ตร.ล้อมจับ หนุ่มคลั่ง บุกแทงเพื่อนบ้านเสียชีวิต หลังโมโหป้าไม่ให้เงินซื้อยาบ้า นำศพตั้งบำเพ็ญกุศล คาดคนก่อเหตุขอเงินเพื่อซื้อยาบ้าไม่ได้จึงกลับไปเอามีดมาแทง ระบุเคยก่อเหตุแทงคนอื่นแบบนี้มา 3 ครั้งแล้ว
ความคืบหน้า จากกรณี นายมงคลชัย หรือโต้ง ชาวอ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ผู้เสียชีวิต ถูกแทงด้วยอาวุธมีด สถานที่เกิดเหตุหน้าปั๊มน้ำมันหลอดภายในหมู่บ้าน บนถนนสาธารณะ หน้าบ้านในต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรีฯ โดยมีผู้ก่อเหตุได้แก่ นายภาสกร หรือ เต๋า อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนกัน
ก่อนเกิดเหตุ ดึกคืนวานนี้ ( 1มี.ค.) นายภาสกร หรือ เต๋า หลังขอเงินจากป้าเพื่อนำไปเสพยาบ้าที่อาศัยอยู่ด้วยไม่ได้ เกิดโมโห แล้วออกจากบ้านได้มาหานาย มงคลชัย หรือโต้ง ผู้เสียชีวิต เพื่อขอเงินแทน ช่วงกลางดึก เวลาประมาณ 22.15 น. และไม่ได้เงินอีก และทั้งคู่ได้ทะเลาะกัน แล้วผู้ก่อเหตุเดินกลับบ้าน ผู้ก่อเหตุบอกว่าเดี๋ยวกูจะกลับมาใหม่
จนช่วงเวลาประมาณ 03.00 น.ก่อนรุ่งเช้าของ วันนี้ (2 มี.ค.)ผู้ก่อเหตุเดินมา พร้อมมีดของกลางไล่แทงผู้ตายจนได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรี ส่วนนายภาสกรหลังได้ก่อเหตุนำเอาอาวุธมีดเข้าไปแทงนายมงคลชัยที่เกิดเหตุเป็นแผลฉกรรจ์ใต้อกซ้ายตัดขั้วหัวใจ, ด้านหลัง, แขน จนเสียชีวิตแล้วได้เดินเท้าหลบหนีไปอยู่ที่บ้านของตนเอง
ทันทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุ ได้ไปที่เกิดเหตุและติดตามตัวผู้ก่อเหตุไปในทันทีทันใดพบอยู่ในห้องนอนอาการคลุ้มคลั่งและจับกุมตัว ไว้ได้ พร้อมของกลางประกอบด้วย มีดทำครัวปลายแหลมด้ามไม้ กว้าง 5 ซม. ยาว 30 ซม. จำนวน1 เล่ม, เสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีกรมท่า เปื้อนเลือดจำนวน1ตัว และ กางเกงขายาวสีดำเปื้อนเลือด จำนวน1ตัว ได้แจ้งข้อกล่าวให้ทราบ คือกระทำความผิดฐาน “เจตนาฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อนและนำตัวมาควบคุม-สอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ที่ สภ.กบินทร์บุรีต่อไป ตามที่ได้นำเสนอรายละเอียดไปแล้วก่อนหน้านี้นั้น
ต่อมา เวลา 18.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า มารดา –แฟนสาว – ญาติ ได้นำศพของนาย มงคลชัย หรือโต้ง ผู้เสียชีวิต ออกจาก รพ.กบินทร์บุรี มาที่ศาลาอเนกประสงค์วัดนางเลง หมู่ 5 ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่ง ทำพิธีรดน้ำศพก่อนหน้า แล้วนำศพตั้งรอบำเพ็ญกุศล สวดพระอภิธรรมเป็นคืนแรกต่อไป ท่ามกลางญาติมิตร เพื่อนบ้านมาช่วยงานกว่า 30 คน โดยกำหนดตั้งบำเพ็ญกุศลระหว่าง วันที่ 2 – 4 มี.ค. 67 นี้ และจะ ทำการฌาปนกิจศพ ในเวลา 16.00 น. วันที่ 5 มี.ค.67
น.ส.แอ๊ด อายุ 33 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต กล่าวด้วยน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงราว 02.00 น. -03.00 น. ผู้ก่อเหตุเดินไป – เดินมาในหมู่บ้านไม่ยอมหลับยอมนอน ช่วง 02.00 น. นายมงคลชัย หรือโต้ง ผู้เสียชีวิต สามีตนพบว่า ผู้ก่อเหตุเข้ามาที่บ้านพักตนเองที่เตรียมเปิดซ่อมรถ จยย.ในหมู่บ้านถึง 2 -3 รอบ สามีเห็นว่ายามวิกาล เกรงว่าข้าวของ-เครื่องมือช่างอาจหาย จึงบอกให้คนก่อเหตุออกไป จนช่วงเวลา 03.00 น.คนก่อเหตุได้กลับมาพร้อมมีดพกและใช้จ้วงแทงสามีตนเองหลายครั้ง ถูกแทงที่ อกซ้าย ,หลัง ,แขน เป็นแผลฉกรรจ์ จากสามีได้พยายามวิ่งหนี แต่ไปไม่รอดมาล้มฟุบ ห่างจากจุดเกิดเหตุกว่า 50 เมตรเศษ ทางญาติได้รีบนำส่งห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน รพ.กบินทร์บุรีแต่เสียชีวิตแล้ว อยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีโทษสูงสุดไม่ให้มาก่อเหตุอุจฉกรรจ์แบบนี้อีก สำหรับตนเอง อยู่กับสามีมาหลายปี ไม่มีบุตรด้วยกัน มีอาชึพค้าขาย
ด้าน นางจำนรร อายุ 71 ปี มารดาผู้เสียชีวิตกล่าวว่า กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรู้สึกเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขออโหสิกรรมไม่จองเวร-จองกรรม ส่วนผู้ก่อเหตุจะมาขอขมาศพหรือไม่ก็แล้วแต่ เพราะหากมาเพื่อนๆ ลูกชายอาจรุมประชาทัณฑ์ได้
ขณะที่ นายตี๋ อายุ 47 ปี น้าเขยผู้เสียชีวิตกล่าวว่า ช่วงเกิดเกิดเหตุ ตนเองเป็นคนนำผู้เสียชีวิตที่ถูกคนร้ายแทงนำขึ้นรถตู้ ส่ง รพ.กบินทร์บุรี โดยคนตาย ซึ่งเป็นหลานเขยถูกแทงตรวจสอบบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง คือ หน้าอกซ้าย ,หน้าท้อง , กลางหลัง และ แขน หน้าร้านค้าแม่ตนเอง ช่วงเวลา 03.00 น. หน้าปั๊มน้ำมันหลอดภายในหมู่บ้าน บนถนนสาธารณะ หน้าบ้านคาดว่าคนก่อเหตุคงมาขอเงินกับผู้ตายที่เป็นเพื่อนกัน เพื่อนำไปซื้อยาบ้าเสพแล้วไม่ได้ จึงโกรธเพราะก่อนหน้านี้ คนก่อเหตุขอเงินจากป้าของตัวเองไม่ได้มาก่อนหน้า จึงใช้มีดพกแทงผู้ตาย
สำหรับ ผู้ก่อเหตุ เคยก่อเหตุแทงผู้อื่นในหมู่บ้านแห่งนี้มาหลายราย เมื่อเพิ่งเกิดไม่กี่เดือน รายแรกแทงเข้าลำตัวบาดเจ็บสาหัส ,รายที่ 2 วิ่งหนีได้ทัน และ รายที่ 3 ผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นหลายเขยตนเองดังกล่าว หลังถูกแทง ได้วิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด จากที่เกิดเหตุมาไกลได้กว่า 50 เมตร มาล้มทับจักรยาน และตะเกียกตะกายไปฟุบหน้าหมดสติคากองเถ้าที่เผาไฟก่อนถูกนำส่ง รพ.แต่สิ้นใจแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม พบที่บ้านพักของผู้ก่อเหตุเป็นบ้านน็อคดาวน์ทรงไทย เป็นบ้านของป้าผู้ก่อเหตุ หน้าบ้านปิดประตูเข้า – ออกไว้ ไม่สามารถติดต่อได้ ทราบว่าผู้ก่อเหตุ พ่อ –แม่เสียชีวิต อาศัยอยู่กับป้า ไม่มีอาชีพ

