ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช-ผู้การ ตร. สั่ง จนท.ปูพรมค้นหา ‘น้องน้ำ’ หนูน้อย 10 ขวบ ถูกพ่อทาสยา บุกร.ร.พาตัวหนีหาย แม่ใจจะขาด หวั่นไม่ปลอดภัย เผยเจอทารุณสารพัด
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาว ก. (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี บ้านอยู่ ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้ร้องเรียนขอความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน หลัง ด.ญ.น้ำ อายุ 10 ขวบ บุตรสาว นักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งที่หมู่ 1 ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ถูกนายสันติ (ขอสงวนนามสกุล) อดีตสามีอายุ 33 ปี บิดาเป็นผู้ป่วยจิตเวช บุกเข้าไปบังคับข่มขู่พา ด.ญ.น้ำ บุตรสาวออกจากโรงเรียน เมื่อเวลา 13.00 น. เมื่อวานนี้ (15 มี.ค.) ซึ่งเป็นวันสอบปลายภาควันสุดท้าย จนถึงเวลานี้ยังหาไม่เจอ จึงมาร้องขอความช่วยเหลือทางสื่อโซเชียล
นางสาว ก. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้แจ้งประสานครูคุมสอบ ครูประจำชั้น ของโรงเรียนไว้แล้ว ทุกคนก็รับรู้รับทราบถึงปัญหาเป็นอย่างดี แต่คุณครูอ้างว่านายสันติเข้าไปบังคับข่มขู่พา ด.ญ.น้ำ ออกไปจากโรงเรียน ในช่วงที่ไม่มีครูอยู่ในห้องพอดี ซึ่งตนเกรงว่า ด.ญ.น้ำจะถูกพ่อทำร้ายบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ชะเมา และนำลังติดตามไปที่บ้านของนายสันติ พ่อน้องน้ำ ซึ่งอาศัยอยู่กับพี่สาวซึ่งเป็นป้าของน้องน้ำ พบตัวนายสันติ แต่ไม่พบตัว ด.ญ.น้ำ

เมื่อนายสันติเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็วิ่งหลบหนีหายไปอย่างรวดเร็ว จนถึงขณะนี้ทางตำรวจยังไม่สามารถติดตามตัว ด.ญ.น้ำ หรือน้องน้ำ บุตรสาวกลับคืนมาได้ และยังไม่รู้น้องน้ำจะเป็นตายร้ายดีประการใด
ตนมีแฟนตั้งแต่เรียน ม.3 อายุ 14 ปี จนต้องออกจากโรงเรียนไปอยู่กินกับนายสันติ โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันแต่อย่างใด ก่อนหน้านี้นายสันติ สามีมีอาชีพรับจ้างงานตกแต่งบัวบ้าน หลังจากมีบุตรคนแรกคือน้องน้ำ สามีก็เริ่มดื่มน้ำต้มพืชกระท่อม เสพยาบ้า ยาไอซ์ จนตนคลอดลูกคนที่ 2 เป็นผู้หญิงซึ่งในปัจจุบันอายุ 5 ขวบ
พบว่านายสันติ สามีเริ่มมีอาการพูดจากวกไปวนมาไม่ค่อยรู้เรื่อง และอาการทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ คลุ้มคลั่งอาละวาดทุบตีทำร้ายร่างกายตนและลูกอย่างโหดร้ายทารุณเป็นประจำ และยังบังคับข่มขู่ ข่มขืนตนแบบวิตถาร ต่อหน้าลูกทั้งกลางวันและกลางคืน
จนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตนทนต่อไปไม่ไหวได้หอบหิ้วพาลูก 2 คน หลบหนีกลับมาขออาศัยอยู่กับแม่ที่ ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และประกาศแยกทางเลิกรากับนายสันติ โดยเด็ดขาดตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563 พร้อมมีลูกติดในท้องอีก 1 คน

“ในช่วงที่น้องน้ำ ลูกคนโต เรียนอยู่ชั้น ป.4 เทอมแรกที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายสันติ มีได้แอบมาแจ้งขอย้ายน้องน้ำ ออกจากโรงเรียน โดยทางโรงเรียนไม่ได้แจ้งให้ตนทราบแม้แต่น้อย
และทราบว่านายสันติ ได้พาน้องน้ำ บุตรสาวไปสมัครเรียนต่อชั้น ป.4 เทอมปลายที่โรงเรียนนี้ แต่ทราบว่านายสันติไม่ยอมให้น้องน้ำไปโรงเรียน และทราบจากญาติ ๆ ว่านายสันติ ได้บังคับ ข่มขู่ใช้ให้น้องน้ำทำงานทุกอย่าง และยังทำร้ายน้องน้ำต่อเนื่อง จนได้รับบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ
น้องน้ำมีสภาพร่างกายและจิตใจย่ำแย่มาก ๆ ตนจึงได้ไปแจ้งความกับตำรวจ และนำไปสู่การยื่นร้องต่อศาลเด็กเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครศรีธรรมราช จนศาลมีหมายนัดนายสันติ อดีตสามีมาพบเพื่อไล่เกลี่ยที่ศาลเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2567 ที่ผ่านมา
แต่นายสันติ ไม่ยอมเดินทางมาไกล่เกลี่ย ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ตนไม่สามารถเอาบุตรคืนมาเลี้ยงดูด้วยตนเองตามสิทธิของของตนในฐานะแม่บังเกิดเกล้า โดยตนได้ยื่นคำร้องต่อศาล มีความประสงค์ที่จะฟ้องเรียกบุตรคืนจากนายสันติ อดีตสามี ซึ่งปัจจุบันตนไม่ได้ประกอบอาชีพใด ไม่มีรายได้ใด ไม่สามารถจัดหาทนายความมาฟ้องร้องดำเนินคดีให้ได้ จึงขอศาลได้โปรดพิจารณามีคำสั่งแต่งตั้งทนายความให้กับตนตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ขอศาลได้โปรดพิจารณาอนุญาตด้วย ในขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามกระบวนการศาล
ผู้สื่อข่าวรายงานภายหลังนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และ พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยในสังกัดออกตรวจสอบในพื้นที่อย่างเร่งด่วน


