ผู้ว่าฯ ชัยภูมิ ย้ำ เที่ยวสงกรานต์ เข้มวินัยจราจร ยกปม เด็กหญิงซ้อน 3 รอดชีวิต 1 เพราะสวมหมวกกันน็อก
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ จ.ชัยภูมิ นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยถึงกรณีเกิดอุบัติเหตุที่กล้องวงจรปิดจับภาพนาทีชีวิตครั้งนี้ได้อย่างน่าสลดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งมีเยาวชนหญิง 3 คน อายุ 12, 13 และ 14 ปี ได้พากันขับขี่รถจักรยานยนต์ (จยย.) ซ้อนสาม ที่มีเพียงเด็กหญิงคนขับขี่รถ จยย. วัย 14 ปี เพียงคนเดียวที่มีการสวมหมวกกันน็อก ส่วนเยาวชนหญิงซ้อนท้ายมา 2 คน วัย 12 ปี และ 13 ปี ไม่สวมหมวกน็อก ซึ่งพากันขับขี่มาด้วยความเร็ว ลักษณะเหมือนหยอกล้อกันมา รถ จยย.ดังกล่าวเกิดเสียหลักที่ขณะขับขี่พุ่งมาด้วยความเร็วลงข้างทางไปชนท้ายรถยนต์กระบะที่จอดอยู่หน้าอู่ซ่อมรถยนต์ข้างทาง
ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายชัยภูมิ-ห้วยชั้น ใกล้กับชุมชนมอดินแดง ต.รอบเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ เมื่อช่วงเวลาประมาณ 14.30 น.ของวันที่ 10 มี.ค.67 ที่ผ่านมา ทำให้รถ จยย.ล้มไถลไปไกลกว่า 50 เมตร เด็กเยาวชนหญิงทั้ง 3 คนร่างกระเด็นไถลไปตามถนนริมทางคนละทิศละทาง ทำให้เด็กวัยรุ่นหญิงอายุ 12 และ 13 ปี เสียชีวิต 2 คน ส่วนเด็กหญิงวัยรุ่นอายุ 14 ปี ที่สวมหมวกกันน็อกเพียงคนเดียวรอดชีวิตมาได้ครั้งนี้ แต่ก็ยังมีอาการบาดเจ็บสาหัส นับเป็นเรื่องสะเทือนใจของพ่อแม่ ญาติ และผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ที่ต้องมาสูญเสียลูกหลานเยาวชนที่ทั้งหมดอายุยังไม่ถึง 15 ปี ของตนเอง ก่อนวัยอันสมควร
โดยล่าสุดวันนี้ด้าน นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้ฝากแสดงความเสียใจต่อครอบครัวเด็กที่สูญเสียบุตรหลานไปในครั้งนี้ด้วย ซึ่งมีการสูญเสียชีวิตถึง 2 ราย ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบทราบว่าเกิดจากขับขี่รถเร็ว และที่น่าห่วงจากวุฒิภาวะของผู้ขับขี่ที่ยังเป็นเด็กเยาวชน และผู้โดยสารที่ซ้อนท้ายกันมาถึง 2 คน รวมมีการซ้อนกันมาเป็น 3 คน ซึ่งยังมีอายุไม่ถึง 15 ปี ยังไม่มีใบขับขี่รถได้ ในจำนวนนี้คนซ้อนท้ายมาไม่ได้สวมหมวกกันน็อกมาด้วย และในช่วงนี้เป็นช่วงอยู่ระหว่างปิดภาคเรียน อยากจะฝากถึงผู้ปกครอง เด็กๆ อาจจะออกมาเที่ยว หรือทำภารกิจนอกบ้านก็แล้วแต่ เด็กๆ ที่ยังไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ ไม่มีใบขับขี่รถ ไม่ควรขับขี่รถจักรายานยนต์ (จยย.) ออกมานอกบ้าน
ซึ่งสิ่งสำคัญไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ เมื่อขับขี่รถ จยย.ทุกครั้ง จะต้องสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งตามกฎหมายจราจร ไม่ว่าจะเดินทางไปใกล้หรือไกลก็ตาม ในกรณีที่เกิดขึ้นกับเยาวชนทั้งสาม ผู้ขับขี่สวมหมวกกันน็อกเรียกได้ว่ารอดตายเพราะหมวกกันน็อก ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่มีอาการรอดชีวิตมาได้เพียงคนเดียว ส่วนผู้ซ้อนท้ายมา 2 ราย ไม่ได้สวมหมวกกันน็อกก็เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น
ในครั้งนี้อยากจะฝากเตือนการสวมหมวกกันน็อกจะเป็นสิ่งที่จะช่วยลดความรุนแรงเวลาเกิดอุบัติเหตุได้ การได้รับบาดเจ็บจะลดน้อยลง หรือช่วยไม่ให้เสียชีวิตได้ จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ต้องสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วย
รวมทั้งภายในเดือนเมษายน 2567 นี้ จะเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่อยากจะให้ทุกฝ่ายเข้มงวดในการปฏิบัติตามกฎจราจรเพื่อลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุให้น้อยลงได้ ทางเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย ต้องมีการกวดขันทั้งวินัยการจราจร การใช้รถใช้ถนน ทั้งไม่ขับรถเร็ว ต้องสวมหมวกกันน็อก หรือหมวกนิรภัย รถยนต์ก็คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง ผู้ขับรถทุกคนต้องมีใบขับขี่ ทุกคนที่ขับขี่จะต้องมีวินัยการจราจรในการใช้รถใช้ถนนให้มากกว่านี้ที่เข้มงวดมากขึ้นด้วย

