“รพ.บางสะพาน” ฟื้นฟูหลังน้ำท่วมคืบเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์-อำเภอเร่งประเมินความเสียหาย

31.01.17 | 09:27 น.
แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 31 มกราคม นายแพทย์ เชิดชาย ชยวัฑโฒ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การฟื้นฟูโรงพยาบาลบางสะพานหลังจากถูกน้ำท่วมตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะนี้มีความคืบหน้าเกือบ 100% เหลือเพียงการปรับปรุงห้องผ่าตัดใหญ่ ต้องปรับระบบเรื่องของการฟอกอากาศและการระบายอากาศ เพื่อความสะอาดสูงสุด สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่รับบริการ เนื่องจากการผ่าตัดมีความซับซ้อน เช่น การผ่าตัดต้อกระจก การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัย จึงต้องปรับเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด อาจจะใช้เวลา 1-2 เดือน สำหรับอาคารผู้ป่วยในชายที่ได้รับความเสียหายในส่วนของวัสดุเครื่องใช้ภายในสำนักงาน จะใช้เวลาปรับปรุงเพิ่มเติมอีก 1-2 สัปดาห์

นายแพทย์เชิดชายกล่าวว่า การแก้ปัญหาอุปกรณ์หลักด้านการแพทย์ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม และแนวทางในการป้องกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เสนอให้ปรับยกอาคาร โดยโรงพยาบาลมีแผนการก่อสร้างเพิ่มเติมบริเวณอาคารผู้ป่วยนอก พร้อมกับย้ายเครื่องเอกซเรย์ ยูนิตทำฟัน ตู้ควบคุมวงจรไฟฟ้าที่อาคาร 6 ชั้น เพื่อให้ปลอดภัยจากปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว ทั้งนี้ ยืนยันว่าการให้บริการผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้ป่วยใน ห้องไอซียู ห้องคลอด สามารถให้บริการได้ตามปกติแล้ว

นายวิโรจน์ โตแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้โรงเรียนอยู่ระหว่างการฟื้นฟูทุกด้านหลังจากประสบปัญหาน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร มีมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท มีผลกระทบกับการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก สำหรับวันที่ 4 กุมภาพันธ์ นี้จะมีการสอบโอเน็ตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ยังมีปัญหาเนื่องจากนักเรียนบางรายที่ครอบครัวประสบภัยน้ำท่วมยังมีปัญหาด้านสภาพจิตใจ และครอบครัวไม่มีความพร้อม มีผลกับคะแนนสอบในปีนี้พอสมควร และจะมีผลกระทบต่อเนื่องถึงการสอบปลายภาคของนักเรียน เนื่องจากหนังสือเรียนมีไม่เพียงพอ สำหรับห้องสมุดรวมใจที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก หนังสือหลายพันเล่มไม่สามามารถใช้การได้ ทำให้นักเรียนยังไม่สามารถเข้าไปทำกิจกรรมได้ตามปกติ และโรงเรียนขอบคุณบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ที่ให้ความช่วยเหลือระดมทุนในการจัดซื้อหนังสือมอบให้โรงเรียน

นายศักรินทร์ ทุมเสน นายอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้อำเภอได้ตั้งคณะกรรมการสำรวจความเสียหายทั้ง 7 ตำบล 71 หมู่บ้าน โดยให้ปลัดประจำตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดำเนินการคู่ขนานกับองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนและมีความโปร่งใสป้องกันการทุจริต โดยเปิดโอกาสให้ตัวแทนภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม จะทำให้มีความความรวดเร็วในการจ่ายเงินชดเชยบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย ทั้งด้านการเกษตร ปศุสัตว์ การประมง สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อนำเสนอคณะกรรมการระดับจังหวัดเพื่อเบิกจ่ายตามระเบียบกระทรวงการคลัง แต่ยังไม่สามารถประเมินตัวเลขความเสียหายได้ทั้งหมด

 

Advertisement