หน้าแรก ภูมิภาค สาวพิการขายลอ...

สาวพิการขายลอตเตอรี่เศร้า โอน 3 หมื่นใช้หนี้ให้พ่อ แต่ผิดบัญชี วอนจนท.ช่วยติดตามคืน

8.03.24 | 13:54 น.

สาวพิการขายลอตเตอรี่เศร้า โอน 3 หมื่นใช้หนี้ให้พ่อ แต่ผิดบัญชี วอน จนท.ช่วยติดตามคืน

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.หนองบัวลำภู มีหญิงพิการรายหนึ่งร้องขอความช่วยเหลือผ่านสื่อ เนื่องจากตนโอนเงินผิดบัญชีแล้วอยากได้คืน หลังจากได้รับการประสานงาน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของ น.ส.ถนอม ไชยชาติ อายุ 38 ปี ชาวหมู่ 6 บ้านใหม่ศรีทอง ต.กุดสะเทียน อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ได้พบกับ น.ส.ถนอม พร้อมพ่อและแม่ที่บ้านหลังดังกล่าว

สำหรับ น.ส.ถนอม เป็นผู้พิการมีความบกพร่องทางร่างกาย ซึ่งแขนข้างซ้ายกุดและขากุดทั้ง 2 ข้าง มาแต่กำเนิด จึงไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนคนปกติได้ อาศัยวีลแชร์ และรถจักรยานไฟฟ้าขับขายลอตเตอรี่ในหลายพื้นที่ และล่าสุดไปขายลอตเตอรี่ และเปิดหมวกร้องเพลงในพื้นที่ถนนคนเดินที่อำเภอเชียงคาน จ.เลย ก่อนที่จะร้องขอความช่วยเหลือผ่านสื่อมวลชนนั้น

น.ส.ถนอมกล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 ตนได้เดินทางไปธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาอำเภอเชียงคาน จ.เลย ด้วยความไม่สะดวกของร่างกายไม่สามารถที่จะขึ้นไปทำธุรกรรมทางการเงินได้ จึงขอความร่วมมือจากหญิงรายหนึ่ง ซึ่งไม่ทราบชื่อ-สกุลและตำแหน่งหน้าที่ ทราบแค่เพียงมาคอยยืนให้คำแนะนำลูกค้าอยู่หน้าธนาคาร ตนเองจึงขอให้หญิงคนดังกล่าวทำหน้าที่โอนเงินจากบัญชีของตนเองไปยังบัญชีของพ่อ เพื่อใช้หนี้ธนาคาร โดยตนเองได้มอบสมุดบัญชีธนาคารของตนเอง สำเนาหน้าบัญชีธนาคารของพ่อ บัตรเอทีเอ็ม บัตรประชาชน ให้ไป โดยให้โอนเงินจำนวน 30,000 บาท

Advertisement

น.ส.ถนอมกล่าวต่อว่า หลังจากนั้นหญิงรายดังกล่าวได้นำเอกสารที่มอบให้มาคืน พร้อมแสดงรายการโอนเงินในโทรศัพท์ให้ดู แต่ก็คิดว่ารายการโอนนั้นมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษ จำได้ว่าไม่ใช่ชื่อของพ่อ แต่ตนเองก็ไม่ได้เอะใจ จึงโทรไปบอกพ่อว่าได้โอนเงินเข้าบัญชีแล้ว กลับได้รับคำตอบจากพ่อว่าไม่มีเงินเข้าบัญชีพ่อแต่อย่างใด

น.ส.ถนอมยังกล่าวอีกว่า ตนเองจึงกลับมาที่ธนาคารอีกครั้งหนึ่ง และแจ้งว่าเมื่อสักครู่ได้โอนเงินจากบัญชีของตน จำนวน 30,000 บาท เข้าบัญชีของพ่อ แต่เงินไม่เข้า จึงให้ธนาคารตรวจข้อมูลให้ เมื่อเจ้าหน้าที่ของธนาคารตรวจสอบแล้ว เงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีของผู้อื่น จากนั้นทางธนาคารแนะนำให้ไปแจ้งความที่ สภ.เชียงคาน และเข้าพบพนักงานสอบสวนเวรลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และในขณะเดียวกันทาง สภ.เชียงคานได้ทำหนังสือถึงธนาคารเพื่อขอให้อายัดเงินในบัญชีธนาคารและชื่อบุคคลดังกล่าว และขอรายการเคลื่อนไหวทางบัญชี เพื่อนำไปเป็นหลักฐานในการสืบสวน หรือพิจารณาคดีในชั้นศาล

น.ส.ถนอมกล่าวว่า ตอนนี้ตนไม่มีเงินลงทุนต่อ จึงจำเป็นต้องหาอาชีพเสริมขายขนม ขายไข่ เท่าที่จะทำได้ อีกทั้งร้องเพลงเปิดหมวกถนนคนเดินประทังชีวิตไปวันๆ จึงขอร้องสื่อมวลชนช่วยเป็นกระบอกเสียงให้เจ้าของบัญชีที่ตนเองโอนเงินเข้าบัญชีผิด ได้สงสารเพราะตนเองก็พิการทางร่างกาย ประกอบกับอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงคาน ช่วยเร่งรัด ตรวจสอบชื่อของบุคคลดังกล่าวให้ด้วย เพราะลำพังชีวิตตนเองไปไหนมาไหนก็ลำบาก ยิ่งมาเจอปัญหาแบบนี้ก็เลยทุกข์ใจเป็นหลายเท่า พ่อแม่ก็เดือดร้อนไม่มีเงินไปจ่ายธนาคาร เพราะครบสัญญา 1 ปีแล้ว จึงอยากได้เงินจำนวนดังกล่าวมาลงทุนเลี้ยงชีพตนเองในการขายลอตเตอรี่ต่อไป อีกทั้งก็ไม่อยากโทษคนที่ไปทำการโอนให้ ตอนนี้ได้แต่รอด้วยความหวัง กลัวว่าจะไม่ได้เงินคืน หากไม่ได้เงินคืนก็ยิ่งจะเป็นการซ้ำเติมกับชีวิต ที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนในทุกวันนี้