยู่ในบ้าน เมื่อตนเดินไปหาสามีกลับถูกสามีไล่ให้ไปไกลๆหาเรื่องทะเลาะและใช้เท้ากับที่ต้นขาตนจนล้มลง จากนั้นสามีได้ถือมีดคัตเตอร์ไปกรีดเสื้อผ้าของตนและลูกสาวและพูดว่ากูเป็นคนซื้อให้กูจะทำอะไรก็ได้ ทำให้ตนรู้สึกกลัวมาและไม่กล้าพูดอะไร

กระทั่งวันที่ 16 ก.พ. 67 เวลาประมาณ 07.30 น. ขณะที่ตนไปส่งลูกที่โรงเรียนกับน้องสาวสามี จึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่าตนจะไม่ทนอยู่อีกต่อไปจึงพาลูกหนีเข้ามา กทม. เข้าแจ้งความไว้แล้ว และติดต่อมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณา ต้องการหย่าขาด และเป็นผู้ดูแลบุตรเพียงฝ่ายเดียว โดยที่ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีกและขอยืนยันจะหย่ากับสามีพร้อมทั้งขอเป็นฝ่ายดูแลเลี้ยงดูลูกแต่เพียงคนเดียว

หลังรับแจ้ง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง ผบก. จ.นครราชสีมา และประสาน พ.ต.อ.สุทธินันท์ คงแช่มดี ผกก. สภ.เมืองนครราชสีมา และให้ น.ส.ใหม่ (นามสมมุติ) เข้าให้ปากคำ และมูลนิธิปวีณา ได้รอรับตัว น.ส.ใหม่พร้อมลูกวัย 5 ขวบ เข้ามาอยู่ในการดูที่มูลนิธิปวีณา แล้ว

ข่าวเกี่ยวข้อง: