ตั้ง 3 เครื่องสูบน้ำช่วยภัยแล้งพื้นที่เกษตรชาวดอนแร่
นายก อบต.ดอนแร่ อ.เมือง จ.ราชบุรี นำชาวบ้านช่วยกันขนอุปกรณ์เครื่องสูบน้ำมาติดตั้งริมคลองชลประทาน เพื่อเร่งสูบน้ำลงลำห้วยไปยังพื้นที่การเกษตร นาข้าว ขณะที่พืชผักราคาแพงสูงขึ้นจากปัญหาภัยแล้ง
วันที่ 7 มี.ค. นายสาโรจน์ มูลพวก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนแร่ อ.เมือง จ.ราชบุรี ได้นำชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันขนอุปกรณ์เครื่องสูบน้ำ จำนวน 3 เครื่องมาติดตั้งบริเวณริมคลองชลประทาน เขตติดต่อระหว่างหมู่ 9 และหมู่ 10 ต.ดอนแร่ กับหมู่ 11 ต.อ่างทอง หลังพื้นที่ ต.ดอนแร่ รวม 10 หมู่บ้าน เกิดปัญหาภัยแล้งซ้ำซากเป็นประจำทุกปี เกษตรกรเดือดร้อนไม่มีน้ำใช้เพียงพอ พืชผักทางการเกษตรได้รับผลกระทบ ขณะที่ปัญหาภัยแล้งทำให้พืชผักมีราคาแพงสูงขึ้น ทำให้ชาวบ้านพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อให้มีน้ำใช้เพียงพอต่อการเพาะปลูก โดย อบต.ดอนแร่ ได้เข้ามาสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนของชุมชนในช่วงเกิดปัญหาดังกล่าว

นางแสงระวี แววอาราม เกษตรกรปลูกข้าว เปิดเผยว่า ที่บ้านทำนาปรัง 40 ไร่ นาปี 75 ไร่ ปีนี้ราคาข้าวประมาณตันละ 11,500 – 12,200 บาท ส่วนปีที่แล้วตันละ 9,000 บาท ตอนนี้ประสบปัญหาน้ำไม่เพียงพอในการใช้ทำการเกษตร ชาวนาอยากทำนาแต่ไม่มีน้ำที่เพียงพอ ปลูกได้เฉพาะพืชผักล้มลุก จึงอยากให้ช่วยแก้ไขปัญหาสร้างเหมืองลักษณะต่างระดับเพื่อจะดึงน้ำจากคลองชลประทานขึ้นไปปล่อยด้านบนแล้วปล่อยลงลำห้วย แต่ต้องใช้พื้นที่ของเกษตรกรหลายคนในการให้ที่ดินสร้างเหมืองใช้ประโยชน์ ส่วนใหญ่แถบนี้จะปลูก ถั่วฝักยาว มะเขือ กระเจี๊ยบ ชะอม ผักล้มลุกต่าง ๆ บางช่วงราคาดี จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐช่วยแก้ไขปัญหา ทำอย่างไรที่จะให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี

นายสาโรจน์ มูลพวก นายก อบต.ดอนแร่ เปิดเผยว่า ในพื้นที่จะมีช่วงที่ประสบภัยแล้งตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม บางช่วงถ้าฝนดีน้ำดีจะอยู่ประมาณช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และช่วงต้นเดือนมีนาคม สภาพปัญหาตอนนี้ดูแลตั้งแต่ชาวบ้านหมู่ 1 ถึงหมู่ 10 มีพื้นที่ประมาณกว่า 200 ไร่ ที่ดูแลด้านการเกษตร ทำไร่ ทำนาบางส่วน ส่วนใหญ่จะปลูกพืชไร่ พืชล้มลุก ส่งขายตลาดศรีเมือง ส่วนการแก้ไขปัญหาทุกปีช่วงเดือนกุมภาพันธ์ในภาวะที่นำขาด ปกติชาวบ้าน ต.ดอนแร่ จะได้รับน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยสำนักไม้เต็ง ซึ่งปีนี้น้ำน้อยมากและเปิดมาในเชิงเกษตรไม่ได้
ในพื้นที่จะมีน้ำจากคลองชลประทานที่ไหลผ่านช่วงเวลาที่ทางเจ้าหน้าที่เปิดมาให้ จะใช้วิธีการสูบน้ำจากคลองชลประทานดันขึ้นลำห้วยทับใต้ จะสูบน้ำลงพื้นที่สาธารณะ และเกษตรกรจะสูบน้ำจากพื้นที่ในลำคลองขึ้นไปทำไร่ การเกษตรต่อไป เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งขาดน้ำ

จากปัญหาภัยแล้งทำให้พื้นที่อื่นไม่สามารถปลูกพืชผักการเกษตรได้ ทำให้พืชผักมีราคาแพง ค่าเฉลี่ยที่สร้างรายได้เข้าตำบลช่วงแต่ละวันในการประเมินอย่างน้อยวันละ 1 แสนบาทขึ้นไป โดยเครื่องจักรที่สูบน้ำจะเป็นของ อบต. และหมู่บ้านช่วยกันสนับสนุน ส่วนงบประมาณค่าน้ำมันได้มาจากงบเสริมหนุนของโรงไฟฟ้า บริษัท หินกองเพาเวอร์ จำกัด ซึ่งจะกันงบประมาณไว้เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้กับชุมชนไว้ สามารถช่วยแก้ไขปัญหาของชาวบ้านได้ประมาณ 8 หมู่บ้าน จาก 10 หมู่บ้านของพื้นที่โดยรวม ซึ่งจะต้องดำเนินการช่วยเหลือไปจนกว่าจะย่างเข้าสู่ฤดูฝนให้ชาวบ้านมีน้ำใช้อย่างต่อเนื่อง

