ไฟป่าเชียงใหม่ลามหนัก! ค่าฝุ่นพุ่งอันดับ 1 โลก จนท.อ่อนแรง-เสบียงขาดแคลน
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2567 ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เชียงใหม่ รายงานพบจุดความร้อน (Hotspot) ประจำวันที่ 15 มีนาคม 2567 รอบเช้า จำนวน 113 จุด ในพื้นที่อำเภอแม่วาง 49 จุด ดอยหล่อ 16 จุด ดอยเต่า 8 จุด พร้าว 7 จุด ฝาง 6 จุด ดอยสะเก็ด 5 จุด เชียงดาว 4 จุด สันทราย 3 จุด แม่แตง 2 จุด อมก๋อย 2 จุด กัลยาณิวัฒนา 2 จุด สันกำแพง 2 จุด แม่ริม 2 จุด ไชยปราการ 1 จุด สะเมิง 1 จุด แม่แจ่ม 1 จุด จอมทอง 1 จุด และหางดง 1 จุด
โดยวันนี้ดัชนีคุณภาพอากาศเมืองเชียงใหม่ย่ำแย่ที่สุดวัดได้ 203 ติดอันดับ 1 ของโลกอีกครั้ง รายชั่วโมงพุ่งไปแตะที่ 248 ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 122 มคก./ลบ.ม. ทัศนวิสัยในการมองเห็นต่ำ และมองไม่เห็นดอยสุเทพ-ปุย เพราะฟ้าหลัวถูกปกคลุมด้วยฝุ่นจนเป็นสีแดงอมส้ม ถือว่าอันตรายต่อสุขภาพประชาชนเป็นอย่างมาก ในขณะที่ทุกอำเภอค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งเกินค่ามาตรฐานทุกแห่ง สูงสุดวัดได้ 634 มคก./ลบ.ม. ที่ ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว

ในขณะที่ทีมอาสาดับไฟป่ามูลนิธิกระจกเงาจำนวน 48 นาย ซึ่งเตรียมกำลังเข้าสมทบผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านดอยซิว ต.สันทราย อ.สันกำแพง แต่จำเป็นต้องขออนุญาตถอนกำลังออกจากพื้นที่ก่อน เนื่องจากโดรนสำรวจตรวจพบไฟที่ถูกจุดขึ้นเพิ่มเป็นแนวในลักษณะผิดปกติ โดยลักษณะใช้การดับไฟแบบจุดไฟชนไฟ ทำให้ไฟลุกลามเป็นวงกว้างยังไม่มีแนวล้อมรอบ ประเมินสถานการณ์แล้วไม่ปลอดภัย
ส่วนพื้นที่ต่างๆ อาทิ อุทยานแห่งชาติออบหลวง อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ยังคงเกิดไฟป่าลุกลามเกือบทุกอำเภอและขยับเข้าใกล้โซนกลางที่ติดตัวเมืองเชียงใหม่มากขึ้น เช่น อำเภอแม่วาง ที่เกิดการลุกไหม้สูงมากและส่งผลต่อการเกิดควันและฝุ่นพิษไหลเข้าสู่ตัวเมืองตามกระแสลมที่พัดหอบเข้าแอ่งกระทะ เช่นเดียวกับฝั่งจังหวัดแม่ฮ่องสอนและฝั่งอุทยานแห่งชาติแม่ปิงที่ไฟไหม้หนัก และมีทิศทางลมพัดฝุ่นเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ในลักษณะเดียวกัน

ในขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ในทุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติและป่าสงวนแห่งชาติ เริ่มอ่อนล้าและเสบียงอาหารกำลังเริ่มขาดตามพื้นที่ไฟป่าต่างๆ เพจฝ่าฝุ่นจึงออกประกาศขอความร่วมมือประชาชนชาวเหนือช่วยกันระดมหาเสบียงอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องใช้ รวมทั้งรองเท้า หมวกคลุมศีรษะ ไฟฉาย และจัดไปส่งสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ต่างๆ ที่ดูแลป่าที่มีไฟเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากงบประมาณประจำปียังไม่ผ่าน
ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ รายงานค่าอัตราการระบายอากาศที่วิเคราะห์ได้จากข้อมูลการตรวจอากาศชั้นบน ในพื้นที่ภาคเหนือ วันนี้ (15 มี.ค.67) พบว่า อัตราการระบายอากาศช่วงกลางคืนถึงช่วงเช้า อยู่ในเกณฑ์ระบายได้น้อย เพราะลักษณะอากาศปิด ส่วนในช่วงบ่ายอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก

ล่าสุดนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงค่าฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่สูงว่า เราได้รับผลกระทบพร้อมกันใน 8 จังหวัดภาคเหนือ เป็นผลกระทบมาจากประเทศเพื่อนบ้านมีการเผา 8,000 จุด และมีลมจากทิศตะวันตกพัดนำฝุ่นควันเข้ามายังพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งค่าฝุ่นที่สูงที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ออยู่ที่อำเภอที่ใกล้กับชายแดนด้านตะวันตก คือ อำเภอเวียงแหง เชียงดาว ไชยปราการ กัลยาณิวัฒนา และฝาง ซึ่งในอำเภอฝางถึงแม้ไม่มีการเผาแม้แต่จุดเดียวแต่มีค่าฝุ่นเป็นอันดับที่ 1 ของเชียงใหม่
“เราไม่ปฏิเสธสถานการณ์ที่เข้ามา แต่ก็ยังควบคุมในสิ่งที่เราควบคุมได้เอง การเผาในพื้นที่เรามี แต่เราต้องมีปฏิบัติการที่ดับให้ได้ภายใน 1 วันทุกจุด ไม่ให้เกิดการสะสมของฝุ่นควัน ไม่มีค่าฝุ่นที่มาซ้ำเติมฝุ่นจากเพื่อนบ้าน บางช่วงเวลาฝุ่นจากเพื่อนบ้านลดลงฝุ่นของเราก็จะลดลงเช่นกัน ซึ่งคาดว่าสถานการณ์จะยังเป็นแบบนี้ไปอีก 2-3 วัน”
ผู้ว่าราชการเชียงใหม่ กล่าวฝากไปยังพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ว่า ให้ดูแลสุขภาพใส่หน้ากากอนามัย มีห้องลดฝุ่น ห้องปลอดฝุ่น ให้บริการหลายจุดก็ขอให้ไปใช้บริการได้ แม้ว่าฝุ่น PM2.5 จะสูงแต่ทีมเชียงใหม่และคนเชียงใหม่เราจะสู้ไปด้วยกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เพจ “อาสาไฟป่าเชียงใหม่ -ภาคประชาชน” โพสต์ข้อความระบุว่า “ไฟที่ 14 ไฟไหม้พื้นที่ดอยสุเทพ
โชคดีที่ลุกลามไม่มาก แต่เป็นสัญญาณเตือนให้ต้องระวังพื้นที่ดอยสุเทพให้เข้มข้นขึ้น
หลังจากดับไฟ เป็นตัวแทนมอบของให้ชุดเคลื่อนที่เร็วไฟป่าภูพิงค์ ทีมห้วยตึงเฒ่าเพื่อเป็นกำลังใจในการทำงานครับ”
นอกจากนี้ทางเพจ ยังโพสต์ว่า “ขอรับสมัครอาสาสมัคร 2-3 ท่าน ไม่จำกัดเพศไม่จำกัดวัยใกล้สนาม 700 ปี ช่วยแยกประเภทของ ยา เสบียง ให้เจ้าหน้าที่ดับไฟป่า
14.00 เป็นต้นไปครับ”



