ชาวเกาะมุกด์ เดือดร้อนหนัก ขาดแคลนน้ำกิน-ใช้ โอด นักการเมือง พอได้เสียงแล้วหนีหาย 

ชาวเกาะมุกด์ กว่าร้อยครัวเรือนเดือดร้อนหนัก ขาดแคลนน้ำกินใช้ วอนรัฐช่วยเหลือ หลังนักการเมืองรับปากช่วยได้ตำแหน่งแล้วหนีหาย

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.ตรัง ชาวบ้านชุมชนอ่าวบ้านใหม่ หมู่2 บ้านเกาะมุกด์ กว่า 100 ครัวเรือน ประมาณเกือบพันคน กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นปัญหาซ้ำซากในช่วงหน้าแล้งมายาวนานหลายปี จากการลงพื้นที่ชาวบ้านระบุว่า ที่ผ่านมาผู้บริหารทั้งระดับอบต. ระดับอำเภอ และระดับจังหวัดรับทราบปัญหานี้มาโดยตลอด รวมทั้งนักการเมืองทุกระดับในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อลงพื้นที่หาเสียงก็รับปากชาวบ้านว่าจะแก้ปัญหาให้ แต่สุดท้ายพอได้ตำแหน่งก็หนีหาย ไม่มีใครเหลียวแล นายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัดก็ผ่านมาแล้วหลายยุคสมัย แต่ก็ไม่แก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ทำให้ชาวบ้านยังต้องเผชิญชะตากรรมต่อไป

จากการเดินสำรวจบริเวณชุมชน พบบริเวณหน้าบ้านแต่ละหลังต่างเต็มไปด้วยถังน้ำ ตุ่มน้ำ โอ่งน้ำ จำนวนมากที่ถูกวางไว้อย่างระเกะระกะ ทั้งนี้ ชาวบ้านระบุว่าบ้านเกาะมุกด์ มีทั้งหมด 6 ชุมชน หรือ 6 อ่าว (ชาวบ้านเรียกชุมชนว่าอ่าว) ประกอบด้วย อ่าวป่ากั้ง อ่าวหัวนอน อ่าวกลาง อ่าวขาม อ่าวควน และ อ่าวบ้านใหม่-พังกา โดยเฉพาะอ่าวบ้านใหม่ ที่ยังไม่มีใครมาดูแลแก้ไขปัญหาให้ ทำให้ชาวบ้านรู้สึกน้อยใจที่ต้องเผชิญกับภัยแล้งขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้มายาวนาน ซึ่งทั้งกว่า 100 ครัวเรือน มีทั้งวัยทำงาน เด็ก และคนชรา รวมทั้งผู้ป่วยติดเตียง ที่จะต้องใช้เงินซื้อน้ำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งใช้อาบ ใช้ซักล้าง ใช้ในห้องน้ำ เด็ก ๆ โรงเรียนก็ต้องอาบน้ำซื้อ ยิ่งช่วงหน้าแล้ง อากาศร้อนก็ยิ่งต้องใช้น้ำมาก ประชาชนทำให้ต้องเสียเงินจำนวนมาก ในส่วนของผู้สูงอายุต้องใช้เงินซึ่งเป็นเบี้ยสงเคราะห์ผู้สูงอายุคนละ 600 -700 บาท นำมาใช้ในการซื้อน้ำช่วยลูกหลานด้วย

นางแนะ สุวรรณวัตร อายุ 78 ปี ชาวบ้านเกาะมุกด์ชุมชนอ่าวบ้านใหม่

นางแนะ สุวรรณวัตร อายุ 78 ปี ชาวบ้านเกาะมุกด์ชุมชนอ่าวบ้านใหม่ เปิดเผยว่า ในชีวิตนี้อยากเห็นมีน้ำกินน้ำใช้อย่างสะดวกมากที่สุด แต่คิดว่าคงจะไม่มีน้ำใช้ชั่วลูกชั่วหลาน เพราะรอมานานแล้ว ทั้งนี้ ถ้าช่วงหน้าฝนจะได้ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำ และแต่ละบ้านก็จะมีภาชนะรองน้ำฝนเก็บไว้ใช้ แต่พอหน้าแล้งน้ำในอ่างหมด น้ำฝนก็หมด จึงต้องซื้อน้ำใช้ บางรายเสื้อผ้าไม่มีน้ำซักก็ต้องจ่ายเงินส่งร้านซักที่มีน้ำ

Advertisement

“ช่วงหาเสียงเลือกตั้งทุกผู้สมัครก็มาหาเสียง ทุกคนก็มารับปาก แต่พอได้ตำแหน่งก็หนีหาย นายอำเภอ ผู้ว่าฯก็ผ่านมาหลายคน มาถึงตอนนี้จะให้กราบเท้าก็ยอม ขอให้แก้ปัญหาให้แก่ชาวบ้านด้วย” นางแนะกล่าว

นางแนะ กล่าวว่า น้ำที่ซื้อถังละ 50 บาท (ขนาด 200 ลิตร) โดยแต่ละครัวเรือนซื้อครั้งละไม่เท่ากัน บางคนซื้อครั้งละ 2 ถัง บางครอบครัวครั้งละ 4 ถัง โดยน้ำครั้งละ 200 บาท สามารถใช้ได้เพียงแค่ 2 วันเท่านั้น ต่อเดือนต้องเสียเงินซื้อน้ำมาใช้ในครัวเรือนประมาณ 2,000-4,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกในครอบครัว ถ้ามีหลายคนก็ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก ทำทุกครัวเรือนเดือดร้อนอย่างหนัก ส่วนน้ำดื่มนั้นปกติก็ซื้ออยู่แล้วถังละ 30 บาท จึงขอวิงวอนขอให้ทางอำเภอและผู้ว่าฯมาดูแลประชาชนด้วย

Advertisement

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image