รักแท้มีจริง! ตาวัย 92 จากไป 2 วัน ยาย 88 สิ้นใจตาม เผยครองรักกัน 70 ปี ไม่เคยห่างกัน
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่วัดศรัทธาธรรม หรือวัดนาโต๊ะหมิง หมู่ 5 ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมืองตรัง บรรดาลูกหลานและเครือญาติ ได้จัดงานบำเพ็ญกุศลศพ ให้กับ คุณตาเคลื่อน แก้วกลาง อายุ 92 ปี เกิดเมื่อ พ.ศ.2475 และ คุณยายเหี้ยง แก้วกลาง อายุ 88 ปี เกิด พ.ศ.2479 โดยทั้งสองเป็นคู่สามีภรรยากัน และได้เสียชีวิตด้วยความชรา ระยะเวลาห่างกันแค่เพียง 2 วัน หลังจากที่ครองรักกันมายาวนานถึง 70 ปี โดยคุณตาได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 3 มี.ค.67 ส่วนคุณยายเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 5 มี.ค.67
โดยวันนี้เป็นวันประกอบพิธีฌาปนกิจ ได้มีบรรดาข้าราชการ นักการเมืองท้องถิ่น และญาติพี่น้องมาร่วมพิธีส่งคุณตาและคุณยายในวาระสุดท้ายของชีวิต เป็นจำนวนมาก ส่วนการจัดงานนั้น ได้มีการนำร่างบรรจุใส่หีบศพไม้ ตั้งติดกันภายในศาลา จำนวน 2 หีบ พร้อมกับตกแต่งหีบศพด้วยผ้าปาเต๊ะ ผ้าขาวม้า และผ้าบาติก พับจีบอย่างสวยสดงดงาม ซึ่งผ้าเหล่านั้นหลังจากเสร็จพิธีสงฆ์ และพิธีฌาปนกิจ ได้นำแจกให้กับบรรดาลูกหลานและผู้มาร่วมงาน ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก
น.ส.วรรณชนก เครือเตียว หรือวีว่า อายุ 31 ปี มีศักดิ์เป็นหลานของคุณตาและคุณยาย บอกว่า คุณตากับคุณยายรักกันมาก ครองรักกันมาเป็นระยะเวลาประมาณ 70 ปี มีลูกทั้งหมด 10 คน เสียชีวิตไปแล้ว 1 คน ส่วนบรรดาลูกๆ หลานๆ ก็ประกอบอาชีพรับราชการ ธุรกิจส่วนตัว ทั้งคู่จะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ญาติๆ เล่าให้ฟังตลอดว่าทั้งคู่ไม่เคยห่างกันเลยตั้งแต่เป็นหนุ่มสาว และต่างก็อดทนต่อสู้ประกอบอาชีพทำสวนจนครอบครัวได้มีทุกๆ อย่าง
น.ส.วรรณชนก กล่าวต่อว่า หากคุณตาหรือคุณยายไม่สบาย ฝ่ายที่ไม่เจ็บป่วยก็จะเฝ้าประกบดูแลไม่ห่างกันเลย ซึ่งเหล่านี้เป็นภาพจดจำของบรรดาลูกๆ หลานๆ มาตลอด แม้กระทั่งเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา คุณตาขับรถก็ไม่ค่อยจะไหวแล้ว แต่ก็แอบลูกๆ หลานๆ พาคุณยายนั่งรถเก๋งไปเที่ยวทะเล ที่ชายหาดปากเมง และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ จนบางครั้งก็ไปหลงทางกันทั้งคู่ จนลูกๆ หลานๆ ต้องขับรถตามหากันให้ทั่ว ก่อนที่คุณตาจะเสียชีวิต ได้ลื่นล้มจนสะโพกหัก และต้องนอนติดเตียงประมาณ 3-4 เดือน และร่างกายทรุด จนต้องไปนอนรักษาที่โรงพยาบาลต่อ

น.ส.วรรณชนก กล่าวต่อว่า ในช่วงที่คุณตาไปอยู่โรงพยาบาลก็ไม่ได้อยู่กับคุณยาย และไม่ได้เห็นการใช้ชีวิตของคุณยายเช่นประจำทุกวัน ก็ทำให้เสียชีวิตจากไปอย่างสงบลง ซึ่งลูกๆ หลานๆ มองดูออกจากภาษากายของคุณตา และหลังจากคุณตาเสียชีวิตได้ประมาณ 2 วัน คุณยายที่ยังร่างกายสมบูรณ์ดี และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณตาเสียชีวิตแล้ว เนื่องจากไม่มีใครบอกเล่า เพราะทางญาติตั้งใจจะเก็บร่างของคุณตาไว้ก่อน แต่คุณยายกลับอาการร่างกายไม่ดี และได้ไปเสียชีวิตตามไปที่โรงพยาบาล
น.ส.วรรณชนก กล่าวต่อว่า ส่วนการที่ได้มาตั้งบำเพ็ญกุศลศพคู่กัน เพราะว่าทั้งคู่รักกันมาก ก็เลยไม่อยากให้ต้องแยกออกจากกัน โดยเป็นความตั้งใจเดิมตั้งแต่ต้นแล้ว และอีกทั้งได้มาเสียชีวิตลงไปในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน
“สิ่งที่คุณตากับคุณยายได้มอบไว้ให้กับลูกๆ หลานๆ คือ แบบอย่างที่ดีในทุกๆ ด้าน ทั้งในด้านการอบรมเลี้ยงดูบุตร ให้เป็นผู้มีความประพฤติดีมีคุณธรรม ลูกๆ หลานๆ ของคุณตาคุณยาย เจริญตามรอยคุณพ่อคุณแม่ในด้านความขยันหมั่นเพียรในการประกอบอาชีพ อดทนต่ออุปสรรค ด้านความรัก ท่านทั้ง 2 แสดงให้ลูกหลานได้เห็นถึงว่าความรัก ความเข้าใจ การดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ทำให้รู้ว่ารักเป็นรักที่นิรันดร์ตลอดกาล ท่านทั้ง 2 มีอุปนิสัยเป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาไพเราะวางตนเหมาะสม เป็นที่เชื่อถือไว้วางใจและเป็นที่เคารพนับถือรักใคร่ของญาติมิตร ทั้งใกล้และไกล มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อญาติพี่น้องและบุคคลทั่วไป อย่างหาผู้เสมอเหมือนได้ยาก” น.ส.วรรณชนกกล่าว



