เชียงใหม่ สั่งจัดการเชื้อเพลิงก่อนค่ำ หลังไฟลามไม่หยุดวอดป่าหลายที่ กองทัพภาค 3 ร่วมลาดตระเวนป้องปรามคนจุดไฟ เร่งบินเฮลิคอปเตอร์โปรยน้ำดับไฟ
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม จากสถานการณ์ไฟป่าที่ลุกลามไม่หยุดในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอแม่แจ่ม ฮอด จอมทอง และแม่วาง จากการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ได้รับอนุญาตในระบบ Fire-D แต่ไม่สามารถดับไฟได้หมดและปล่อยให้ไหม้ลุกลามเป็นวงกว้างเข้าสู่ผืนป่าเกิดความเสียหายจำนวนมากนั้น
ล่าสุดจังหวัดเชียงใหม่ออกประกาศไปยัง 25 อำเภอว่า เพื่อให้การบริหารจัดการเชื้อเพลิงของศูนย์บัญชาการฯ อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำร่อง 12 แห่ง ในการอนุมัติ/อนุญาตบริหารจัดการเชื้อเพลิงผ่านระบบแอพพลิเคชั่น FireD เป็นไปอย่างประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ จึงขอให้ดำเนินการส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
ช่วงเวลาให้บริหารจัดการเชื้อเพลิงช่วงกลางวัน ก่อน 17.00 น. เนื่องจากอุณหภูมิที่ลดต่ำลงค่าความชื้นสัมพัทธ์สูงขึ้น ส่งผลให้ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ลอยต่ำ อาจส่งผลกระทบกับชุมชนโดยรอบ และดับไฟให้สนิทก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ขนาดพื้นที่ พื้นที่บริหารจัดการเชื้อเพลิงไม่ควรเกิน 500 ไร่ เนื่องจากการเผาในวงกว้างใช้เวลานาน ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศสูง และอาจยากต่อการควบคุมการเผาให้เสร็จก่อนเวลา 17.00 น. การกระจายตัวของพื้นที่ พื้นที่อนุมัติ/อนุญาตให้บริหารจัดการเชื้อเพลิงไม่ควรอยู่ใกล้กันแม้พื้นที่เผาจะมีขนาดเล็กหลายแห่ง แต่ไม่มีการกระจายตัวของพื้นที่ จะส่งผลให้ปริมาณฝุ่น ควันที่เกิดจากการเผาไหม้บริเวณนั้นมีมาก ควรประเมินทิศทางลมก่อนการเผาทุกครั้ง เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนบริเวณใกล้เคียง ไม่ควรเผาเหนือลม หรือบริเวณที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชน และต้องแจ้งเตือนให้ประชาชนในชุมชน หรือหมู่บ้านที่อาจจะได้รับผลกระทบได้รับทราบด้วย
แนวกันไฟ ต้องจัดทำและตรวจสอบแนวกันไฟให้ครอบคลุมพื้นที่ เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดการลุกลามของไฟไปพื้นที่อื่น และคน ให้มีจำนวนคนเพียงพอกับจำนวนและสภาพพื้นที่ๆ จะบริหารจัดการเชื้อเพลิง และต้องอยู่เฝ้าระวังควบคุมไฟ ในพื้นที่บริหารจัดการเชื้อเพลิง จนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ
ทางด้านศูนย์ปฏิบัติการดับไฟป่า ภาค 3 กองทัพภาคที่ 3 นำเฮลิคอปเตอร์ KA-32 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าสนับสนุนจังหวัดเชียงใหม่ ในพื้นที่ของอำเภอแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ หลังจากเกิดไฟป่าลุกลามหลายพื้นที่ขยายวงกว้างต่อเนื่อง ทั้งในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่อุทยานแห่งชาติ บางจุดยังไม่สามารถดับได้ ซึ่งสาเหตุเกิดจากมีการลักลอบเผาป่าเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์ ด้วยสภาพพื้นที่ที่มีใบไม้แห้งลงมากองทับถมอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดและแห้งแล้ง ทำให้เกิดการลุกลามได้อย่างรวดเร็ว และมีภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงทำให้ยากต่อการเข้าถึงของชุดภาคพื้นดิน โดยอากาศยานเฮลิคอปเตอร์ KA-32 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขึ้นบินโปรยน้ำ จำนวน 12 เที่ยว จำนวน 36,000 ลิตร เข้าช่วยดับไฟป่าและป้องกันการลุกลามวงกว้าง ซึ่งในวันนี้หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ก็จะมีการพิจารณาการใช้อากาศยานเข้าดับไฟอีกครั้งหนึ่ง
นอกจากนี้ ยังเสริมกำลังทหารจากกรมทหารพรานที่ 35 กองทัพภาคที่ 3 ออกลาดตระเวนร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยาน เจ้าหน้าที่ปกครอง และอาสาสมัคร เพื่อเป็นการป้องปรามการลักลอบจุดไฟเผาป่าเพิ่มอีก พร้อมทั้งสำรวจการพื้นที่การเกิดไฟไหม้เพื่อให้ง่ายละรวดเร็วในการเข้าดับไฟ
ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เชียงใหม่ รายงานพบจุดความร้อน (Hotspot) รอบบ่ายวานนี้ (2 มีนาคม) จำนวน 90 จุด ในพื้นที่อำเภอฮอด 24 จุด แม่แจ่ม 23 จุด แม่วาง 14 จุด ดอยเต่า 13 จุด พร้าว 6 จุด อมก๋อย 4 จุด เชียงดาว 2 จุด จอมทอง 2 จุด เวียงแหง 1 จุด และแม่แตง 1 จุด และ รอบเช้านี้ (3 มีนาคม) จำนวน 134 จุด ในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม 36 จุด ฮอด 22 จุด เชียงดาว 17 จุด ดอยเต่า 15 จุด แม่วาง 11 จุด จอมทอง 9 จุด แม่แตง 6 จุด สะเมิง 4 จุด สันกำแพง 4 จุด สันทราย 3 จุด แม่ออน 2 จุด หางดง 2 จุด แม่อาย 2 จุด และอมก๋อย 1 จุด
สรุปสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ประจำวันที่ 3 มีนาคม 2567 ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน) พบค่า PM 2.5 มีค่าระหว่าง 31.0-100.0 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ และพบพื้นที่ที่ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน คุณภาพอากาศอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ พื้นที่ ต.เวียงพาคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย PM2.5 = 75.7 มคก./ลบ.ม. ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน PM2.5 = 77.6 มคก./ลบ.ม. และ ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน PM2.5 = 100.0 มคก./ลบ.ม. พบพื้นที่ที่ค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย PM2.5 = 37.9 มคก./ลบ.ม. ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย PM2.5 = 56.8 มคก./ลบ.ม. ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ PM2.5 = 42.7 มคก./ลบ.ม. ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ PM2.5 = 45.5 มคก./ลบ.ม. ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ PM2.5 = 38.6 มคก./ลบ.ม. ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ PM2.5 = 40.0 มคก./ลบ.ม. ต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ PM2.5 = 43.0 มคก./ลบ.ม. ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน PM2.5 = 63.8 มคก./ลบ.ม. ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน PM2.5 = 65.5 มคก./ลบ.ม. และ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน PM2.5 = 42.4 มคก./ลบ.ม. คาดการณ์การสะสมของฝุ่นละอองภาพรวมภาคเหนือวันพรุ่งนี้ คุณภาพอยู่ในระดับปานกลาง


