หน้าแรก ภูมิภาค สาวเซ็ง! เจอล...

สาวเซ็ง! เจอลูกหนี้หนีหมายจับ คดีไม่คืบ ต้องหาหลักฐานเอง ขึ้นโรงพักจนอาย ตร.บอกใจเย็นๆอายุความ10ปี

13.03.24 | 17:43 น.

สาวเซ็ง! เจอลูกหนี้หนีหมายจับโพสต์โซเชียลอยู่หรู ถามตร.คดีไม่คืบ แถมบอกให้ไปหาเบาะแสเอง แต่พอหาได้กลับระบุยังตามไม่เจอให้ใจเย็นคดีความอายุ 10 ปี ชี้ตอนนี้รู้สึกอายจนไม่กล้าขึ้นโรงพัก กลัวใจคำตอบ ตร.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้รับการขอความช่วยเหลือจาก น.ส.อรทัย รำนา หรือน้องเกตุ อายุ 25 ปี ชาว ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง อาชีพแม่ค้าเพาะถั่วงอก ได้เดินทางไปพบ พ.ต.อ.สานิตย์ พลเพชร ผกก.สภ.เมืองตรัง และ ตร.ชุดสืบสวนฯ เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 ต.ค.65 หลังเข้าแจ้งความร้องทุกข์จนออกหมายจับ กรณี นางยุพิน ละเอียด อายุประมาณ 37 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นคนรู้จักกัน ได้ยืมเงินจำนวน 9,000 บาท โดยใช้รถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ มูลค่าประมาณ 4 แสนกว่าบาท ค้ำประกัน โดยนัดคืนเงินคืนรถกันหลังจากยืมประมาณ 1 สัปดาห์ เมื่อครบกำหนดตนจะคืนเงินและไถ่ถอนรถคืน แต่นางยุพินกลับบ่ายเบี่ยง ไม่นำรถกระบะคันดังกล่าวมาคืน ตนจึงเข้าไปแจ้งความให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับนางยุพิน โดยมี ร.ต.อ.(หญิง) เกวลิน ชัยรัตน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง เป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีและรับเรื่อง เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.65

ต่อมา น.ส.อรทัย หรือน้องเกตุ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนพยายามติดต่อและตามหานางยุพิน แต่ปรากฏว่าหนีหาย ส่วนทางพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกถึง 2 ครั้งแต่กลับไม่มาพบ ช่วงเดือน เม.ย.2566 ทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีการออกหมายจับในข้อกล่าวหายักยอกทรัพย์ จนถึงขณะนี้ผ่านมาแล้วกว่า 1 ปี 3 เดือน ยังไม่สามารถจับกุมตัวนางยุพิน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตรังได้ ทำให้ตนซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะต้องแบกรับภาระในการดูแลลูกเล็กๆ ถึง 2 คน โดยการประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป และเพาะถั่วงอกส่งขาย มีรายได้เข้ามาวันละหลักร้อยบาท ทั้งที่รถยนต์ที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันและใช้ทำงานก็ไม่มี และยังต้องผ่อนเงินกู้ ที่ใช้ซื้อรถในทุกๆ เดือน

น.ส.อรทัยเผยต่อไปว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปี หลังจากมีการออกหมายจับนางยุพิน แล้วตนก็เดินขึ้น สภ.เมืองตรัง อยู่อย่างต่อเนื่องเพื่อสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับคดี และการติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ ส่วนทางพนักงานสอบสวนแจ้งว่าส่งเรื่องไปให้กับทางฝ่ายสืบสวนแล้ว ซึ่งฝ่ายสืบสวนบอกกลับมาว่าอยู่ระหว่างติดตามตัว ต่อมาตนจึงพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อที่จะติดตามหาเบาะแสที่อยู่ของนางยุพิน จนสืบทราบว่านางยุพินน่าจะอยู่ใน จ.ภูเก็ต และจังหวัดในของภาคใต้ โดยในเฟซบุ๊กและติ๊กต็อกของนายุพิน ได้มีการโพสต์ภาพและอัพคลิปวิดีโอ ทำงาน และท่องเที่ยวใช้ชีวิตกินหรูอยู่สบาย ในทุกๆ วัน พร้อมกับอัพสตอรี่ชีวิตประจำวันเกือบจะทุกๆ 3 ชั่วโมงต่อวัน ตนจึงได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานดังกล่าวมาให้กับทางเจ้าหน้าที่ ตร. แต่ต่อมาเมื่อตนมาติดตามความคืบหน้า ทาง ตร.บอกว่า ลงพื้นที่แล้วแต่หาตัวไม่เจอ และบอกให้ตนใจเย็นๆ เพราะอายุความของคดียาวถึง 10 ปี และชี้แนะให้ตนไปติดตามหาด้วยตนเอง หากพบตัวแล้วให้แจ้งมาที่เจ้าหน้าที่ ตร. ทำให้ตนเดือดเนื้อร้อนใจมาก และทนไม่ได้กับพฤติกรรมของนางยุพิน ที่ใช้ชีวิตราวกับไม่ใช่ผู้ต้องหาหนีหมายจับ

Advertisement

น.ส.อรทัย ผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า นางยุพินบ่ายเบี่ยงมาตลอดว่าทำธุระอยู่ต่างจังหวัด และต่างประเทศ จนไม่สามารถติดต่อได้ แม้จะถูกออกหมายจับแล้ว แต่โพสต์สื่อต่างๆ ลงโซเชียลมีเดียตลอดทุกวัน แต่ก็ยังจับกุมตัวไม่ได้ ทำเหมือนว่าตำรวจจะจับเขาไม่ได้ ตนก็หาพยานหลักฐานในการเช็กอินของผู้ต้องหาให้ตำรวจตลอด หากผู้ต้องหาทราบข่าวก็ให้เข้ามามอบตัว และพูดคุยไกล่เกลี่ยได้ และให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดการติดตามจับกุมให้ ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่ารถตนไปอยู่ไหน อยากได้รับความเป็นธรรมเพราะผ่านมา 1 ปีกว่าๆ แล้ว ติดตามคดีจน ตร.บนโรงพักจำชื่อตนได้แล้ว และไปติดตามจนตัวเราเองละอายแก่ใจเองแล้ว คำตอบที่ได้จากตำรวจบ่อยมากคือ ตามแล้วแต่ไม่เจอ