หน้าแรก ภูมิภาค เข่าทรุด ลุงก...

เข่าทรุด ลุงกลับจากเฝ้าภรรยาที่ป่วย กลับมาเจอบ้านไฟวอด สงสัยฝีมือลูกชาย เผยติดยาบ้าอย่างหนัก

1.03.24 | 09:50 น.

ลุงไปเฝ้าเมียโดนรถชนแขนหัก ไฟไหม้บ้านวอด มั่นใจลูกชายทาสยามือเผา

เมื่อเวลา 01.40 น.วันที่ 1 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ร.ต.อ.สถาพร สวัสดี รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้าน ในพื้นที่หมู่ 2 ซอยบ้านหนองตุ เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงพร้อมด้วย ร.ต.ท.วรินทร โสตะวงษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย นำรถดับเพลิงเทศบาลนครอุดรธานี อาสากู้ภัยอุดรสว่างเมธาธรรมรุดไปยังที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้าน 2 ชั้น ครึ่งไม้ครึ่งปูนอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ได้ระดมฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด แต่เนื่องจากมีลมกระโชกมาเป็นระยะทำให้ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วและลามไปไหม้โรงรถบ้านหลังข้างๆ ซึ่งอยู่ติดกัน ไม่มีคนอาศัยอยู่ แต่รถปิกอัพยี่ห้อโตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ สภาพเก่าไม่ได้ใช้งาน และเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ 3 เครื่องถูกเพลิงไหม้เสียหาย เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ แต่เพลิงก็ได้เผาบ้านวอดทั้งหลัง

นายประสิทธิ์ สุมุด อายุ 62 ปี เจ้าของบ้าน กล่าวว่า ตนอยู่บ้านหลังนี้กับภรรยาและลูกชาย แต่เมื่อสัปดาห์ก่อนภรรยาตนถูกรถชนได้รับบาดเจ็บนิ้วและแขนหัก หลังออกจากโรงพยาบาลตนให้ภรรยาไปนอนที่บ้านญาติ เพราะเกรงว่านายอธิพงษ์ สุมุด อายุ 35 ปี ลูกชายตนที่ติดยาบ้าจะรบกวนผู้ป่วย ซึ่งช่วงค่ำตนกำลังตากผ้า ลูกชายซึ่งมีอาการเมายาจะมาพูดจากวนตน แต่ตนก็ไม่ได้สนใจ น้องชายตนซึ่งขับรถส่งอาหารมาจอดก็โดนลูกชายตนถีบรถจักรยานยนต์

นายประสิทธิ์กล่าวว่า ลูกชายติดยาบ้ามานาน ตนเคยพาลูกไปบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลหลายครั้ง แต่พอกลับมาบ้านก็หันกลับไปเสพยาบ้าอีก พอมีอาการหลอนยาก็จะอาละวาด พอตนไม่สนใจก็บอกว่าจะเผาบ้านตลอด และก่อนตนออกไปดูแลภรรยาก็เห็นลูกชายนอนหลับ พอตนไปดูภรรยาที่บ้านญาติ ก็มีญาติโทรมาบอกว่าบ้านไฟไหม้ ตนจึงรีบมาและไม่เห็นลูกชายแล้ว มั่นใจว่าลูกชายเป็นคนเผาบ้านแล้วหลบหนีไป

Advertisement

ตำรวจได้ติดตามนายอธิพงษ์ พบเดินอยู่ไม่ห่างจากบ้านที่ไฟไหม้ จึงนำตัวไปโรงพักทำการสอบสวน โดยนายอธิพงษ์ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เผาบ้านตัวเอง ไม่รู้เรื่อง ตำรวจจึงปล่อยตัวไป เพราะขณะเกิดเหตุไม่มีพยาน และต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงเพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป