หน้าแรก ภูมิภาค สูญรวม 10 ล้า...

สูญรวม 10 ล้าน บุกร้องผู้ว่าฯ หนุ่มแสบหลอกชาวบ้าน คดีอื้อแต่เรื่องเงียบ ข้องใจ มีเส้นตร.หรือไม่

11.03.24 | 17:40 น.

สูญรวม 10 ล้าน บุกร้องผู้ว่าฯ หนุ่มแสบหลอกยึดเครื่องทำมาหากิน ข้องใจ มีเส้นสายตร.หรือไม่

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าศาลากลาง จ.ศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ มีกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนรวมตัวกันเพื่อร้องเรียนต่อ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.ศรีสะเกษ จากกรณีถูกนายบาส (นามสมมุติ) หลอกลวง นำทรัพย์สินไปขาย และเมื่อกลุ่มผู้เสียหายไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ปรากฏว่ากลับไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด จึงรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมในครั้งนี้

นายไกรสร วิจิตร อายุ 36 ปี ชาว อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เป็นหนึ่งในตัวแทนผู้ได้รับความเสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อประมาณวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ไปรับจ้างทำงานในพื้นที่บ้านข้าวดอ ต.น้ำคำ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ และในขณะทำงานอยู่ นายบาส ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านข้าวดอ เข้ามาขอขับรถไถเพื่อช่วยงานตน พร้อมกับเคลียร์เรื่องในพื้นที่ให้อย่างเสร็จสรรพ ตนเห็นว่าทำงานได้ดีจึงให้มาช่วยงาน จนกระทั่งผ่านไปได้ประมาณ 3 วัน ปรากฏว่า นายบาสได้มาขอยืมผานไถนาจากตนไป พร้อมกับนำรถไถของตนไปทั้งคัน โดยอ้างว่าผานของนายบาสลูกปืนแตก ตนจึงตัดสินใจให้ยืมไป ซึ่งหลังจากยืมไป นายบาสก็ยังมาทำงานปกติ และเมื่อเวลาเลิกงานก็ได้นำรถไถกลับบ้านของนายบาส จนผ่านไปได้ประมาณ 2-3 วัน ตนก็ได้ทวงถามผานคืน แต่ปรากฏว่านายบาสกลับบ่ายเบี่ยงที่จะนำมาส่งคืน

“พยายามติดต่อแต่ไม่สามารถติดต่อได้ เลยเริ่มมีลางสังหรณ์ว่าจะโดนหลอก จึงได้ไปตามที่บ้านของนายบาส ปรากฏว่าไม่เห็นรถไถจอดที่บ้านของนายบาส แต่กลับไปพบรถไถจอดอยู่บริเวณพื้นที่ละแวกบ้านนายบาสพร้อมกับกุญแจ ซึ่งเป็นกุญแจปั๊มดอกสำรอง ซึ่งนายบาสไปปั๊มขึ้นมาใหม่ หลังจากนั้นจึงไปแจ้งความที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ แต่ปรากฏว่า เมื่อเอ่ยชื่อนายบาสขึ้น ตำรวจกลับรู้จักชื่อเสียงนายบาสเป็นอย่างดี พร้อมทั้งบอกว่า นายบาสคนนี้มีหมายศาลและมีคดีลักษณะนี้อยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้รู้สึกไม่สบายใจว่าทำไมมีคดีมากมายขนาดนี้กลับไม่โดนดำเนินคดีหรือติดคุกซักที”

Advertisement

นายไกรสรกล่าวต่อไปว่า ในวันนี้ที่ตนและผู้เสียหายท่านอื่นในหลายพื้นที่เดินทางมาเพราะต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม เนื่องจากเมื่อรวมมูลค่าความเสียหายที่นายบาสได้ทำลงไป ทั้งเป็นการฉ้อโกง ลักทรัพย์ ทั้งรถยนต์ รถไถนา และอุปกรณ์ต่างๆ มีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 10 ล้านบาท แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไม่มีการเร่งดำเนินคดีกับนายบาสแต่อย่างใด กลับปล่อยให้ออกมาก่อเหตุซ้ำๆ อยู่ตลอด หรือเพราะนายบาสมีเส้นสายรู้จักกับตำรวจใหญ่ในพื้นที่แบบที่นายบาสกล่าวอ้าง เพราะช่วงที่นายบาสทำงานกับตนได้มีนายตำรวจท่านหนึ่งขับรถตำรวจ สภ.แห่งหนึ่ง มาหาตนถึงบริเวณที่ทำงาน และชักชวนตนไปไถกลบหน้างานในพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งตนได้ปฏิเสธไป เพราะกลัวผิดกฎหมาย ซึ่งอาจเป็นเหตุผลนี้หรือไม่ที่ทำให้นายบาสถึงยังไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเสียที อีกทั้งตนเชื่อว่า สิ่งที่นายบาสกระทำทั้งหมดไม่สามารถดำเนินการคนเดียวได้ ต้องมีกระบวนการ หรือเครือข่ายที่ร่วมกันกระทำในเรื่องนี้ ซึ่งตนอยากให้ตำรวจสาวถึงต้นตอของกระบวนการของนายบาสด้วย เพื่อไม่ให้ประชาชนคนอื่นต้องเดือดร้อนอีกต่อไป

ขณะที่ นายบุญชวัฒน์ ปัญช์ณ์ญาแดง ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำกลุ่มผู้เสียหายเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจว่า ตนขอให้ผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดเข้าดำเนินการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตามแต่ละพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งตอนนี้นายบาสมีอยู่ 8 คดี อยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนกระบวนการทางกฎหมายก็เป็นไปตามขั้นตอน ทั้งนี้ ในเรื่องของการที่นายบาสกล่าวว่า รู้จักกับคนมีสี หรือคนใหญ่โตในจังหวัด ตนเห็นว่าเป็นการกล่าวอ้างมากกว่า อย่างไรก็ตาม ตนจะได้ติดตามเรื่องนี้ และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อความสบายใจของผู้ได้รับความเสียหาย ซึ่งตนอยากให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายมั่นใจว่าทุกท่านจะได้รับความเป็นธรรมในเรื่องนี้อย่างแน่นอน