หน้าแรก ภูมิภาค ตร.นครปฐม รวม...

ตร.นครปฐม รวมพลังพล 7 นาย สยบ ‘โตยักษ์’ ตีนแมวงัดบ้านขรก. สูญหลายแสน

1.03.24 | 17:26 น.

ตร.นครปฐม รวมพลังพล 7 นาย สยบ ‘โตยักษ์’ ตีนแมวงัดบ้านขรก. สูญหลายแสน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 1 มีนาคม ที่ สภ.สามควายเผือก อ.เมืองนครปฐม พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุทธยา รองผบก.ภ.จว.นครปฐม เผยว่า พ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล ผกก.สภ.สามควายเผือก อ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.สักกะ ศรีฟ้า รองผกก.สส. พ.ต.ท.ปกรสิน เป้าอารีย์ สว.สส. พร้อมกำลัง จับกุมนายวินัย จันทร์แก้ว หรือ โตยักษ์ อายุ 42 ปี ชาวตำบลบางเมือง อ.เมืองสมุทรปราการ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ 127/2567 ข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถาน ในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด ได้ที่บ้านเช่า ม.2 ต.บ่อพลับ อ.เมืองนครปฐม พร้อมตรวจยึดของกลางที่ได้เข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินบ้านหลังหนึ่ง ตำบลสามควายเผือกอำเภอเมืองนครปฐม ของนางศิริพร หลายรายการ และที่จำหน่ายไปแล้วมูลค่าหลายแสนบาท

เบื้องต้นนายวินัย หรือโตยักษ์ ให้การรับสารภาพว่า วันที่ 15 มีนาคม เวลากลางคืนได้ใช้อุปกรณ์งัดประตูบ้าน บ้านหลังหนึ่งใน ตำบลสามควายเผือก เข้าไปโจรกรรมทรัพย์หลายรายการ และรถจักรยานยนต์ รถจักรยานไฟฟ้า พระเครื่องบางส่วนได้ขายไปแล้ว ได้เงินมาหลายหมื่น อ้างว่าเพิ่งทำครั้งแรก แต่ทางตำรวจเชื่อว่านายวินัย ขับรถรับจ้างบังหน้า ว่างงานออกลักทรัพย์

พ.ต.อ.พัลลพ กล่าวว่า พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ7 ได้กำชับเรื่องคดีโจรกรรม ลักทรัพย์ในเคหะสถาน ซึ่งเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน ตนจึงลงมากำกับดูแลร่วมกับพ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล ผกก. พร้อมชุดสืบสวนไล่ล่าคนร้ายรายนี้ โดยสืบจากลายนิ้วมือแฝงในที่เกิดเหตุ เมื่อนำมาเทียบลายมืออาชญากรรม พบว่าเป็นลายมือของนายวินัย จันทร์แก้ว บุคคลซึ่งเคยต้องคดีเมื่อหลายปีก่อน ที่จ.นนทบุรี เมื่อปี2547 และจากการสืบสวนพบว่านายวินัย หรือโตยักษ์ เช่าห้องพักอยู่ใกล้ศาลเจ้า ม.2 ต.บ่อพลับ อ.เมืองนครปฐม จึงเข้าจับกุม และให้ขยายผลว่ามีการก่อคดีลักทรัพย์ ลักษณะนี้ ท้องที่อื่นหรือไม่

Advertisement

พ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล ผกก. กล่าวว่า คดีนี้ใช้เวลาสืบสวนติดตาม 2สัปดาห์ จากลายนิ้วมือ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน7 พบว่ามีประวัติอาชญากรรม ตั้งแต่ปี 2547 และยังพบว่าตั้งแต่ปี2550นายวินัย จันทร์แก้ว ไม่ปรากฎยื่นทำบัตรประจำตัวประชาชน จึงต้องใช้วิธีเดินเท้าดูกล้องวงจรปิด พบรถยนต์กะบะโตโยต้า ทะเบียน ผก-7430 นครปฐม ต้องสงสัยพบจอดอยู่หน้าห้องแถวหมู่2 ต.บ่อพลับ .เมืองนครปฐม จึงเฝ้าดูพฤติกรรม และให้ตำรวจปลอมตัวเป็นพนักงานส่งอาหาร เข้าไปเช็คตัวบุคคล จนมั่นใจว่านายวินัย หรือโตยักษ์ พักอยู่ที่ห้องเช่าดังกล่าวจึงขอหมายจับเข้าจับกุม ขณะเข้าจับกุมนายวินัย ต่อสู้ขัดขืนเจ้าหน้าที่ใช้กำลัง 7 คนถึงสามารถจับกุมตัวได้แบบสะบักสะบอม

พ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล กล่าวและว่า นายวินัย ใช้ใบอนุญาตขับรถปลอม 6 ใบ และบัตรประชาชนปลอม โดยใช้ชื่อ เรวัต นาคแก้ว โดยใช้ที่อยู่ผู้อื่น อ้างว่าบัตรประชาชนและใบขับขี่ ซื้อมาจากระบบออนไลน์ ใบละ 500บาท โดยการส่งรูป ชื่อที่อยู่ ไปให้ก็สามารถทำได้ ซึ่งในส่วนนี้จะรายงานให้หน่วยงานความมั่นคงทราบเพื่อสืบสวนจับกุมขบวนการปลอมบัตรขายในออนไลน์ต่อไป

ด้านนายวินัย รับสารภาพว่าขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนหาบ้านหรู ที่ไม่มีคนอยู่ และเฝ้าดูจนมั่นใจว่าบ้านไม่มีคนอยู่ขริงจึงเข้างัดประตูเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สิน รวมไว้ก่อนในบ้าน แล้วกลับไปขับรถยนต์กะบะมาขนของออกไป เมื่อได้ของแล้วจะนำไปขายในระบบออนไลน์ กลุ่มสินค้าหลุดจำนำ รถยนต์หลุดจำนำ เงินที่ได้นำไปใช้เทร่ยวเตร่ เปย์สาว ปกติจะขับรถขนส่งอุปกรณ์โต๊ะจีน มีรายได้เที่ยวละ 900 บาท ช่วงนี้ติดสาวเลยต้องใช้เงินจึงออกดูลาดเลาหาบ้านร้าง บ้านหรู มาพบบ้านหลังนี้อยู่ริมทาง สบโอกาสเลยเข้า

ขณะที่ นางศิริพร วงษ์เอก ผู้เสียหาย กล่าวว่า ทำงานอยู่กระทรวงเกษตร วันเสาร์ อาทิตย์ จะกลับบ้านนครปฐม วันที่ 17 กุมภาพันธ์ กลับบ้านมาตกใจข้าวของในบ้านถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย มีพระเครื่อง และของมีค่าหลายรายการหายไป พร้อมรถจักรยานยนต์ 1 คัน รถจักรยานไฟฟ้า 1คัน มูลค่ารวมหลายแสนบาท