ชาวบ้าน 3 ตำบล กว่าพันครอบครัว ประท้วงรง.รีไซเคิลขยะ สร้างมลภาวะส่งกลิ่นเหม็นนานนับปี ร้องราชการแต่ก็ยังไม่คืบ
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ในพื้นที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ว่า มีบริษัท โรงงานรีไซเคิล (คัดแยกขยะ) ตั้งอยู่ หมู่ 4 ริมถนนสายแก่งคอย – บ้านนา ต.ท่ามะปราง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ว่าโรงงานดังกล่าวได้มีการเผาขยะตลอดทั้งวัน ทำให้ส่งกลิ่นเหม็น ตลบอบอวน ไปทั่ว จนทำให้เกิดภาวะ คอแห้ง แสบตา แสบจมูก ไปตามทิศทางของลมที่พัดผ่านเข้ามา จนเกิดโรคทางเดินหายใจ หายใจไม่อิ่ม ต้องใส่หน้ากากอนามัยกันอยู่ ตลอดเวลา ส่งผลให้ชาวบ้านในตำบลห้วยแห้ง ม.3 และ ม.7 ตำบลท่ามะปราง ม.2 และ ม.4 ต.ชำผักแพว ม.6 ม.7 และ ม.8 กว่า 1,000 ครัวเรือน ได้รับผลกระทบ เคยร้องเรียนไปหลายหน่วยงานแล้ว แต่ไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยเหลือ หรือเข้ามาแก้ไขแต่อย่างไร จึงได้พากันมาร้องสื่อเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน

ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงตรวจสอบพื้นที่พบว่าชาวบ้าน กว่า 100 คนได้รวมตัวกันบริเวณปากทางเข้าวัดท่ามะปราง ต.ห้วยแห้ง ยืนถือป้ายที่เขียนมาด้วยมือ โดยมีข้อความว่า “เหม็นลูกหลานจะเป็นเช่นไรไม่ใส่ใจดูแล กินนอนไม่เคยอิ่มเพราะต้องทนเหม็น กลิ่นเหม็นหยุดมลพิษ เหม็นมากสุดจะทน เราอยากได้อากาศบริสุทธิ์” ฯลฯ อีกเป็นจำนวนมาก จากนั้นชาวบ้านได้รวมตัวกันเดินทางไปยังหน้าโรงงานรีไซเคิล ซึ่งอยู่ห่างกันไม่มากนัก เพื่อที่จะไปเรียกร้องกับเจ้าของโรงงาน หรือผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง และเมื่อไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ รปภ.ของบริษัท เพื่อให้ติดต่อไปยังผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบออกมาชี้แจง แต่กลับได้รับคำตอบจาก เจ้าหน้าที่ รปภ.ว่าไม่มีคนที่มีอำนาจออกมาชี้แจงให้ได้ มีเพียงเจ้าหน้าที่ พนักงานบัญชีที่อยู่ภายในบริษัทเท่านั้น โดยที่ไม่มีใครออกมาชี้แจงไดๆกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน จากนั้นชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ขยะส่งกลิ่นเหม็น จึงได้รวมตัวกันยืนถือป้ายอยู่หน้าโรงงานก่อนที่จะแยกย้ายกัน พร้อมกับร้องว่า “ไม่เอา ไม่เอา ออกไป ออกไป” และตะโกนว่า “เราจะไม่ทน ไม่ทน ไม่ทน” และพูดว่าถ้ายังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างไรชาวบ้านจะกลับมารวมตัวกันใหม่ จนกว่าจะได้รับการแก้ไข

ทางด้านนายอารมณ์ บุญเจริญ ตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน เล่าว่าตั้งแต่ต้นปี 2566 เป็นต้นมา โรงงานเริ่มทำการเปิดเครื่องจักร ทำให้มีกลิ่นเหม็น กระทบกับบ้านของตนเองเรื่อยๆมา โดยได้มีการแจ้งหน่วยงานต่างๆ ของทางราชเข้ามาตรวจสอบ แต่เมื่อตรวจสอบผ่านไปแล้ว พอผ่านพ้นไปไม่นานก็ จะมีกลิ่นเห็นเข้ามาอีกเหมือนเดิม เนื่องจากการยื่นเรื่องของโรงงานในการรับขยะ ให้กับกรมอุตสาหกรรมนั้นเป็นการยื่นขยะแห้ง ไม่ใช่ขยะเปียก แต่โรงงานทำผิดกฎระเบียบ โดยการนำขยะเปียกเข้ามาในการผลิต จึงได้มีกลิ่นเหม็นมากๆ ซึ่งบ้านของตนเองได้รับปลกระทบอย่างรุนแรง เนื่องจากว่ามีพื้นที่ติดกับโรงงาน และเป็นทางใต้ลมด้วย ซึ่งภรรยาของตนเองนั้นก็ป่วยอยู่ด้วย และมีเด็กเล็กอาศัยอยู่ภายในบ้านด้วย ทำให้สุขภาพไม่ดี ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนกันมาก เนื่องจากว่า การแก้ไข ไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจัง ชาวบ้านต้องเป็นหนูทดลองยามาโดยตลอด มีการแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้รับแรแก้ไข พอชาวบ้านรวมตัวก้นก็จะออกมาบอกว่าจะรีบแก้ไขให้ โดยการฉีด อีเอ็ม ซึ่งตนขอถามหน่อยว่า การฉีดอีเอ็ม ลงไปในขยะเปียกว่า มันจะไปเพิ่มกลิ่น หรือว่าลดกลิ่น ตนเองขอร้องให้หยุดการผลิต หรือว่าทำให้ดีขึ้นกว่านี้ คือควัน หรือกลิ่นเขม่าที่ลมพัดพาเข้ามาในบ้านของตนเองนั้นไม่เคยดีเลยสักครั้ง ทำให้เกิดผลกระทบกับเด็กๆ โรงเรียน วัด จะอยู่กันอย่างไร ตนเองขอกลิ่นดีๆ อากาศดีๆ ให้กลับคืนให้กับชาวบ้านในพื้นที่นี้

ด้านนายสน พานทอง ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ เล่าว่า ตนเองเคยสอบถามไปยัง ผจก.บริษัทกำจัดขยะ เคยทำประชาคม ผ่านไหม ซึ่งก็ไม่ได้รับคำตอบ โดยไม่ยอมตอบว่าประชาคมผ่านหรือไม่ผ่าน มีแต่พูดว่าจะแก้ไขขยะที่เหม็น จะดูดขยะออกจากในน้ำ แต่ก็ไม่เห็นมีการแก้ไข หรือทำอะไรเลย โดยไม่มีอะไรคืบหน้าเลยสักอย่าง มีแต่กลิ่นของขยะที่รุนแรงมาก ขยะที่นำมานั้นจะเป็นขยะที่เปียก แฉะ เป็นกลิ่นอาหารที่บูด เน่าเหม็น ทำให้นอนไม่หลับ ซึ่งกลิ่นเห็นทั้งกลางวัน และกลางคืน โดยเฉพาะเวลากลางคืนจะมีการแอบเผาเศษขยะ โดยกลางวันจะไม่เผา แต่จะแอบเผาในเวลากลางคืน ในเวลา 1ทุ่ม หรือ 2ทุ่ม จะเริ่มเผาแล้ว โดยการขออนุญาตก่อสร้างนั้นตนเองก็ไม่ทราบ ว่าการทำประชาคมจะผ่านหรือไม่ ตนเองเคยไม่สอบถามชาวบ้านมาแล้วซึ่งก็ได้รับคำตอบมาว่ายังไม่เคยได้เซนรับทราบอะไรเลย ซึ่งชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบกับกลิ่นเห็นมีอยู่ด้วยกัน 3 ตำบล 1,000 กว่าครัวเรือน


