สคทช. ลงพื้นที่แก้ปัญหา ข้อพิพาทที่ดินเขาใหญ่
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 มีนาคม นายสุริยน พัชรครุกานนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) เป็นประธาน การประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดแนวทางแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐ พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ณ ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรหมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมีนายวิจิตร กิจวิรัตน์ รอง ผวจ.นครราชสีมา นายจิรพงษ์ คูหากาญจน์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานฯ นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่, นายคณัสชนม์ ศรีเจริญ นายอำเภอปากช่อง, นายวัฒนา มังธิสาร รองเลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.), พล.ต.ถนอม สบายพร รอง ผอ.ศปป.4 กอ.รมน., พล.ท.ชัยสิทธิ์ ปรียานุภาพ ที่ปรึกษาด้านการปรับปรุงแผนที่เขตที่ดินแห่งรัฐฯ นายมูฮัมหมาด ยังหะสัน ผอ.กองที่ดินของรัฐ นายอำนวยชัย โฆษิตภานิชยกุล ผอ.กองกฎหมาย นายไกรศรี สว่างศรี ผอ.ส่วนแผนที่และเทคโนโลยีสาละสนเทศ ,กรมที่ดิน, กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
นิคมสร้างตนเองลำตะคอง,สำนักงานคณะกรรมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ , สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ส.ป.ก.จังหวัดนครราชสีมา ตำรวจ ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อประชุมและ เพื่อสร้างการรับรู้ความเข้าใจแก่ผู้เกี่ยวข้อง และหารือ ปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ แบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 (one map ) พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ปราจีนบุรี นครนายก และ สระบุรี ซึ่งนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ได้ลุกขึ้นอธิบายชี้แนวเขต ในแผนที่ก่อนและหลังประกาศตั้งอุทยานฯเขาใหญ่ ต่อที่ประชุม ว่าแผนที่ที่นำเสนอถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่ปี 2505 แต่ก็มีหลายหน่วยงานมีการแย้ง และยึดถือแผนที่ของหน่วยงานตัวเอง และยังไม่มีข้อสรุปในที่ประชุมเลยเวลา 12.30 น.และพักทานอาหารข้าวกล่อง เพื่อให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน เพื่อจะได้นำเรื่องเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.)

โดย เวลา 13.30 น.นำคณะลงตรวจสอบพื้นที่ หมู่ 10 บ้านเหวปลากั้ง ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ พิพาท แนวเขตระหว่างหน่วยงานของรัฐ คือ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดนครราชสีมา ในสังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากกรณี มีกลุ่มนายทุน ที่ไม่ใช่เกษตรกรเข้าไปบุกรุกแผ้วถางป่า ในพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 2 จุด และพบหมุดนิรนาม ส.ป.ก.4-01 ปักแบ่งแปลงที่ดินกระจายในพื้นที่อุทยานฯเขาใหญ่ กว่า 42 แปลง และยังมีการตีแปลงในผืนป่าอุทยานฯอีกกว่า 2,993 ไร่ มีผู้เข้าไปแผ้วถางพื้นที่ป่าในเขต จนถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯเดขาใหญ่ เข้าจับกุม 2 จุด รวม 7 ราย จน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิดอักษร ผอ.ฝ่ายอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช ลงพื้นที่ ถอนหมุด ส.ป.ก.4-01 ที่ปักในเขตอุทยานฯ รวม 17 หลัก
ต่อมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่ง สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม อ้างว่าเป็นพื้นที่ของ ส.ป.ก. และ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ก็อ้างสิทธิ ว่าอยู่ในพื้นที่ของอุทยานฯ เพราะตั้งแต่ปี 2505 ที่ประกาศเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นต้นมา ยังไม่มีการยกเลิก แนวเขต ซึ่ง กรมแผนที่ทหารได้ลงพื้นที่ตรวจวัดแนวเขต พร้อมยืนยันว่า ส.ป.ก.ไม่ทับซ้อนแนวเขตอุทยานฯเขาใหญ่ จึงทำให้เกิดพิพาทกัน ระหว่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำให้มีเจ้าหน้าที่.หลายฝ่ายเดินทางลงพื้นที่ เช่น คณะกรรมาธิการ การที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร์ เจ้าหน้าที่ ปปป.และ ปปท.ลงพื้นที่ จุดข้อพิพาท ออก ส.ป.ก.4-01 หวปลากั้ง และมีกลุ่มอนุรักษ์ 24 องค์กร ออกมาตั้งเวทีปกป้องผืนป่าเขาใหญ่ ตามที่มีข่าวตามสื่อต่างๆ
นายสุริยน พัชรครุกานนท์ รอง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) กล่าวว่า วันนี้ได้ร่วมประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย เพื่อหาแนวทางและข้อมูลเสนอในที่ประชุม จะมีคณะทำงานลงมาอีกคณะ ได้นำแผนที่อุทยานฯปี 2505 เนื่องจากแต่ละหน่วยงานมีแผนที่ของตัวเอง นำมาเสนอ ซึ่งวันนี้เป็นคู่มือ การการประชุมก็ยังมีการคลาดเคลื่อนต้องรอให้คณะอนุกรรมการลงพื้นที่อีกครั้งเพื่อให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน เพื่อจะได้นำเรื่องเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช )
นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานฯ กล่าวว่า จริงๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนมาก การกำหนดแนวเขตอุทยานฯ ปี 2505 นั้น มีแผนที่ชัดเจน ประกอบกับแผนที่ของกรมป่าไม้ แต่การนำเสนอมีหลายหน่วยงาน บางหน่วยงานหาวิธีการดึงเกม ขอพิสูจน์ดินพิสูจน์แก่นไม้ เคยเป็นสวนป่ามาก่อนหรือไม่หรือเคยมีราษฎร เคยเข้าไปทำกินมาก่อนหรือไม่ ซึ่งมันก็ไม่เกี่ยวการตรวจชี้แนวเขต ซึ่งตนยืนยันตามแนวเขตของกรมอุทยานแห่งชาติ ปี 2505 หากตกลงไม่ได้ก็เจอกันที่ศาล

