หน้าแรก ภูมิภาค เมียฝรั่งวอนส...

เมียฝรั่งวอนสังคมฟัง 2 ด้าน ยันผัวไม่ได้บีบคอ ตร. รอให้แผลชี้ชัด ปล่อยไปตามกฎหมาย

13.03.24 | 09:30 น.
ด้านซ้ายคือ ร.ต.อ.อรรถพร ผู้เสียหาย ด้านขวาคือภรรยาผู้ก่อเหตุ

ภรรยาฝรั่งวัย 70 คดีบีบคอตำรวจ เปิดใจขอสังคมฟังสองด้าน ยืนยันอยู่ไทยมากว่า 20 ปีถูกต้องตามกฎหมาย ตอนนี้เกิดความเครียด เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน

จากการณี ร.ต.อ.อรรถพร อายุ 59 ปี ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรี ถูก นายจอห์น อายุ 70 ปี ชาวอเมริกัน ทำร้ายร่างกายโดยการบีบคอเกือบเสียชีวิต บริเวณร้านขายของชำในหมู่บ้าน ต.โคกหม้อ อ.เมือง จ.ราชบุรี เหตุเกิดช่วงค่ำวันที่ 6 มีนาคม เบื้องต้น ร.ต.อ.อรรถพร เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองราชบุรีเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าไม่รู้จักผู้ก่อเหตุเป็นการส่วนตัว ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน แต่เคยเห็นมาซื้อของที่ร้าน โดยมี นายรณกร เข้ามาช่วยเหลือ

อย่างไรก็ดี นายจอห์นส่งทนายความ 2 คน ขอไกล่เกลี่ย แต่ ร.ต.อ.อรรถพรและนายรณกรไม่รับ เนื่องจากมีความประสงค์จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ร.ต.อ.อรรถพร ผู้เสียหาย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.โคกหม้อ อ.เมือง จ.ราชบุรี พบกับ ภรรยาของนายจอห์น ขณะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เดินทางมาสอบถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่ นายจอห์น ผู้ก่อเหตุ เก็บตัวอยู่ในบ้าน ไม่ออกมาพบปะผู้คน

ภรรยาของนายจอห์นเปิดเผยว่า ในฐานะภรรยาอยากจะขอให้สังคมฟังทางฝั่งตนบ้าง เพราะตอนนี้ข่าวนำเสนอเพียงแค่ฝ่ายเดียว ตนอยู่กินกับนายจอห์นมาได้กว่า 20 ปีแล้ว นายจอห์นเป็นชาวอเมริกันวัย 70 ปี เดินทางมาอยู่ประเทศไทยหลังจากเกษียณงานด้วยวัย 50 ปีที่อเมริกา รู้จักกับตนและมาปักหลักอยู่ที่ประเทศไทย แต่งงานจดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้อง ซึ่งตนเดินเอกสารต่างๆ ให้นายจอห์นอาศัยที่ประเทศไทยอย่างถูกต้องครบถ้วน นายจอห์นเลือกมาอยู่ จ.ราชบุรี เพราะไม่ชอบความวุ่นวายในเมืองหลวง จึงมาเช่าบ้านอยู่ในหมู่บ้านที่เกิดเหตุ กระทั่ง 2 ปีก่อน ตนมาทำเรื่องขอซื้อบ้านที่อยู่อาศัยในปัจจุบันหลังนี้

Advertisement

ภรรยานายจอห์นระบุว่า เหตุการณ์ในวันเกิดเหตุตนไม่สามารถตอบได้ชัดเจน เนื่องจากไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่ได้คุยกับสามีแล้ว เขาบอกว่าไปที่หมู่บ้านเพื่อซื้อของและเจอกับคู่กรณี แต่พูดคุยสื่อสารกันไม่เข้าใจ จนเกิดมีปากมีเสียงกัน ยืนยันว่าสามีไม่ได้บีบคอ ได้เข้าไปกระชากที่คอเสื้อ เพราะเขาเป็นคนรูปร่างใหญ่และเสียงใหญ่ อาจมองดูว่าเขาน่ากลัว แต่จริงๆ แล้วชอบสันโดษ เป็นคนคิดมาก ขนาดเกิดเรื่องเขายังพูดกับตนยังยิ้ม และเข้าใจว่าคู่กรณีเขายกโทษให้แล้ว ตรงนี้ไม่ขอพูดอะไรมาก ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย ดูที่แพทย์ระบุว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นถึงขั้นอันตรายหรือไม่

ภรรยานายจอห์นกล่าวว่า หลังเกิดเหตุตนกับสามีนำกระเช้าไปขอโทษ ร.ต.อ.อรรถพรแล้ว ซึ่งทั้งคู่จับมือกัน เขาคิดว่า ร.ต.อ.อรรถพรยกโทษให้และไม่เอาความ สามีบอกกับตนว่าให้บอกกับ ร.ต.อ อรรถพรว่ายินดีรับผิดชอบทุกอย่าง จะเรียกร้องอะไรก็ยินดีรับผิดชอบ แต่กลับถูก ร.ต.อ.อรรถพรแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งตนก็มาสื่อสารแจ้งให้สามีทราบ เดิมเขารู้ว่าจบกันไปแล้ว แต่ตอนนี้มาถูกดำเนินคดี ทำให้นายจอห์นเกิดความเครียด ได้แต่เก็บตัวอยู่ในห้องนอน

เสื้อชมพูคือภรรยานายจอห์น

ส่วนประเด็นการสอนหนังสือ ซึ่งเป็นอาชีพเสริมนั้น ภรรยานายจอห์นกล่าวว่า ตนและสามีไม่รับสอบแบบกลุ่ม จะสอนแบบตัวต่อตัว ซึ่งนายจอห์นจะสอนเข้าใจง่าย เพราะนายจอห์นไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ เวลาสอนจะสอนเป็นภาษาอังกฤษ วันหนึ่งสอน 3-4 รอบ ประมาณ 3-4 คนเท่านั้น ที่ผ่านมาหลายคนที่มาเรียนกับนายจอห์นจะเข้าใจภาษาอังกฤษได้ง่าย และเรียนจบในระดับสูง ส่วนสาเหตุที่ไม่ให้ผู้ปกครองเข้ามานั่งรอนั้น เพราะนายจอห์นไม่มีสมาธิในการสอน เด็กจะไม่มีสมาธิในการเรียนด้วย จึงให้ผู้ปกครองรอในรถ หรือกลับบ้านก่อน เมื่อถึงเวลาก็ให้มารับกลับ

ภรรยานายจอห์นกล่าวด้วยว่า อยากขอโทษผู้เสียหายทุกคน ตนและสามีไม่ขอสู้คดีใดๆ ยินยอมชดใช้ทุกๆ อย่าง และปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย ตนและสามีไม่ได้หนีไปไหนตามที่เป็นข่าว อยากใช้ชีวิตตามประสาคนแก่ เพราะนายจอห์นอายุมากแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง