หน้าแรก ภูมิภาค ใจอ่อนเป็นเหต...

ใจอ่อนเป็นเหตุ อดีตนักกีฬาคนพิการทีมชาติ นั่งวีลแชร์ชูป้ายทวงเงินเพื่อน ยืม 2.3 แสนแล้วหาย

15.03.24 | 18:48 น.

อดีตนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติ เฟสปิกเกมส์ ปี 2542 สุดช้ำ ลาออกจากงานที่โรงแรมดังเมืองขอนแก่นได้รับเงินปันผลสหกรณ์มา 5 แสน หวังเป็นทุนตั้งตัว ถูก 4 เพื่อนร่วมงานที่สนิทกันตามยืมจนใจอ่อน ให้เงินยืมไปรวมกว่า 2.2 แสนบาท ผ่านมานาน 2 ปีแต่ไม่ยอมคืนให้ จนต้องปั่นรถวีลแชร์มาชูป้ายขอความเห็นใจหน้าโรงแรม

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ลานด้านหน้าโรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด เขตเทศบาลนครขอนแก่น มีชายรายหนึ่งนั่งรถวีลแชร์ พร้อมชูป้ายสีแดงขนาดใหญ่ ข้อความระบุว่า “ขอความเป็นธรรม เพื่อนยืมเงินไป บางคนหลักแสน บางคนหลักหมื่น แต่ไม่ทำตามข้อตกลง” ทำให้เป็นที่สงสัยสำหรับผู้ที่เดินทางผ่านไปมา

เมื่อสอบถามทราบว่าชายดังกล่าวคือ นายอานนท์วัฒน์ คุ้มถนอม อายุ 52 ปี ชาว ต หนองกุงเซิน อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น อดีตนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติ เฟสปิกเกมส์ (มหกรรมกีฬาคนพิการนานาชาติ) ปี 2542 ซึ่งนายอานนท์เล่าให้ฟังว่า สาเหตุที่ต้องนำป้ายมาชูขอความเป็นธรรมเนื่องจากเพื่อนที่เคยทำงานด้วยกันภายในโรงแรมแห่งนี้ จำนวน 4 คน ยืมเงินจากตนไปลงทุนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ไม่คืนเงินให้ รวมมูลค่ากว่า 220,000 บาท จึงเดินทางมาจากหอพักพร้อมกับป้ายมาชูทวงเงิน ซึ่งทำติดต่อกันมาแล้ว 3 วันแล้ว หวังว่าเพื่อนที่ยืมเงินไปจะเห็นใจตนเองและนำมาคืน

นายอานนท์วัฒน์เล่าว่า ก่อนหน้านี้ทำงานภายในโรงแรมพูลแมน ก่อนจะลาออกมาได้ประมาณ 2 ปีแล้วได้รับเงิน ซึ่งเป็นเงินปันผลสหกรณ์จากบริษัท จำนวน 500,000 บาท จากนั้นได้มีอดีตเพื่อนร่วมงานรายหนึ่งเป็นหญิง เดินทางมาขอยืมเงินตนที่ห้องพัก ตอนแรกก็ไม่ให้ พอบ่อยครั้งเลยใจอ่อน และคิดว่าพอออกจากงานมาก็จะยังคงมีรายได้ เพราะเพื่อนตกลงว่าจะจ่ายดอกเบี้ยให้ทุกเดือน แต่ตอนหลังมาไม่ยอมจ่าย

Advertisement

นายอานนท์วัฒน์กล่าวว่า เงินที่หญิงรายนี้ยืมไปเป็นเงินทั้งสิ้น 120,000 บาท ได้กลับคืนมาแล้ว 37,600 บาท แต่หลังจากนั้นก็หายเงียบไป ติดต่อไม่ได้ทุกช่องทาง ตนไม่รู้จะทำยังไงจึงนำป้ายมานั่งชูขอความเป็นธรรม เผื่อเพื่อนจะมองเห็นข้อความแล้วนำเงินมาคืนให้

“เพื่อนที่ยืมเงินไปมีทั้งหมดมี 4 คน เป็นเพื่อนร่วมงานเก่าทั้งหมด คนแรกยืมไป 120,000 บาท คนที่สอง 40,000 บาท คนที่สาม 40,000 บาท และคนสุดท้าย 30,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 230,000 บาท หนึ่งในนี้มี 2 คนที่ติดต่อไม่ได้เลย ซึ่งถูกยืมเงินไปตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 ตอนนี้อยากวิงวอนให้เพื่อนที่ยืมเงินไปทุกคนนำเงินมาคืนด้วย เพราะผมต้องการกลับบ้านไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ที่บ้านเกิด อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น เพราะแม่อายุ 90 ปีแล้ว” นายอานนท์วัฒน์ระบุ

นายอานนท์วัฒน์กล่าวอีกว่า วันนี้เป็นวันที่ 3 แล้วที่ออกมาชูป้ายทวงเงินเพื่อน หวังว่าจะได้เงินคืน เพราะทุกวันนี้ตั้งแต่ออกจากงานมาต้องอยู่ด้วยความยากลำบาก เงินที่เหลือก็ต้องใช้จ่ายในการรักษากายภาพบำบัดตัวเอง สัปดาห์ละ 500 บาท ค่าหอพักก็ต้องจ่าย เงินที่เก็บไว้ตั้งแต่เป็นนักกีฬาเฟสปิกเกมส์ตอนนี้ก็หมดไปเรื่อย ซึ่งตนจะออกมาถือป้ายทวงเงินอย่างนี้จนกว่าเพื่อนจะคืนเงินให้