ภรรยาฝรั่งวัย 70 คดีบีบคอตำรวจ เปิดใจขอสังคมฟังสองด้าน ยืนยันอยู่ไทยมากว่า 20 ปีถูกต้องตามกฎหมาย ตอนนี้เกิดความเครียด เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน
จากการณี ร.ต.อ.อรรถพร อายุ 59 ปี ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรี ถูก นายจอห์น อายุ 70 ปี ชาวอเมริกัน ทำร้ายร่างกายโดยการบีบคอเกือบเสียชีวิต บริเวณร้านขายของชำในหมู่บ้าน ต.โคกหม้อ อ.เมือง จ.ราชบุรี เหตุเกิดช่วงค่ำวันที่ 6 มีนาคม เบื้องต้น ร.ต.อ.อรรถพร เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองราชบุรีเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าไม่รู้จักผู้ก่อเหตุเป็นการส่วนตัว ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน แต่เคยเห็นมาซื้อของที่ร้าน โดยมี นายรณกร เข้ามาช่วยเหลือ
อย่างไรก็ดี นายจอห์นส่งทนายความ 2 คน ขอไกล่เกลี่ย แต่ ร.ต.อ.อรรถพรและนายรณกรไม่รับ เนื่องจากมีความประสงค์จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.โคกหม้อ อ.เมือง จ.ราชบุรี พบกับ ภรรยาของนายจอห์น ขณะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เดินทางมาสอบถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่ นายจอห์น ผู้ก่อเหตุ เก็บตัวอยู่ในบ้าน ไม่ออกมาพบปะผู้คน
ภรรยาของนายจอห์นเปิดเผยว่า ในฐานะภรรยาอยากจะขอให้สังคมฟังทางฝั่งตนบ้าง เพราะตอนนี้ข่าวนำเสนอเพียงแค่ฝ่ายเดียว ตนอยู่กินกับนายจอห์นมาได้กว่า 20 ปีแล้ว นายจอห์นเป็นชาวอเมริกันวัย 70 ปี เดินทางมาอยู่ประเทศไทยหลังจากเกษียณงานด้วยวัย 50 ปีที่อเมริกา รู้จักกับตนและมาปักหลักอยู่ที่ประเทศไทย แต่งงานจดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้อง ซึ่งตนเดินเอกสารต่างๆ ให้นายจอห์นอาศัยที่ประเทศไทยอย่างถูกต้องครบถ้วน นายจอห์นเลือกมาอยู่ จ.ราชบุรี เพราะไม่ชอบความวุ่นวายในเมืองหลวง จึงมาเช่าบ้านอยู่ในหมู่บ้านที่เกิดเหตุ กระทั่ง 2 ปีก่อน ตนมาทำเรื่องขอซื้อบ้านที่อยู่อาศัยในปัจจุบันหลังนี้

ภรรยานายจอห์นระบุว่า เหตุการณ์ในวันเกิดเหตุตนไม่สามารถตอบได้ชัดเจน เนื่องจากไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่ได้คุยกับสามีแล้ว เขาบอกว่าไปที่หมู่บ้านเพื่อซื้อของและเจอกับคู่กรณี แต่พูดคุยสื่อสารกันไม่เข้าใจ จนเกิดมีปากมีเสียงกัน ยืนยันว่าสามีไม่ได้บีบคอ ได้เข้าไปกระชากที่คอเสื้อ เพราะเขาเป็นคนรูปร่างใหญ่และเสียงใหญ่ อาจมองดูว่าเขาน่ากลัว แต่จริงๆ แล้วชอบสันโดษ เป็นคนคิดมาก ขนาดเกิดเรื่องเขายังพูดกับตนยังยิ้ม และเข้าใจว่าคู่กรณีเขายกโทษให้แล้ว ตรงนี้ไม่ขอพูดอะไรมาก ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย ดูที่แพทย์ระบุว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นถึงขั้นอันตรายหรือไม่
ภรรยานายจอห์นกล่าวว่า หลังเกิดเหตุตนกับสามีนำกระเช้าไปขอโทษ ร.ต.อ.อรรถพรแล้ว ซึ่งทั้งคู่จับมือกัน เขาคิดว่า ร.ต.อ.อรรถพรยกโทษให้และไม่เอาความ สามีบอกกับตนว่าให้บอกกับ ร.ต.อ อรรถพรว่ายินดีรับผิดชอบทุกอย่าง จะเรียกร้องอะไรก็ยินดีรับผิดชอบ แต่กลับถูก ร.ต.อ.อรรถพรแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งตนก็มาสื่อสารแจ้งให้สามีทราบ เดิมเขารู้ว่าจบกันไปแล้ว แต่ตอนนี้มาถูกดำเนินคดี ทำให้นายจอห์นเกิดความเครียด ได้แต่เก็บตัวอยู่ในห้องนอน

ส่วนประเด็นการสอนหนังสือ ซึ่งเป็นอาชีพเสริมนั้น ภรรยานายจอห์นกล่าวว่า ตนและสามีไม่รับสอบแบบกลุ่ม จะสอนแบบตัวต่อตัว ซึ่งนายจอห์นจะสอนเข้าใจง่าย เพราะนายจอห์นไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ เวลาสอนจะสอนเป็นภาษาอังกฤษ วันหนึ่งสอน 3-4 รอบ ประมาณ 3-4 คนเท่านั้น ที่ผ่านมาหลายคนที่มาเรียนกับนายจอห์นจะเข้าใจภาษาอังกฤษได้ง่าย และเรียนจบในระดับสูง ส่วนสาเหตุที่ไม่ให้ผู้ปกครองเข้ามานั่งรอนั้น เพราะนายจอห์นไม่มีสมาธิในการสอน เด็กจะไม่มีสมาธิในการเรียนด้วย จึงให้ผู้ปกครองรอในรถ หรือกลับบ้านก่อน เมื่อถึงเวลาก็ให้มารับกลับ
ภรรยานายจอห์นกล่าวด้วยว่า อยากขอโทษผู้เสียหายทุกคน ตนและสามีไม่ขอสู้คดีใดๆ ยินยอมชดใช้ทุกๆ อย่าง และปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย ตนและสามีไม่ได้หนีไปไหนตามที่เป็นข่าว อยากใช้ชีวิตตามประสาคนแก่ เพราะนายจอห์นอายุมากแล้ว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

