ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่ง พบ 17 จังหวัด โซนเหนือ-อีสาน มีผลกระทบต่อสุขภาพ
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, กรมควบคุมมลพิษ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เกาะติดสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 แบบรายชั่วโมง
ด้วยข้อมูลจากดาวเทียมผ่านแอพพลิเคชั่น “เช็คฝุ่น” เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 15 มีนาคม 2567 พบ 17 จังหวัดภาคเหนือและอีสาน มีค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจ อาทิ แม่ฮ่องสอน 200.9 ไมโครกรัม, ลำพูน 180.5 ไมโครกรัม, เชียงใหม่ 174.6 ไมโครกรัม, เชียงราย 163.5 ไมโครกรัม, ลำปาง 151 ไมโครกรัม, พะเยา 139.7 ไมโครกรัม, น่าน 133.2 ไมโครกรัม, แพร่ 127.7 ไมโครกรัม, สุโขทัย 125.4 ไมโครกรัม, ตาก 125.2 ไมโครกรัม, อุตรดิตถ์ 100.5 ไมโครกรัม, เลย 80.9 ไมโครกรัม, พิษณุโลก 80.4 ไมโครกรัม, กำแพงเพชร 78 ไมโครกรัม, กาฬสินธุ์ 77 ไมโครกรัม, อำนาจเจริญ 76.7 ไมโครกรัม, ขอนแก่น 76.6 ไมโครกรัม
สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครเช้าวันนี้พบค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศปานกลางจนถึงคุณภาพอากาศดีมาก
แอพพลิเคชั่น “เช็คฝุ่น” ยังคาดการณ์ปริมาณฝุ่น PM2.5 ในอีก 3 ชั่วโมงข้างหน้า พบว่าหลายพื้นที่จะมีค่าคุณภาพอากาศที่ยังคงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะโซนเหนือภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ทั้งนี้ ข้อมูลบนแอพพลิเคชั่น “เช็คฝุ่น” มีการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมร่วมกับ AI (Artificial intelligence) ในการวิเคราะห์ค่าฝุ่น PM2.5 แบบรายชั่วโมงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ร่วมกับการใช้ข้อมูลการตรวจวัด PM2.5 จากกรมควบคุมมลพิษ, ข้อมูลสภาพอากาศ จากกรมอุตุนิยมวิทยา รวมถึงข้อมูลของแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น จุดความร้อน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก มานำเสนอให้ในรูปแบบข้อมูลตัวเลขและค่าสีในระดับต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจสถานการณ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรสวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจตามมาโดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้ ท่านสามารถติดตามข้อมูล PM2.5 แบบรายชั่วโมงเพิ่มเติมผ่านแอพพลิเคชั่น “เช็คฝุ่น”


