สุดรันทดเหยื่อสหกรณ์ตร.เลย หลังเกษียณ ต้องขอข้าววัดกินรับตัดหญ้าเลี้ยงชีวิต วอนนายกฯ ผบ.ตร.ช่วย
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเมื่อปี 2560 พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีต ผบก.ภ.จว.เลย ถูกกล่าวหาทุจริต โครงการรวมหนี้และบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย โดยมีผู้เสียหายเป็นตำรวจ 192 นาย มูลค่าความเสียหาย 229 ล้านบาท และ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช ถูกให้ออกจากราชการ ต่อมากลับเข้ารับราชการในตำแหน่ง ผบช.สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และได้เกษียณราชการในตำแหน่งนี้ ในขณะเดียวกันคดีความยังไม่คืบหน้า ยังไม่มีการฟ้องร้อง เหลืออีก 3 ปี คดีจะหมดอายุความ
ล่าสุดตัวแทนข้าราชการตำรวจเกษียณราชการกว่า 10 นาย ได้ยื่นหนังสือถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงความเดือดร้อน และไม่ได้รับความเหลียวแลในเรื่องคดีความ ยังไม่มีการฟ้องร้องต่อศาล คดีความคงเหลืออีก 3 ปี จะหมดอายุความ
ข้าราชการตำรวจเหยื่อการบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลยนับ 100 นาย ต้องทนทุกข์ บางรายต้องถูกยึดบ้านยึดที่ดิน ครอบครัวแตกแยก ลูกไม่ได้เรียนหนังสือ บางรายไม่มีจะกินต้องขอข้าววัดประทังชีวิต รับตัดหญ้าพร้อมรับจ้างทั่วไป หลังชีวิตเกษียณ สิ้นเดือนเงินเหลือไม่ถึง 1,000 บาท วอนผู้มีอำนาจช่วยเหลือ
ร.ต.อ.ใหม่ มโหรี เผยว่า ตนเป็นตำรวจที่เกษียณราชการแล้ว ได้รับความเดือดร้อนจากการเข้าร่วมโครงการบริหารหนี้ โดยมี พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช ขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย เป็นผู้บริหารโครงการได้ให้พวกตนกู้ยืมเงิน และมอบให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช ไปบริหาร จนเป็นเหตุให้พวกพวกตนเป็นหนี้สิน สหกรณ์ ธนาคาร และสถาบันการเงินต่างๆ ข้าราชการตำรวจบางนายเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต ทิ้งภาระหนี้สินไว้ให้ภรรยาและลูก บางนายที่เกษียณไปแล้ว แทนที่จะได้ใช้เงินบำนาญเลี้ยงดูตัวเอง และครอบครัว กลับกลายเป็นเงินเดือนติดลบ ต้องหาเงินมาใช้หนี้เพิ่ม และที่ยังรับราชการอยู่ เงินเดือนเหลือรับไม่กี่ร้อยกี่พันบาท คดีความตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 ระยะเวลาผ่านไป 7 ปีมาแล้ว คดีนี้ยังไม่การฟ้องร้องต่อศาลต่ออย่างใด ซึ่งคดีมีอายุความ 10 ปี มูลค่าความเสียหาย 229 ล้านบาท ผู้เสียหายเป็นตำรวจ 192 นาย
ด้าน ด.ต.ธงชัย พรหมเสนา เผยอีกว่า ทุกวันนี้ตนได้รับความเดือดร้อน เงินเดือนถูกหัก เงินเดือนเหลือไม่ถึง 1,000 บาท ทุกวันต้องไปหารับจ้างทั่วไป เช่นรับตัดหญ้า เอาแรงกายเข้าแลก เพื่อเอาเงินมาเยียวยาครอบครัว ตำรวจหลายคนๆ ที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับโครงการบริหารหนี้ส่วนใหญ่เงินเดือนไม่เหลือ ต้องแบกภาระหนี้สิน หลายท่านแม้แต่จะส่งลูกเรียนก็ไม่มี ลูกจะเรียนก็ไม่สามารถส่งลูกเรียนได้
บางคนก็ไม่ได้กู้แต่ก็ติดเป็นคนค้ำประกัน บางท่านครอบครัวแตกแยก อย่างตนไปค้ำประกันให้เพื่อน เขาก็ไม่มีเงินภาระต้องตกอยู่กับตน วันนี้บ้านก็ถูกยึดไปแล้ว กองบังคับคดีกำลังประกาศขาย บางคนต้องไปขอข้าววัดกิน เงินเดือนไม่เหลือ ลูกเมียก็ทิ้ง เดือดร้อนมาก เพื่อนแต่งตัวตำรวจแต่ในกระเป๋าไม่มีเงินติดตัวสักบาทเดียวก็มี ตนคิดน้อยใจนะเป็นตำรวจทำงานให้กับประเทศชาติ ไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถึง 2 ครั้ง
วันนี้รู้สึกเสียใจน้อยใจทำไมผู้หลักผู้ใหญ่ต้องทำกับผู้น้อยอย่างนี้ และไม่แสดงความรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น ทิ้งให้พวกเราต้องแบกภาระหนี้สิน ให้พวกเราตกระกำลำบาก ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างตามยถากรรม จนเพื่อนบางคนคิดสั้นตามที่เป็นข่าว เดือดร้อนจากโครงการนี้ กลายเป็นคนติดหนี้เป็นสิน ไม่มีอะไรจะกิน คิดสั้นและอยากประชดนาย ต้องไปปล้นร้านทอง ตามที่เป็นข่าว
ส่วน นางอานัญญา สะดาแนน แม่บ้านตำรวจ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนขอเป็นตัวแทนแม่บ้านตำรวจจังหวัดเลย ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ในการบริหารหนี้ของผู้การสุทิพย์ อันดับแรกซึ่งเป็นเรื่องอัดอั้นตันใจว่า เมื่อทุกท่านที่กำลังประสบปัญหา 1.สามีได้เสียชีวิตลงเนื่องจากความเครียดกับโครงการนี้ 2.ตำรวจที่ชื่อน้องโจ้ ที่ต้องกลายเป็นโจรปล้นร้านทอง 3.ครอบครัวไม่มีจะกิน แม้จะส่งลูกไปเรียนก็ไม่มีปัญญา อย่างพ่อบ้านของตนเป็นตำรวจมาตั้งแต่ พ.ศ.2522 เป็นสมาชิกสหกรณ์ตำรวจถูกหักเงินเดือนทุกเดือน
หวังเกษียณราชการจะมีเงินเหลือใช้ในยามแก่เฒ่า พอถึงวัยเกษียณแทนที่จะได้เงินต้องถูกหักเงินเพื่อมาใช้หนี้สหกรณ์ วันนี้จะหาจะกินก็ไม่มี เหล่าแม่บ้านตำรวจ อ.เอราวัณต้องออกไปเดินขายลอตเตอรี่มาเลี้ยงครอบครัว หรือบางคนหาเก็บของเก่าขาย
ถามว่าพวกเราเดือดร้อนมั้ย ยอมรับเดือดร้อนมาก จึงอยากจะวิงวอนถึงผู้หลักผู้ใหญ่ที่อยู่ด้านบน อยากให้ท่านลงมามองพวกตนหน่อย ชีวิตตำรวจที่จังหวัดเลยเป็นอย่างไร การไม่มีจะกิน เคยกินมั้ยไข่ต้มฟองเดียวขยำข้าวให้ลูกกิน พร้อมกันทั้งครอบครัว



