จุดฮอตสปอตเชียงใหม่แซงลำปาง แต่ฝุ่นยังหนา ล่าสุดเกิดปรากฏการณ์ ดวงอาทิตย์สีสด
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 มีนาคม ที่ จ.ลำปาง เกิดปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์เป็นสีแดงสด โดยบางช่วงเกิดเป็นลักษณะพระอาทิตย์ทรงกลด ซึ่งเกิดขึ้นประมาณหนึ่งชั่วโมง ในตอนเช้าเวลาประมาณ 06.00-07.00 น. ขณะดวงอาทิตย์ขึ้น แต่ก็ไม่สร้างความตกใจ หรือประหลาดใจ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่พบเห็น เพราะเป็นสิ่งที่ปกติ และเป็นความเคยชินของประชาชนชาวลำปางแล้ว เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่า หากในพื้นที่เกิดสถานการณ์ฝุ่นหมอกควัน PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน ปกคลุมพื้นที่หนาแน่น ก็มักจะเห็นดวงอาทิตย์สีสด หรือดวงใหญ่
สำหรับการเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว เพราะดวงอาทิตย์เจอหมอกฝุ่น หรือหมอกควันไฟที่หนาแน่นปกคลุม ก็จะเกิดแสงหักเห หรือแสงกระเจิง ทำให้เห็นดวงอาทิตย์มีลูกใหญ่ หรือเป็นสีแดงสดในตอนเช้า เป็นสัญญาณที่ประชาชนจะทราบกันดีว่า เกิดสถานการณ์ฝุ่นที่หนาแน่นมากปกคลุมพื้นที่ จึงทำให้แสงไม่สามารถส่องผ่านชั้นบรรยากาศลงมาได้ หลังจากนั้นในช่วงสาย ที่ดวงอาทิตย์ขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะกลับเป็นปกติ และจะมีแสงแดดส่องลงมาเต็มที่ ตั้งแต่ช่วงเที่ยงไปจนถึงช่วงบ่าย ทำให้อากาศในพื้นที่ร้อนมาก

จากสภาพอากาศในพื้นที่ ที่ยังคงร้อนจัดต่อเนื่อง ซึ่งอุณหภูมิในแต่ละวันเฉลี่ย 38-40 องศาเซลเซียส หรือบางวันก็พุ่งทะลุไปถึง 41 องศาเซลเซียส ประกอบกับตามคำแจ้งเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา อาจจะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น ในช่วงระยะนี้ ซึ่งสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง ก็ประกาศให้ทุกพื้นที่ระวังการเกิดภัยดังกล่าว โดยชาวลำปางก็อยากให้เกิดฟ้าฝนขึ้นในพื้นที่ เพราะจะทำให้คลายร้อน คลายความแห้งแล้ง และบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นหมอกควันที่ปกคลุมพื้นที่ให้ลดลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่สถานการณ์ฝุ่นหมอกควัน ก็ยังหนักต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 3 ติดต่อกันแล้ว ที่ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งเกินค่ามาตรฐานอยู่ในระดับสีแดงในทุกพื้นที่ มีผลกระทบต่อสุขภาพมาก โดยค่าสูงสุด ตามข้อมูลจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัติโนมัติของกรมควบคุมมลพิษที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.ลำปาง พบที่ ต.พระบาท อ.เมือง เขตเทศบาลนครลำปาง 165.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนพื้นที่ อ.แม่เมาะ อีก 3 สถานี ค่าฝุ่นก็อยู่ในระดับสีแดงเช่นกัน อยู่ระหว่าง 113-116 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำให้พื้นที่ยังขมุกขมัวเป็นเมืองในหมอกฝุ่นต่อเนื่อง

ในขณะที่การพบจุดความร้อน หรือจุดฮอตสปอต อันเกิดจากการเผาในที่โล่งแจ้งในพื้นที่ จ.ลำปาง ก็ยังมีเกิดขึ้นอย่างหนักในทุกวัน ล่าสุดในวันนี้ (8 มี.ค.67) พื้นที่ จ.ลำปาง มี 163 จุด เป็นอันดับที่ 2 รองจาก จ.เชียงใหม่ 170 จุด ที่พบมากสุดใน 17 จังหวัดภาคเหนือ จากจำนวนจุดความร้อนที่พบทั่วภาคเหนือวันนี้มากถึง 1,284 จุด อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 779 จุด, ป่าสงวนแห่งชาติ 439 จุด และที่โล่งแจ้งนอกเขตป่า 66 จุด ทำให้เจ้าหน้าที่ควบคุมดับไฟป่าต้องทำการอย่างหนัก และอย่างเหน็ดเหนื่อย ท่ามกลางอากาศในพื้นที่ที่ร้อนมาก จนน่าห่วงว่า กำลังเจ้าหน้าที่จะไม่เพียงพอต่อสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นอย่างหนักในขณะนี้ จากการเดินเท้าเข้าป่าในแต่ละวันที่ต้องเดินไกล บางช่วงก็ต้องปีนป่ายหน้าผาขึ้นไปบนเขาสูง เพื่อดับไฟป่าตามพิกัดดาวเทียมที่พบจุดความร้อน จึงทำให้ทั้งเหน็ดเหนื่อย และอ่อนล้า ในการปฏิบัติงาน เพราะสถานการณ์ไฟไหม้ป่าเกิดขึ้นกระจายทั้งจังหวัดใน 13 อำเภอ จึงต้องเร่งเข้าควบคุมดับไฟให้ได้โดยเร็ว

