ไฟไหม้ 4 หลังวอด ยายวัย 83 ฝ่ากองเพลิง หวังจะเข้าไปเอาเงิน 2 แสนที่ขายข้าวได้เก็บอยู่ในบ้าน แต่พลาดได้รับบาดเจ็บส่วนเงินถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 8 มีนาคม พ.ต.ท.ทรงธรรม ศรีวงษ์ชัย สว.สอบสวน.สภ.ทะเมนชัย อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนชาวบ้านที่บ้านทะเมนชัย หมู่ 1 ต.ทะเมนชัย อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ และกำลังลุกลามหลายหลัง จึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลทะเมนชัย และกำลังเรียกรถดับเพลิง ใกล้เคียง มาสนับสนุนที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุ พบไฟกำลังโหมไหม้อย่างรุนแรง และเริ่มลุกลามไปยังบ้านหลังข้างเคียงที่อยู่ในจุดเดียวกันจำนวน 4 หลังหลังคา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมกำลังฉีดสกัด แต่เป็นไปด้วยความลำบากเพราะบ้านทั้งหมดเป็นบ้านไม้เป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว จนท.ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. จึงควบคุมเพลิงไว้ได้
จากการตรวจสอบ พบว่าบ้านทั้ง 4 หลัง ประกอบด้วยบ้านเลขที่ 31, 35, 116 และ บ้านเลขที่ 39 ได้รับความเสียหายทั้งหมด จำนวน มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟลวกแขน และขาด้านซ้าย 1 ราย คือ นางเปลี่ยน อายุ 83 ปี เนื่องจากช่วงเกิดเหตุไฟกำลังลุกไหม้ ฝ่ากองไฟหวังเข้าไปเอาเงินสดจำนวน 200,000 บาท จากการขายข้าว และเก็บเอาไว้ แต่ไม่สามารถเอาเงินได้โดนไฟลวก ก่อนที่ชาวบ้านจะรีบช่วยกันหามส่ง รพ.ลำปลายมาศ
สอบถาม นายบุญธรรม บัวชัย อายุ 60 ปี เจ้าของบ้านหลังแรกต้นเพลิงเป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ เล่าว่าบ้านหลังนี้มีตนและภรรยา รวมถึงยายพิการและลูก หลานๆ รวม 7 ชีวิต ช่วงเกิดเหตุตนอยู่ข้างบ้าน ได้ยินเสียงระเบิดก่อนมีควันไฟ และไฟก็โหมลุกลามอย่างรวดเร็ว และช่วงเกิดเหตุ มีลมหวนพัดมา
จึงทำให้ไฟลุกลามไปยังบ้านใกล้เคียง ตนรีบบุกเข้าบ้านไปอุ้มยายพิการขาขาด วัย 83 ปี รอดหวุดหวิด เคราะห์ดีลูกๆ และหลานยังไม่เลิกเรียน มีแต่ยายพิการอยู่และคว้าตัวออกมาได้ บ้านตนเองจึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
ด้าน นางสาวจิดาภา สำรวมรัมย์ อายุ 58 ปี ครูเทศบาลทะเมนชัย ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน 2 หลังที่เสียหาย อยู่บ้านเลขที่ 35 และ 166 ม.1 ต.ทะเมนชัย อ.ลำปลายมาศ ช่วงเกิดเหตุ ยังไม่เลิกงาน เพื่อนบ้านโทรแจ้งมีเหตุว่าไฟไหม้ในหมู่บ้าน ตอนแรกยังนึกว่าไม่ใช่บ้านตนเอง ไม่จึงรีบมาดู มาเห็นบ้านตัวเองถูกไฟไหม้ เสียหายทั้ง2 หลังเผย คืนนี้จะนอนเฝ้าอยู่บ้านเพราะเป็นห่วงทอง 2 บ้าน ที่เก็บไว้
ขณะที่ นายโสภณ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ทราบข่าวรีบรุดมาเยี่ยมผู้ประสบภัย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และมอบเงินเยียวยาให้เบื้องต้น และกล่าวว่า อยากเตือนชาวบ้านช่วงหน้าแล้ง อากาศร้อน ให้ระวังไฟไหม้ พร้อมกำชับผู้นำชุมชน สำรวจบ้านที่มีสายไฟเก่า ปลั๊กเก่าๆเพื่อป้องกันการเกิดไฟไหม้ขึ้นอีก







