หน้าแรก ภูมิภาค ทนมา 4 ปี! เม...

ทนมา 4 ปี! เมียร้อง ผัวตำรวจ ‘ร.ต.ต.’ คบชู้เด็กอายุ 14 จนท้อง กราบเท้าขออยู่แบบ 3 คนผัวเมีย

4.03.24 | 15:04 น.

ภรรยาตำรวจร้อง ‘เป็นหนึ่ง’ สามีตำรวจคบชู้กับเด็กอายุ 17 แอบมีความสัมพันธ์กันตั้งแต่เด็กอายุ 14 ซ้ำ แม่เด็กไม่ห้ามลูก ลั่น!! ก็เขารักกันจะให้ทำยังไง ตอนนี้เด็กอายุ 17 เพิ่งตั้งท้องกับนายตำรวจ

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีหญิงสาวรายหนึ่ง อายุ 55 ปี อ้างว่าเป็นภรรยาของตำรวจรายหนึ่ง ได้ร้องผ่านต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ถึงเรื่องราวสามีตำรวจยศ “ร.ต.ต.” ซึ่งอยู่กินกันมา 20 ปี ได้มีบ้านเล็กเป็นเด็กอายุ 14 ปี และลอบคบหากันจนปัจจุบันเด็กคนดังกล่าวอายุ 17 ปีแล้ว โดยเมื่อจับได้ตอนแรกสามีตำรวจอ้างว่าจะเลิกกัน แต่กลับไม่ได้เลิกจริงๆ กระทั่งตัวเด็กอ้างว่าท้อง สามีตำรวจได้มาขอให้เธอหย่าให้ แต่เมื่อตกลงเรื่องเงินกันไม่ได้ก็เปลี่ยนใจไม่หย่าแล้ว พร้อมขอให้เธอทำใจรับสภาพอยู่กินกันแบบ 3 ผัวเมีย

โดยเธอเล่าไว้อย่างละเอียดว่า สวัสดีค่ะคุณต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ดิฉันอยู่กินกับ ร.ต.ต. ..สามี อยู่กินกันมาร่วม 20 ปี แล้วมาประมาณปี 2562 ก็เริ่มมีเรื่องผู้หญิงเข้ามา เริ่มจากนางสาวเอ (นามสมมุติ) ในช่วงนั้นอายุ 14 ปี แต่ปัจจุบันตอนนี้อายุ 17 ปี มาซื้อไก่ชนที่บ้าน หลังจากนั้นก็เข้ามาตีสนิทกับดิฉันมาตลอด และได้ขอเบอร์โทรสามีเพื่อคุยกันเรื่องไก่ชน ซึ่งดิฉันก็ไม่ได้ผิดสังเกตอะไรเพราะคิดแค่ว่าเหมือนลูกหลานที่ชอบไก่ชนเหมือนกัน

พอเข้าช่วงปลายปี 2564 ดิฉันจับได้ว่าสามีแอบคุยและคบกันฉันชู้สาวกับนางสาวเอ ดิฉันได้ตักเตือนทั้งสามีและนางสาว ซึ่งฝั่งครอบครัวนางสาวเอก็จะเอาเรื่องเช่นกันจนเรื่องเงียบไปพักนึง ดิฉันไม่ได้ระแวงสงสัยอะไรเลยจนมาเกิดเหตุอีกครั้งที่ฝ่ายหญิงชู้ได้โพสต์ข้อความชวนน่าสงสัย จนทำให้ดิฉันได้หลักฐานจากมือถือสามีซึ่งทำให้มั่นใจว่าที่ผ่านมาเขาไม่เลิกรากัน ยังคบกันฉันชู้สาวมาตลอด มีการส่งรูปภาพมาเย้ยหยันจนมีปากเสียงทะเลาะกันกับสามีและชอบลงไม้ลงมือกับดิฉันอยู่หลายครั้ง ทำให้เกิดสภาวะเครียด นอนไม่หลับจนถึงขั้นเข้าพบแพทย์ ซึ่งหมอก็ได้ให้ยานอนหลับ ยาคลายเครียดมากิน ดิฉันเครียดจนถึงขั้นกินอะไรไม่ได้ เครียดมากจนพยายามฆ่าตัวตายถึง 2 ครั้งเพื่อจบปัญหาเพราะความอับอายและหาทางออกไม่ได้ ทั้งกลัวสารพัดเพราะเขาจะพูดจาข่มขู่ตลอด

จนในที่สุดดิฉันตัดสินใจร้องเรียนผู้บังคับบัญชาสามีแต่ผลที่ได้รับคือคำขู่จากสามี และคำด่าทอดิฉันอย่างเสียๆ หายๆ และใช้กำลังความรุนแรงกับดิฉันเรื่อยมา ดิฉันจึงได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ตลอด
เรื่องความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีหลังมันคือความทรมาน โดนสามีข่มขู่ทำร้ายร่างกายโดยตลอด ไม่สามารถใช้ชีวิตปกติได้ ต้องไปนอนบ้านญาติ นอนโรงแรมบ้าง

Advertisement

พอมาปลายปี 2566 ก็เกิดเรื่องขึ้นอีก จับได้ว่าหญิงชู้วัย 17 ตั้งครรภ์ ซึ่งสามีบอกว่าเป็นลูกตน และจะรับหญิงไว้เป็นเมียอีกคน ยอมหาเงินไปขอไว้ 9 หมื่น โดยดิฉันมาทราบทีหลัง เจ็บปวดค่ะพี่เจ็บปวดมาก ส่วนฝ่ายหญิงชู้ก็ไม่เกรงกลัวกับการกระทำตัวเช่นนี้เลยแถมยังท้าทายดิฉันให้ไปฟ้องตำรวจ ฟ้องศาลเลย

ดิฉันตัดสินใจไปร้องเรียนผู้บังคับบัญชาสามีอีกครั้งและในครั้งนี้จะตั้งกรรมการสอบสวนอีกครั้งแต่ยังเงียบ ทุกครั้งที่โทรถามก็จะบอกอยู่ในช่วงพิจารณาหาข้อมูล ณ ปัจจุบันนี้เหมือนกับว่าเขาทั้งสอง สามีกับหญิงชู้วัย 17 ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจกับการกระทำของตนเลย ดิฉันเคยไปร้องเรียนที่โรงเรียนของหญิงวัย 17 ทางโรงเรียนก็ได้แค่ตักเตือน แต่ที่เลวร้ายที่สุด ทางดิฉันได้เคยเข้าไปพูดกับครอบครัวของหญิงชู้วัย 17 ซึ่งทางครอบครัวก็ตอบกลับมาว่า “ทำยังไงได้ก็คนมันรักกัน ก็ต้องให้เขาอยู่ด้วยกัน” ส่วนตัวได้แต่คิดในใจว่าคนเราเป็นอะไรกันไปหมด ขาดศีลธรรมขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมสนับสนุนให้ลูกตัวเองไปแย่งสามีคนอื่น

ดิฉันก็ตั้งข้อสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่จะแต่งงานกับสามีเราได้ไปปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนครอบครัวต่อการมีลูก ซึ่งสามีดิฉันเป็นคนมีลูกยากมาก น้ำเชื้อไม่แข็งแรง คุณหมอแจ้งว่าถ้ามีลูกได้ก็ต้องทำกิฟต์เท่านั้น เหตุนี้ดิฉันจึงร้องเรียนมายังเพจหวังขอความช่วยเหลือเพราะดิฉันเป็นฝ่ายถูกกระทำแต่ฝ่ายเดียว และพร้อมจะแนบหลักฐานรูปภาพและข้อความค่ะ

ทั้งนี้ ทางเป็นหนึ่งเผยว่า หลังจากที่ทางเป็นหนึ่งได้รับเรื่องแล้วเราจะประสานต้นสังกัดตำรวจท่านนี้เพื่อสอบถามและเร่งรัดการทำผิดวินัยของนายตำรวจนายนี้ให้เด็ดขาด คุณเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ผู้ถือกฎหมาย และสิ่งที่คุณกำลังทำ กำลังละเมิดกฎหมายพรากผู้เยาว์ และกระทำผิดต่อภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งถือเป็นความผิดที่ร้ายแรงของข้าราชการตำรวจ รอติดตามชมตอนต่อไป..

ต่อมา เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ขณะที่ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ เมียหลวงของตำรวจ อายุ 55 ปี ชาวร้อยเอ็ด เล่าถึงเหตุที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี’62 สามีไปคบกับเด็กคนหนึ่งอายุ 14 ปี ซึ่งครั้งแรกคิดว่าไม่มีอะไร หลงเอ็นดู ดูแบบเป็นลูกกับหลานที่มาตีสนิท ทว่าในปีต่อมา ทางครอบครัวของเด็กหญิงทราบเรื่องก็มาโวยวาย ขอให้ตนบอกสามีเลิกไม่เช่นนั้นจะเอาเรื่อง ก็มีการพูดคุยกันว่าจะเลิก โดยเฉพาะแม่สามีมาคุยกันด้วย ซึ่งตนก็เชื่อว่าเลิกแล้วและเรื่องก็เงียบไป จากนั้นก็มีเรื่องระหองระแหง หาเรื่องทะเลาะวิวาทกับตนเองเป็นประจำ จนเกิดความไม่เข้าใจกัน บางครั้งถึงขนาดขู่จะยิง เอาปืนเล็งมาที่เราก็ทำมาแล้วเพื่อขู่ให้กลัวและต้องการให้เรายอมรับตามที่ต้องการจะอยู่กันแบบ 3 สามีภรรยา ซึ่งตนไม่ยอมรับและไม่เอาด้วย ทั้งที่มาบอกเราว่าเลิกกันแล้ว แต่ความจริงก็ยังแอบคบกันอยู่ โดยบ่อยครั้งบอกเราว่าไปนอนบ้านแม่ แต่มารู้ทีหลังว่าเขาไปนอนด้วยกัน และพ่อแม่เด็กก็รู้เห็นเป็นใจ ทั้งที่แรกๆ บอกว่าจะเอาเรื่อง แต่สุดท้ายก็สมคบกัน และสุดท้ายเมื่อตนไม่ยอมเลิกให้ เด็กก็มาโพสต์ด่าและไม่ว่าจะพูดอะไรก็ถึงหูเด็กด้วยการบอกกันทั้งหมด

ตนทนทุกข์ทรมานมา 4 ปีเต็ม ตอนนี้ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เอาแล้ว จะขอเลิก และจะให้ทนายฟ้องร้องทุกฝ่าย ทั้งเด็กและสามี ยอมแม้กระทั่งให้ออกจากตำรวจก็จะทำ มันก็จำเป็น มันเป็นกรรมของเขาเอง เขาสร้างเอง ไม่มีใครสร้างให้ ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะตัวเขาสร้างเอง มีการเรียกร้องเอาเงินทองไหม ขั้นแรกบอกถ้าจะหย่าขอเอา 2 ล้านมาแลก แต่พอเขาบอกมีลูก ก็เปลี่ยนใจจะเอาเป็น 3.5 ล้าน เป็นค่าตัวลูกที่มีเพิ่มมาอีก 1.5 ล้าน จึงจะหย่าให้ แต่พอเอาเข้าจริงๆ กลับไม่ยอมหย่า แล้วจะอยู่กันสามคนเหมือนเดิมซึ่งตนเองรับไม่ได้และไม่เอาอยู่แล้ว

เมื่อสามีตำรวจเข้าข้างอีกฝ่าย ทำลายน้ำใจตนที่อดทนมานานถึงขนาดนี้ ก็จะไม่ทนต่อไปอีก สุดท้ายจะเอาเรื่องเด็กที่เป็นชู้ก่อน เพราะเป็นเมียน้อยมาสร้างให้ครอบครัวแตกแยกแล้วยังมาเหิมเกริม ดุด่าให้ร้ายตนเอง ซึ่งรับไม่ได้อยู่แล้ว จากนั้นก็จะฟ้องชู้เป็นคนแรก และต่อมาก็จะฟ้องสามี ในกรณีที่ไปเอาเด็กอายุ 14 ปีมาเป็นเมีย ซึ่งเข้าข่ายคดีพรากผู้เยาว์ และเป็นความผิดทางวินัย ที่อยากให้ผู้บังคับการเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ไม่ต้องให้ออกจากตำรวจก็ต้องจำเป็นต้องให้ออก เพราะไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้อีกแล้ว

รวมทั้งจะให้ทนายรวบรวมข้อมูลทั้งหมดแจ้งเพิ่มเติมไปยังผู้บังคับบัญชา ให้ลงโทษให้หนักที่สุด โดยจะไม่มีการพูดคุยเจรจากันอีกแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ยังไม่ยกโทษให้ อย่าหวังว่าจะเหมือนครั้งก่อนๆ ที่พอทำผิด แล้วก็มากราบขอโทษ ซึ่งตนก็อภัยให้ แต่ครั้งนี้จะไม่มีการอภัยให้อีกแล้ว แม้จะมากราบตีนอีกก็ตาม และยืนยันว่าจะเดินหน้าให้ถึงที่สุด โดยไม่คุยกันอีกแล้วอีกต่อไป

และที่สำคัญที่รับไม่ได้ที่สุดก็คือ ไปพูดคุยหลายครั้งแล้วเพื่อขอสามีคืน แต่เด็กไม่ยอม ยืนยันว่าจะเอาผัวของตนเองให้ได้ และยังมีการมาพูด บอกสามีว่าให้มาฟ้องหย่าเมีย ถ้าไม่มีเงิน เมียเด็กคนนั้นก็บอกจะเอาเงินให้ตนเองฟ้องหย่าสามี เพื่อเขาจะได้ครอบครองคนเดียว ซึ่งไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะกล้าหาญชาญชัยพูดในลักษณะเช่นนี้ออกมาได้ทั้งๆ ที่ตัวเองก็อยู่ในฝ่ายที่มีความผิด โดยเฉพาะสามีที่จะต้องโดนข้อหาพรากผู้เยาว์อย่างแน่นอน ยังไงก็จะไม่มีการยอมความกันอีกต่อไปแล้ว

โดยจากนี้ไปก็จะให้ทนาย รวมทั้งคุณอ้อจากเพจเป็นหนึ่ง เข้ามาให้ความช่วยเหลือแล้ว ให้คำปรึกษา ช่วยหาทางออกให้จนกว่าจะเลิกกันกับสามี ทุกอย่างก็จะจบ ส่วนคดีพรากผู้เยาว์เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา ที่จะเอาเรื่องลงโทษก็เป็นเรื่องทางวินัย ที่ตำรวจจะต้องดำเนินการให้

พร้อมกับฝากให้ผัวตำรวจได้คิด กรณีที่เมียน้อยที่แอบคบกันตั้งแต่ 14 ปี จน 17 ปี ที่ล่าสุดบอกว่ากำลังท้อง 7 เดือน อยากฝากเตือนให้สามีได้ฉุกคิดว่าใช่ลูกตนเองหรือไม่ เพราะตลอดเวลาที่อยู่กับตนเองมานับ 10 ปี ตนไม่คุมกำเนิดแต่ก็ไม่เคยท้อง เพราะเจ้าตัวก็รู้ว่าเคยไปให้ตรวจแล้ว พบอสุจิไม่แข็งแรง ไม่สามารถมีลูกได้ อยากฝากให้คิดและลองไปตรวจดีเอ็นเอดูว่าการที่เด็กอ้างว่าท้องนั้นอยากให้ลองไปตรวจดูว่าใช่ลูกตนเองหรือไม่ เพราะอาจจะไม่ใช่ก็ได้