หน้าแรก ภูมิภาค เครือข่ายประม...

เครือข่ายประมงกระบี่ยื่นหนังสือ ชี้ข้อกังวลและข้อเสนอชาวประมงถึงร่างพรบ.แก้ไข

13.03.24 | 13:12 น.

เครือข่ายประมงกระบี่ยื่นหนังสือ ชี้ข้อกังวลและข้อเสนอชาวประมงถึงร่างพรบ.แก้ไข

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2567 นายอาหลี ชาญน้ำ นายกสมาคมรักเลกระบี่ พร้อมด้วย ตัวแทนกลุ่มประมงพื้นบ้าน ยื่นหนังสือต่อนายสามชาย หาญภักดีปฏิมา ผู้ว่าราชการ จังหวัดกระบี่ ถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ 2558 พ.ศ….. เกี่ยวกับการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประมงฯ ฉบับใหม่ เพื่อยื่นข้อคัดค้านที่เป็นข้อกังวลและข้อเสนอ ผ่านถึงท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานกรรมาธิการวิสามัญฯ เพื่อโปรดนำข้อมูลที่ส่งมาด้วย ประกอบการพิจารณาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เพื่อแก้ไขในชั้นที่เกี่ยวข้องต่อไป เนื่องจากลุ่มพิจารณาเนื้อหา ร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 พ.ศ. ….บางประการแล้ว มีข้อกังวลและเห็นว่าจะมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ชาวประมงพื้นบ้านและชุมชนท้องถิ่นเป็นอย่างมาก เช่น การลดพื้นที่ทำประมงของประมงพื้นบ้าน เหลือ 1.5 ไมค์

นายอาหลี ชาญน้ำ นายกสมาคมรักเลกระบี่ เปิดเผยว่า ร่าง แก้ไขกฎหมายประมงใหม่ 2567 ผลกระทบต่อ “ประมงพื้นบ้าน”ทรัพยากรประมงทะเลไทย เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีพของชุมชนชายฝั่งที่ทำการประมงพื้นบ้าน หรือชาวประมงขนาดเล็กตลอดแนวชายฝั่งทะเลในประเทศไทย เป็นต้นธารในการสร้างงานสร้างรายได้เลี้ยงประชาชนได้โดยตรงอย่างน้อย 3-5 แสนคน หากทรัพยากรประมงชายฝั่งเสื่อมโทรมลงเพราะการกำหนดวิธีการบริหารจัดการผิดพลาด จะส่งผลโดยตรงต่อรายได้ที่สดลงของประชากรกลุ่มนี้เมื่อพิจารณาการแก้ไขปรับปรุงบทบัญญัติของพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ในส่วนที่เกี่ยวข้อง จะพบว่าอาจส่งผลร้ายแรงต่อ ชาวประมงพื้นบ้าน และชาวประมงขนาดเล็ก ดังต่อไปนี้

(1) ร่างกฎหมาย ได้ ยกเลิกข้อกำหนดวัตถุประสงค์ “เพื่อปกป้องคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนชาวประมงพื้นบ้านและชุมชนประมงท้องถิ่น” เป็นข้อกำหนดที่ สดความสำคัญในการช่วยเหลือการประมงพื้นบ้านหรือการประมงขนาดเล็กลง ทั้งที่ทุกฝ่ายทราบดีว่า ชาวประมงพื้นบ้าน กับ ชาวประมงพาณิชย์ แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ควรมีมาตรการ ปกป้อง ส่งเสริม พัฒนาขีดความสามารถขาวประมงพื้นบ้านขนาดเล็กเอาไว้เป็นการเฉพาะที่มีมาตรการแตกต่างจากการประมงพาณิชย์ กลายเป็นสามารถช่วยเหลือการประมงแบบรวมๆ โดยกำหนดให้ส่งเสริมการประมงพาณิชย์คู่ไปกับประมงพื้นบ้านและประมงน้ำจืด ไม่ต้องปกป้องชุมชนท้องถิ่น, กำหนดให้ส่งเสริมการประมงนอกนานน้ำไทย กำหนดให้รัฐบาล ต้องมีแผนในการสงเสริมการประมงในนานน้ำ, มีแผนส่งเสริมการประมงนอกน่านน้ำ มีแผนส่งเสริมการเพาะเลี้ยง, มีแผนส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากการประมง แต่ไม่มี “แผนการส่งเสริมการประมงพื้นบ้าน” ทั้งที่เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในบรรดาผู้ประกอบการประมงทั้งหมด

(2) ร่างกฎหมายใหม่กำหนดให้สามารถลดเขตทะเลชายฝั่งลงได้อีกให้น้อยกว่า 1.5 ไมล์ทะเล โดยที่การกำหนดให้มี “เขตทะเลชายฝั่ง” ก็เพื่อห้ามทำการประมงพาณิชย์ไม่ให้เข้าทำประมงใกล้เขตทะเลขายฝั่งมากเกินไป และให้เป็นเขตรับผิดชอบของคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดไปด้วย เมื่อมีการจงใจแก้ไขเขตทะเลชายฝั่งให้สามารถ หดแคบลงได้น้อยกว่า 1.5 ไมล์ทะเล(น้อยกว่า 2,800 เมตร) ก็เพื่อเปิดช่องให้ทำการประมงพาณิชย์สามารถเข้าทำประมงใกล้เขตชายฝั่งได้เพิ่มอีก เป็นการถดถอยล้าหลังไปยิ่งกว่า ปี 2515 (ประกาศ ห้ามอวนลากอวนรุนเข้า (3,000 เมตร) และเป็นการลดเขตอำนาจหน้าที่รับผิดชอบของคณะกรรมการประมงประจำจังหวัด ลงด้วย

Advertisement

(3) ร่างกฎหมายประมงใหม่ เปีดให้กลุ่มทุนประมงพาณิชย์เข้าแทรกแซงกลืนสถานะ “ชาวประมงพื้นบ้าน” โดยเปิดช่องให้ นักลงทุนที่ทำประมง “อวนลากคู่ อานลากเดี่ยว,อวนล้อมจับ, อวนปั่นไฟจับปลากะตัก อานล้อมจับกะตัก เรือคราดทุกชนิด ที่ใช้กับเรือต่ำกว่าสิบตันกรอส “ให้ถือเป็นชาวประมงพื้นบ้าน” และสามารถมีใบอนุญาตประมงดังกล่าว ได้ ไม่จำกัดจำนวน โดยจงใจตัดคำว่า จะออกใบอนุญาตให้แก่บุคคใดเกินจำนานที่รัฐมนต์ประกาศกำหนดมิได้” ที่มีในกฎหมายเดิมทิ้งไป

(4) ร่างกฎหมายประมงใหม่เพิ่มสัดส่วนราชการในกรรมการจังหวัด กรรมการภาคประชาชนให้มาจากการแต่งตั้ง ไม่ต้องเลือกตั้ง โดยได้เพิ่ม หัวหน้าตำรวจในจังหวัด และ ทหารที่รับผิดชอบกฎหมาย ศร.ชล. เข้ามาเป็นกรรมการประมงประจำจังหวัด ส่วนการแต่งตั้งกรรมการจากภาคประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในจังหวัด ระบุให้เป็นอำนาจโดยตรงของผู้ว่าจาชการจังหวัด โดยไม่มีหลักประกันว่าจะต้องมีการสรรหาคัดสรรอย่างไร

(5) ร่างกฎหมายประมงใหม่ ปล่อยผี “อวนล้อมปั่นไฟด้วยอวนตาถี่” ให้ทำประมงในเวลากลางคืนได้ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประมงไทย เครื่องมืออวนตาถี่ที่ตีวงล้อมจับ เป็นเครื่องมือที่เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรสัตว์น้ำวัยอ่อน และพันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจอย่างหนัก ประเทศไทยห้ามใช้โดยเด็ดขาดมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2526 และยังยืนยันกำหนดไว้ใน กฎหมายประมงปี2558 “ห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องมืออานล้อมจับที่มีช่องตาอวนเล็กกว่าสองจุดห้าเซนติเมตร ทำการประมงในเวลากลางคืน” ร่างกฎหมายประมงฉบับใหม่ ได้ปล่อยผีอวนล้อมปั่นไฟให้ทำประมงได้ โดยเริ่มให้ทำในเขต 12 ไมล์ทะเล นับจากแนวทะเลขายฝั่ง โดยที่พื้นที่ดังกล่าว เป็นเส้นทางเดิน และเป็นแหล่งสัตว์น้ำวัยอ่อน สัตว์น้ำหายาก และเป็นพื้นที่ทำประมงพื้นบ้านอย่างมีนัยยะสำคัญ

(6) ร่างกฎหมายประมงใหม่ เปิดช่องนำเรือประมงพาณิชย์ สามารถออกไปได้โดยไม่ต้องแจ้งเข้าแจ้งออก โดยกฎหมายเดิมกำหนดให้เรือประมงพาณิชย์ต้องแจ้งเข้าแจ้งออกทุกครั้ง เวลานำเรือประมงออกไปหรือกลับเข้ามา เพื่อป้องกัน “การทำประมงผี”ตรวจสอบไม่ได้ แต่ร่างกฎหมายฉบับใหม่ แก้ไขว่าให้แจ้งเข้าแจ้งออก เฉพาะเวลาต้องการ “ออกไปทำการประมง , ทั้งที่ในทางปฏิบัติการอ้างว่า ตนไม่ได้ออกไปทำประมง แต่ไปลักลอบทำประมง จับปลาได้มาแล้ว กลับเข้ามาก็ไม่ต้องแจ้งตรวจ และไม่ต้องตรวจสอบอีก ลักษณะเช่นนี้ จะเกิด “เรือประมงผี” มาแย่งจับสัตว์น้ำและจะเกิดผลกระทบต่อชาวประมงพื้นบ้าน โดยตรง

(7) ยกเลิกการจำคุก ลดอัตราค่าปรับในการทำผิด และให้ประกันเรือออกไปทำประมงได้ต่อไป ทั้งที่ กฎหมายประมงฉบับ2558 ได้ยกเลิกการลงโทษ “จำคุก” ทั้งหมดไปแล้ว และเปลี่ยนเป็นลงโทษด้วยการ “ปรับ” ในอัตราที่สูงขึ้นแทนอย่างเดียว ร่างกฎหมายประมงใหม่ กำหนดให้ลดค่าปรับลง เมื่อจ่ายค่าปรับแล้ว ให้ถือว่ายุติคดี กล่าวคือไม่ต้องส่งฟ้องศาล ไม่ต้องรับโทษริบเรือหรือใดๆ อีก และ ให้สามารถญาติ ที่เป็น “ข้าราชการ” หรือ สินทรัพย์ ไป “ประกันเรือ” ออกไปทำประมงได้ปกติ โดยไม่ต้องถูกกักไว้ ระหว่างรอค่าปรับ ซึ่งจะยิ่งส่งเสริมการทำความผิด ไม่สนใจผลกระทบต่อชาวประมงพื้นบ้าน อีกต่อไป