หน้าแรก ภูมิภาค กมธ.แรงงานติด...

กมธ.แรงงานติดตามปางช้างเดวิด แรงงานจังหวัด เตรียมเพิกถอนใบอนุญาตทำงานเดวิด

11.03.24 | 18:11 น.

กมธ.แรงงานติดตามกรณีแรงงานปางช้างเดวิด ด้านแรงงานจังหวัดเตรียมเพิกถอนใบอนุญาตทำงานเดวิด ส่วนอดีตลูกจ้างเดวิดเข้าพบกรรมาธิการขอความช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2567 นายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร และคณะ ศึกษาดูงานเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านแรงงานในจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอดีตลูกจ้างของนายเดวิดเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมเจ้าฟ้า ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

นายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า “ตั้งใจมาตรวจเยี่ยมหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องของกระทรวงแรงงาน และติดตามคดีชาวต่างชาติทำร้ายร่างกายแพทย์หญิง ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน และติดตามชาวต่างชาติแย่งอาชีพ 40 อาชีพในจังหวัดภูเก็ตด้วยหรือไม่ รวมทั้งประเด็นแรงงานทั่วไป และการเลิกจ้างที่ไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย

โดยกรณีปางช้างของชาวต่างชาติที่มีปัญหาลูกจ้าง คือคุณประนอม ที่ไปถอนฟ้องศาล แล้วนั้น เคสนี้ต้องใช้หลักนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และหลักเมตตาธรรม และถ้าเขาไม่เดือดร้อนจริงคงไม่มาพบ และพวกผมไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่นึกว่าจะเข้ามาพบกรรมาธิการในวันนี้ เคสแบบนี้เป็นบทเรียนให้กับกระทรวงแรงงาน ที่จริงกระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงเกรด A ที่สร้างชาติ ถ้าแรงงานไม่ดี คนไม่มีความสุข หาเงินไม่ได้ ผมว่าประเทศชาติอยู่ลำบาก ซึ่งเคสนี้เขาสู้ไปมีแต่เจ็บตัวและเข้าเนื้อ จึงยอม และเข้ามาพบกรรมาธิการเพื่อหาช่องทางผ่านกรรมาธิการการแรงงาน กรณีแบบนี้เกิดขึ้นแล้ว แสดงว่า ช่องทางกฎหมายบกพร่อง ต้องการให้เป็นเคสตัวอย่าง มีกองทุน รูปแบบโครงสร้างของราชการในการช่วยเหลือ”

ด้าน น.ส.วรวลัญช์ วริษฐ์พุฒิเมธ แรงงานจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การตรวจติดตามบริษัท Elephant Sanctuary Park Phuket จำกัด เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567 พนักงานตรวจแรงงานได้เข้าตรวจสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน ณ บริษัท Elephant Sanctuary Park Phuket จำกัด ซึ่งพนักงานตรวจแรงงานได้รับข้อเท็จจริงจากบริษัทไม่ครบถ้วน จึงมีหนังสือเชิญพบ ที่ภก 0030/0789 ลงวันที่ 6 มีนาคม 2567 ให้บริษัทเข้าพบพนักงานตรวจแรงงานในวันที่ 7 มีนาคม 2567 เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและตรวจสอบเอกสาร โดยมี นายมนตรี ราชัย ผู้รับมอบอำนาจจากกรรมการผู้จัดการผู้มีอำนาจมาพบพนักงานตรวจแรงงานตามหนังสือเชิญพบปรากฏข้อเท็จจริงดังนี้ ผลการตรวจบริษัท Elephant Sanctuary Park Phuket จำกัด ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพุทธศักราช 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผลการวินิจฉัยมีคำสั่งให้บริษัท Elephant Sanctuary Park Phuket จำกัด ปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพุทธศักราช 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้ปฏิบัติภายใน 15 วัน และข้อ 2 ให้ปฏิบัติภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบ หรือถือว่าทราบคำสั่งเป็นต้นไป บริษัทได้รับคำสั่งในวันที่ 7 มีนาคม 2567 ด้านการตรวจความปลอดภัย ผลการตรวจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานพุทธศักราช 2554 ผลการวินิจฉัย มีคำสั่งให้บริษัท Elephant Sanctuary Park Phuket จำกัด ปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานพุทธศักราช 2554 ทั้งนี้ ให้ปฏิบัติภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบ หรือถือว่าทราบคำสั่งเป็นต้นไป บริษัทได้รับคำสั่งในวันที่ 7 มีนาคม 2567

Advertisement

กรณีการยื่นคำร้องปฏิบัติไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 จำนวน 1 ราย ที่มาร้องเรียนคือ น.ส.ประนอม สุขพรหม ลูกจ้าง ซึ่งสวัสดิการคุ้มครองแรงงานได้รับคำร้องเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นเคสเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชย ผลการวินิจฉัยคำสั่งพนักงานตรวจรายงานที่ 79/2566 ลงวันที่ 24 เมษายน 2566 มีคำสั่งว่า น.ส.ประนอม สุขพรหม ลูกจ้างได้ยื่นคำร้องไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย ความคืบหน้าจากนั้น น.ส.ประนอม สุขพรหม ลูกจ้างได้ไปดำเนินการยื่นคำร้องถอนฟ้องผ่านระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรมที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรีและส่งเอกสารมาที่ศาลแรงงานภาค 7 โดยศาลแรงงานภาค 7 อนุญาตให้ น.ส.ประนอม สุขพรหม ลูกจ้างถอนฟ้องและจำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ

การประกันสังคมบริษัทดังกล่าวมีลูกจ้าง จำนวน 70 ราย เป็นคนไทย 100% เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ระยะเวลาการทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ เริ่มงาน 7 โมงครึ่งถึง 5 โมงเย็น มีสิทธิลากิจและลาป่วยตามที่เป็นจริงโดยได้รับค่าจ้าง โดยนายจ้างส่งเงินสมทบ 5% เงินค่าจ้าง 15,000 บาท เงินสมทบจากลูกจ้าง 750 บาท

ด้านการจ้างงานที่เกี่ยวข้องกับจัดหางานซึ่งสำนักงานจัดหางานได้ดำเนินการไปแล้ว ตามที่เป็นข่าวปรากฏคือ Mr. URS BEAT FEHR หรือเดวิด สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ มีใบอนุญาตทำงานเลขที่ 4070/60 ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการและผู้จัดการทั่วไป นายจ้างคือบริษัท Elephant Sanctuary Park Phuket และมีการต่อใบอนุญาตทำงานถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 และเมื่อวันที่ 4 มีนาคม สำนักงานจัดหางานได้ร่วมกับ 5 หน่วยงานกระทรวงแรงงานได้ไปตรวจสอบที่ปางช้างดังกล่าวปรากฏว่าไม่พบการกระทำผิด มีนายเดวิดเป็นคนต่างด้าวเพียงคนเดียวของบริษัท และบริษัทไม่มีการจ้างงานคนต่างด้าว 4 สัญชาติ และปัจจุบันได้มีการเพิกถอนวีซ่าของนายเดวิดแล้ว สำนักงานจัดหางานได้มีหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 8 มีนาคม เพื่อขอทราบรายละเอียดจากตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ตเพื่อประกอบการพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตทำงานต่อไป

ด้าน นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ กล่าวว่า “เหตุลูกจ้างของนายเดวิดเกิดขึ้นก่อนที่จะเป็นเรื่องใหญ่ในปัจจุบันจะมีส่วนช่วยเหลือลูกจ้างของนายเดวิดอย่างไรบ้าง ที่ทราบมามีมากกว่า 1 คน แต่ไม่กล้ามาร้องเรียน ต้องให้ความเป็นธรรม และต้องมีการถอดบทเรียนต่อกรณีดังกล่าวในการจัดการแก้ปัญหา ซึ่งปางช้างแห่งนี้มีลูกจ้างเป็นคนไทย 70 คน จะให้ประกอบกิจการต่อหรือไม่ ถ้าประกอบกิจการต่อต้องทำอย่างไร และถ้าไม่ประกอบกิจการต่อ ยกเลิกแล้วจะเป็นอย่างไร คือสิ่งที่ต้องคิดต่อ สิ่งสำคัญที่สุดเรื่องปางช้าง ไม่อยู่ในอาชีพต้องห้าม 40 อาชีพ ทำให้คนต่างชาติมาประกอบกิจการแบบนี้ เอาช้างไทยไปหากินกับคนไทยและคนต่างประเทศ สุดท้ายคนไทยได้อะไร ได้เศษเงิน ได้แค่ค่าแรง ซึ่งช้างเป็นของคนไทยคิดว่าไม่ถูกต้อง เมื่อก่อนไม่เคยเกิดแบบนี้ จึงไม่ระบุว่าอาชีพต้องห้าม ห้ามเอาช้างเข้าไปเกี่ยว ซึ่งช้างไทยอยู่คู่กับบรรพบุรุษไทยมานาน แต่วันนี้กลายเป็นว่าเจ้าของที่เป็นคนไทยมีจำนวนกี่คน สุดท้ายเขาอยู่ไม่ได้ต้องมาขายให้ปางช้างฝรั่ง

ในเรื่องลูกจ้างของนายเดวิดที่ได้รับผลกระทบและไปฟ้องไปขึ้นศาลมีค่าใช้จ่าย คือต้นทุนทั้งนั้น วันที่ต้องหยุดงานไปศาล ไปร้องเรียน เกิดค่าใช้จ่ายเพื่อไปทวงตังค์ แล้วต้องเสียต้นทุนด้วย คิดว่าไม่ยุติธรรม อยากให้กระบวนการยุติธรรมทุกคนเท่ากันภายใต้กฎหมายเดียวกัน มีกองทุนยุติธรรมช่วยคนจน มีการช่วยเหลืออยู่แล้ว ปรากฏว่ากระบวนการยุติธรรมไม่สามารถช่วยเขาได้จึงถอนคดีความจากศาล ซึ่งข้อเท็จจริงเขาลาไปทำบุญ 100 วันมารดาจริง ปรากฏว่านายจ้างไม่ให้ลาจริง ถามว่าคนลาไปทำบุญแม่ 100 วัน คุณไม่ให้เขาลา มองว่านายจ้างทำไม่ถูก แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่นายเดวิดจะเป็นเรื่อง ดังนั้น การที่เขาบอกว่านายเดวิดเป็นผู้มีอิทธิพล ผมเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ดังนั้น จะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร ในเมื่อลูกจ้างของนายเดวิดถูกเลิกจ้างจริง และการที่เขาต้องถอนคดีออกจากศาลเพราะทนไม่ได้ต้องไปศาลหลายรอบ ใครจะไปศาลบ่อยๆ ในเมื่อรู้อยู่ว่าสู้ไม่ไหว ก็ยอมดีกว่า จึงถอนฟ้อง และตัวเขาเองนอนไม่หลับ รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงมาพบกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ที่จังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้ เงินชดเชยอาจไม่ได้มาก แต่ศักดิ์ศรีความเป็นคนต้องได้รับเท่าเทียมกันทุกคน จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตดำเนินการช่วยเหลือกรณีดังกล่าว และทำไมแรงงานจังหวัดในพื้นที่ไม่ช่วยเหลือแรงงานด้วยกัน ตามกลไกกระบวนการที่มีกองทุนยุติธรรมจัดหาทนายความ จัดหาค่ารถซึ่งมีอยู่แล้ว เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ แต่ทำไมเข้าไม่ถึง ซึ่งยุติธรรมจังหวัดภูเก็ตก็มี จึงขอให้ดูแลในประเด็นรายอื่นๆ ให้ทั่วถึง”

ด้าน นายธนพงศ์ อรชร สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ข้อเท็จจริง กรณีคุณประนอม สุขพรหม ได้มายื่นคำร้องที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 ในกรณีเรียกร้องเงินค่าชดเชยที่มีการประกอบการเลิกจ้าง ข้อเท็จจริงสรุปว่าคุณประนอมขออนุญาตลางานไปทำบุญ 100 วันคุณแม่ที่จังหวัดกาญจนบุรี ที่ปรากฏแก่เจ้าหน้าที่ และการลาของบริษัทปางช้าง คือเป็นการลาไม่มีลายลักษณ์อักษรกัน พนักงานตรวจรายงานเมื่อรับเรื่องเสร็จแล้วได้สอบพยานเพิ่มเติม รวมทั้งหมด 5 ปาก แต่พยานส่วนใหญ่ไม่ได้ให้การเป็นพยานชัดเจนว่าเลิกจ้างหรือลาออก ซึ่งไม่อนุญาตให้ไป แต่ยังไป แต่สุดท้ายพยานปากที่สำคัญที่สุดคือนายเนตรนพพล ปั้นหยา ซึ่งเป็นลูกชายของคุณประนอม ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า แม่ขอลาไปทำบุญ 100 วันยาย และนายเดวิดไม่อนุญาตให้ลา หากจะลาให้ออกไปเลย แม่จึงตัดสินใจออกจากบริษัทไป คุณประนอมออกไปแล้วไม่กลับเข้ามาทำงานที่บริษัทอีกเลย ตอนหลังมายื่นคำร้องเรียกค่าชดเชย เจ้าหน้าที่วินิจฉัยว่า คุณประนอมละทิ้งหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานคือออกไปเอง ไม่มีสิทธิได้ค่าบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย หลังจากนั้นคุณประนอมไปยื่นอุทธรณ์ตามขั้นตอนตามกฎหมาย คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ศาลแรงงานภาค 7 ซึ่งคุณประนอมอยู่กาญจนบุรีไปยื่นที่ศาลแรงงานภาค 7 ได้รับคดี และ ประสานกับศาลแรงงานภาค 8 ทางสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดภูเก็ต ฟ้องเจ้าหน้าที่และฟ้องบริษัทมีการไกล่เกลี่ยนัดแรกเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 แต่ไม่สามารถไกล่เกลี่ยและตกลงกันได้ศาลจึงเลื่อนนัดไปไกล่เกลี่ยครั้งที่ 2 วันที่ 6 กันยายน 2566 แต่ไม่สามารถตกลงกันได้เช่นเดิม ศาลจึงกำหนดประเด็นเพื่อนำสืบ คือวันที่ 1 พฤศจิกายน และ 2 พฤศจิกายน เมื่อถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน คุณประนอมได้ไปที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรีขอถอนฟ้อง ทางศาลแรงงานภาค 7 อนุญาตให้ถอนฟ้อง จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

ด้าน น.ส.ประนอม สุขพรหม อดีตลูกจ้างนายเดวิด กล่าวว่า น.ส.คนึงนิจ ภรรยานายเดวิดได้ส่งข้อความทางแชตไลน์วันที่ 18 ตอนเช้าเรียกเข้าออฟฟิศให้ดิฉันออกงานเลย นี่คือความจริงทุกมูลเหตุ แต่ที่ดิฉันกระเสือกกระสนไปฟ้องร้องเพราะต้องการสิทธิในความเป็นธรรมตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเราเป็นแรงงานทำงานเพื่อเงินเพื่อเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว ทุกคนมีภาระ แต่ในความเป็นจริงเราต้องดิ้นรนเพื่อทวงสิทธิ แม่เพิ่งเสียและเป็นคนเดียวที่ต้องรับผิดชอบครอบครัวมาตลอด จนเหตุการณ์มาวันนี้สุดท้ายต้องจำยอม เพราะกลัวและไม่มีเงินจะต่อสู้คดี ไม่มีทนายความที่ช่วยเหลือ วันนี้ขอบคุณกรรมาธิการการแรงงานที่ให้ความช่วยเหลือตามกระบวนการ

ด้าน นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เคสนี้จบง่ายเกินไปอย่างที่คุณประนอมบอก คือไม่มีทางไปต้องจบ ทางจังหวัดจะขอรับเคสนี้ไปดำเนินการช่วยเหลือจัดการให้ตามขั้นตอน และการช่วยเหลือเยียวยา รวมทั้งจะยกให้เป็นกรณีศึกษา ทางจังหวัดภูเก็ตรับดำเนินการในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้เป็นเคสตัวอย่างให้กับจังหวัดอื่นด้วยในกระทรวงแรงงาน จึงขอฝากกรรมาธิการคือถ้าท้ายที่สุดมันไปต่อไม่ได้ ต้องเดินตามกระบวนการก่อน แต่ถ้าท้ายที่สุดไปไม่ได้ ต้องไปหารืออัยการ กรณีเคสคุณประนอมสามารถยื่นฟ้องที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้หรือไม่ และถ้ามีลูกจ้างที่ร้องเข้ามาเพิ่มเติมจะช่วยไปในคราวเดียวกัน เป็นมาตรฐานในการดำเนินการปฏิบัติต่อไปในกระทรวงแรงงาน