อดีตลูกจ้าง แฉ ฝรั่ง เจ้าของปางช้างดัง เน้นทำธุรกิจไม่ได้อนุรักษ์ วอนตรวจสอบด่วน

อดีตลูกจ้าง แฉ ฝรั่ง เจ้าของปางช้างดัง เน้นทำธุรกิจไม่ได้อนุรักษ์ วอนตรวจสอบด่วน

จากกรณี น.ส.ธารดาว จันทร์ดำ อายุ 26 ปี แพทย์ประจำโรงพยาบาลดีบุก ถูกทำร้ายร่างกายขณะเดินเล่นหลังรับประทานอาหารไปนั่งพักผ่อนดูพระจันทร์ที่บันไดคอนกรีตทางขึ้นไปสนามหญ้าหน้าบ้านของ MR.URS BEAT อายุ 45 ปี สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งอยู่ติดกับชายหาด

ต่อมาชาวสวิสได้เดินเข้ามาด้านหลังและเตะเข้าบริเวณหลังของ น.ส.ธารดาว เรื่องดังกล่าวกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก เนื่องจากมีการอ้างว่ารู้จักตำรวจยศใหญ่ และขู่ใช้ความรุนแรง แม้ทางชายชาวต่างชาติ คู่กรณี จะออกมาเล่าอีกมุมว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกาย เรื่องดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุ เดินไปและสะดุดบันไดทำให้เท้าสะกิดโดนหลังแพทย์หญิงเท่านั้น

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม แหล่งข่าวอดีตลูกจ้าง ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ เจ้าของช้าง 1 เชือก เปิดเผยว่า ตนเคยทำงาน ที่ปางช้างแห่งนี้ เมื่อปี 2561 ปัจจุบันโดนไล่ออกจากงานด้วยสาเหตุ “ลาทำบุญ 100 วันมารดา” ตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2565 ไม่ได้รับเงินชดเชยใดๆ ตนเองฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรม แต่จำยอมถอนฟ้องเพราะไม่มีเงินต่อสู้คดี ทั้งนี้ทราบว่า นายจ้างมีอาวุธปืนไรเฟิลและปืนสั้นหลายกระบอก พร้อมกับมีประวัติพฤติกรรมการพิพาทกับเทศบาลตำบลเชิงทะเลและพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย

Advertisement

อดีตลูกจ้างกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ นายจ้างยังมีพฤติกรรมไล่พนักงานออกหลายคน ไม่จ่ายค่าชดเชยแม้สักคน และไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน

อดีตลูกจ้างกล่าวต่อว่า ปัจจุบันกลับมาอยู่บ้านที่บุรีรัมย์แล้ว และช้างอยู่โครงการสวนสัตว์ช้างที่
หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์ ทั้งนี้ ตนอยากให้คนไทยได้รับรู้ว่า เขารวยด้วยการเอาเปรียบช้างและคนไทย สิ่งที่เขาทำกับครอบครัวตั้งแต่ปี 2563 มันเกินกว่าคำว่ามนุษย์ และมีหลายเชือกที่เขาทำแบบนี้จึงขอฝาก เจ้าหน้าที่ตรวจสอบให้ถึงที่สุดด้วย เพราะ ชาวต่างชาติรายนี้ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยมาตั้งแต่ก่อนที่จะทำปางช้าง

อดีตลูกจ้างกล่าวต่อว่า ในขณะเดียวกันข้อมูลยืนยันได้ คือ ช้างที่บ้านเป็นช้างเชือกแรกที่มาเปิดปาง ประมาณปี 2561 พอเขารวย อยู่ๆ เขาก็ไล่ครอบครัวเราออก โดยที่ไม่มีความผิดจนต้องนำช้างกลับมาบ้านที่บุรีรัมย์

Advertisement

ด้านอดีตลูกจ้างอีกรายหนึ่งกล่าวว่า เคยทำงานที่ปางช้างแห่งนั้น อยากให้ทาง ส.ส.หรือผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบการประกอบกิจการของปางช้างด้วย เพราะปางช้างแห่งนี้ ไม่ได้มีการอนุรักษ์ช้างเลยเท่าที่ทราบ มันเป็นธุรกิจที่เน้นรายได้จากการบริจาคจากต่างประเทศ โดยมีการซื้อขายช้างแก่ เพื่อเอามาดูแลสร้างเรื่องราวเพื่อให้คนมาบริจาคด้วย

อดีตลูกจ้างกล่าวต่อว่า ข้อเท็จจริงคือช้างที่ซื้อมีแค่ตัวเดียว นอกนั้นช้างที่จ้างมาทั้งนั้น ถึงอยากให้มีการตรวจสอบเกี่ยวกับธุรกิจของเขา เพราะไม่ได้มีการช่วยเหลือช้างแต่อย่างใด และแหล่งช้างมาจากจังหวัด สุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์ คือเช่ามาเพื่อทำธุรกิจ ไม่ใช่ซื้อมาเพื่อมาดูแลอนุรักษ์จริง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image