คืบวัยรุ่นรุมกระทืบลุงวัย 55 ปี หน้างานย่าโม โคราช ล่าสุด กลุ่มวัยรุ่นติดต่อขอมอบตัววันนี้ ตร.เผย ผู้ก่อเหตุไม่ได้ใช้อาวุธ เตรียมตรวจสอบประวัติ พร้อมสอบปากคำ ตั้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีสาวผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ ชายวัยกลางคนถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายริมถนน หน้างานย่าโม ผู้สื่อข่าวได้สอบถามสาวรายดังกล่าวที่เป็นผู้โพสต์ ทราบว่าเรื่องเกิดที่ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ชายวัยกลางคนที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้าย คือบิดาของผู้โพสต์ อายุประมาณ 55 ปี เดิมอยู่ จ.เพชรบูรณ์ แต่มารับจ้างทำงานก่อสร้างประมาณ 8 ปีแล้วในพื้นที่ อ.ครบุรี
โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเวลา 03.30 น. วันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นคืนวันสุดท้ายของการจัดงานวันฉลองชัยชนะของท้าวสุรนารี ประจำอำเภอครบุรี ตอนนั้น พ่อของผู้โพสต์ขับรถจะกลับบ้านพัก แต่ทำของตกกลางถนน จึงหยุดรถก้มเก็บ แต่เกิดไปตัดหน้ากับรถจักรยานยนต์ของวัยรุ่นคนหนึ่ง แล้วมีปากเสียงกัน กระทั่งถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายตามคลิป ได้รับบาดเจ็บฟกช้ำบริเวณศีรษะและตามร่างกายหลายจุด ซึ่งได้พาพ่อไปแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.ครบุรีแล้ว อาการตอนนี้ระบมที่ศีรษะและร่างกายซีกซ้ายหลายแห่ง อยากให้ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้อย่างเด็ดขาด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
สาวโร่แจ้งตร. พ่อขี่มอ’ไซค์จากงานย่าโม ทำของหล่น วัยรุ่นแก๊งใหญ่คิดว่าปาดหน้ารุมทำร้ายยับ
ล่าสุด วันนี้ (15 มีนาคม) ผู้สื่อข่าวได้สอบถามความคืบหน้าทางคดีไปยัง พ.ต.อ.นพดล ช่วยบุญ ผู้กำกับการ สภ.ครบุรี ซึ่งเปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ มีตัวแทนของกลุ่มวัยรุ่นติดต่อเข้ามาว่า วัยรุ่นจะขอเข้ามอบตัวในวันนี้ ซึ่งเป็นเพียงบางราย 3-4 คนเท่านั้นที่ลงมือก่อเหตุ ไม่ใช่ทั้งกลุ่ม ซึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายังเป็นเยาวชนอยู่หรือไม่
“จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่า หลังงานวันฉลองชัยชนะของท้าวสุรนารีเลิกแล้ว คู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้มีปากเสียงกัน คุยกันไม่รู้เรื่อง จนกระทั่งมีการก่อเหตุทำร้ายร่างกายกัน โดยผู้ก่อเหตุไม่ได้มีการใช้อาวุธ ผู้เสียหายจึงไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง เมื่อเข้ารับการรักษาที่ รพ.ครบุรี ก็สามารถกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านได้” พ.ต.อ.นพดลกล่าว
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัว ทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องตรวจสอบประวัติว่า ยังเป็นเยาวชนหรือมีประวัติอาชญากรรมหรือไม่ ก่อนที่จะสอบปากคำอย่างละเอียดตามขั้นตอน แต่ก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น” ซึ่งจะได้นำคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดและหลักฐานอื่นๆ มาประกอบสำนวนดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

