รวบ 2 วัยรุ่น ยิงคู่อริหน้าเวทีหมอลำ สารภาพบาดหมางกันมาก่อน ตำรวจตั้งข้อหาหนักทั้งคู่
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีเกิดเหตุ วัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงกันเสียชีวิตหน้าเวทีหมอลำ โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเวลา 01.00 น. วันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา ที่บริเวณหน้าเวทีหมอลำ ในงานบุญบ้านบุเสมา ต.หนองแจ้งใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา พบวัยรุ่นชายอายุ 18 ปี ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่บริเวณหน้าอก นอนเสียชีวิต และอีกรายเป็นชายอายุ 36 ปี ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันมาก่อน ก่อนที่วัยรุ่นอีกกลุ่มจะใช้อาวุธปืนยิงใส่เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปในช่วงชุลมุน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด วันนี้ (17 มีนาคม) พ.ต.อ.รณรงค์ สุรทศ ผกก.สภ.บัวใหญ่ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุทาง สภ.บัวใหญ่ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่สืบสวน จนกระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นวัยรุ่นในพื้นที่ อ.บัวใหญ่ แต่คนละหมู่บ้านกัน ซึ่งไม่ถูกกัน โดยมีผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนทั้งหมด 2 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการไล่ล่ากดดันอย่างหนัก จนกระทั่งเวลา 06.00 น. วันที่ 17 มี.ค. ได้รู้ว่าผู้ก่อเหตุรายแรก ที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิต ได้ไปหลบซ่อนอยู่ในห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่บ้านหันเก่า ต.บัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา

จึงได้ทำการปิดล้อมจนกระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ เป็นวัยรุ่นอายุ 19 ปี พร้อมกับได้พาไปค้นหาอาวุธของกลาง ซึ่งเป็นปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ ได้นำไปฝังดินไว้ข้างๆ หอพัก โดยสารภาพว่าก่อนเกิดเหตุได้ทะเลาะวิวาทกันกับผู้เสียชีวิต ก่อนที่จะใช้อาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ ยิงเข้าไปที่กลางหน้าอก จนคู่กรณีเสียชีวิตคาที่
ส่วนผู้ก่อเหตุอีกราย ที่ยิงคนได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นชายอายุ 30 ปี ได้หนีไปหลบซ่อนอยู่ในบ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ อ.โชคชัย เจ้าหน้าที่ตำรวจไปรวบตัวมาได้ช่วงเวลา 06.30 น. ให้การสารภาพลักษณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัววัยรุ่นผู้ก่อเหตุทั้งคู่ มาที่ สภ.บัวใหญ่ เพื่อทำการสอบสวนอีกครั้ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาวัยรุ่นทั้งคู่ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนเข้าไปในเมืองหรือหมู่บ้าน โดยวัยรุ่นรายแรก เพิ่มข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนรายที่สองเพิ่มข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ซึ่งจะได้ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

