หน้าแรก ภูมิภาค เครือข่ายประม...

เครือข่ายประมงพื้นบ้าน บุกศาลากลางยื่นหนังสือถึงวันนอร์ ค้านร่างกม.ประมง หวั่นกระทบวิถีชีวิต

13.03.24 | 14:13 น.

เครือข่ายประมงพื้นบ้าน บุกศาลากลางยื่นหนังสือถึงวันนอร์ ค้านร่างกม.ประมง หวั่นกระทบวิถีชีวิต

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่หน้าศาลากลาง จ.สงขลา นางบี้เย๊าะ อำพันนิยม นายกสมาคมเรือประมงชายฝั่งคลองนาทับ เครือข่ายประมงพื้นบ้าน 20 คน อาทิ สมาคมเรือประมงชายฝั่งคลองนาทับ กลุ่มอนุรักษ์ชายฝั่งและฟาร์มทะลชุมชนบ้านใหม่ สมาคมประมงพื้นบ้านชายฝั่งอ่าวไทย อำเภอสทิงพระ และสมาคมรักษ์ทะเล ยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 พ.ศ.…. ผ่านผู้ว่าราชการ จ.สงขลา นายสมนึก พรหมเขียว ได้มอบหมายให้ นายรุ่งโรจน์ และสุบ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เข้ารับหนังสือจากตัวแทนเครือข่ายประมงพื้นบ้าน

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 22 ก.พ.67 สภาผู้แทนราษฎร ได้มีมติเห็นชอบในหลักการ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 พ.ศ…. ตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอ พร้อมกับฉบับของพรรคการเมืองต่างๆ อีก 7 ฉบับ และได้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ 37 คน ให้ไปพิจารณารายละเอียด โดยใช้ร่างฉบับของคณะรัฐมนตรีเป็นฉบับหลักในการพิจารณา และมีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ แล้วถึงสองครั้ง

“ร่างกฎหมายประมงใหม่ ได้ตัดวัตถุประสงค์การคุ้มครองช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านและชุมชนประมงท้องถิ่นออก รวมทั้งกรณีการลดเขตทะเลชายฝั่ง ในมาตรา 4 ของร่างพระราชบัญญัติที่ระบุให้ยกเลิกนิยามของคำว่า “ทะเลชายฝั่ง” และให้นิยามใหม่ไว้ว่า ทะเลชายฝั่ง หมายความว่า ทะเลที่อยู่ในราชอาณาจักรนับจากแนวชายฝั่งออกไป 3 ไมล์ทะเล เว้นแต่ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ จะออกกฎกระทรวงกำหนดให้เขตทะเลชายฝั่งในบริเวณใด มีระยะนับจากแนวชายฝั่งทะเลออกไปน้อยหรือมากกว่า 3 ไมล์ทะเลก็ได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 1.5 ไมล์ทะเล และไม่เกิน 12 ไมล์ทะเล”

Advertisement

ทำให้ชาวประมงกังวลว่า การกำหนดให้สามารถลดเขตทะเลชายฝั่งลงได้นั้น จะเป็นการเปิดทางให้การประมงพาณิชย์เข้ามาทำประมงใกล้เขตทะเลชายฝั่งมากเกินไป ส่วนการแก้ไขเขตทะเลชายฝั่งให้หดแคบลงได้น้อยกว่า 1.5 ไมล์ทะเล (น้อยกว่า 2,800 เมตร) ก็เป็นการถดถอยล้าหลังไปยิ่งกว่าเมื่อปี 2515 (ที่มีประกาศ ห้ามอวนลากรุน เข้ามาในเขต 3,000 เมตร) และยังเป็นการลดเขตอำนาจหน้าที่รับผิดชอบของคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดด้วย อันจะส่งผลเสียเรื่องการแย่งชิงทรัพยากรสัตว์น้ำ เอื้อประโยชน์แก่นายทุน เอาเปรียบชาวประมงพื้นบ้าน และยังทำให้พื้นที่อนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนลดลง ส่งผลต่อการลดลงของจำนวนสัตว์น้ำในอนาคต กระทบโดยตรงต่อชาวประมงพื้นบ้าน

นางบี้เย๊าะกล่าวว่า ตั้งใจจะมาแสดงออกให้เห็นว่าร่างกฎหมายดังกล่าว ชาวประมงพื้นบ้านรับไม่ได้เพราะดูเอื้อประโยชน์เปิดช่องให้กับกลุ่มนายทุนมากเกินไป อยากให้รัฐและผู้ออกกฎหมายกลับไปทบทวนใหม่ เพราะปัจจุบันในเขตทะเลชายฝั่ง ชาวบ้านก็พยายามช่วยกันอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำด้วยการทำบ้านปลา ซั้งกอ ทำให้ปริมาณสัตว์น้ำเพิ่มมากขึ้น เป็นแหล่งอาหารสร้างรายได้ให้ชุมชน แต่หากกฎหมายปล่อยให้มีเรือประมงพาณิชย์เข้ามา ซึ่งเขามีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูง ก็จะทำให้จับสัตว์น้ำได้ในปริมาณที่มาก สัตว์น้ำก็จะหมดไป และชาวบ้านที่เป็นชาวประมงจริงๆ จะอยู่กันอย่างไร

นางบี้เย๊าะกล่าวว่า ชาวประมงพื้นบ้านทุกจังหวัดชายฝั่งทะเล ยังนัดกันเข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อส่งเสียงไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 พ.ศ….. ให้มีการทบทวนเรื่องนี้อีกครั้ง

นายรุ่งโรจน์ และสุบ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม จ.สงขลา กล่าวว่า จะได้นำข้อมูลรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมประสานข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป