คู่เขย ชวนกันตีผึ้งหลวง ถูกไล่รุมต่อย วิ่งโดดลงน้ำหนีตาย รอด 1 จมดับ 1
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 มีนาคม เวลาประมาณ 16.30 น.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากอดีตผู้ใหญ่บ้านน้ำลัด ต.ทรายทอง อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ว่ามีคนในหมู่บ้านถูกผึ้งหลวงต่อยได้รับบาดเจ็บ 1 เสียชีวิต 1 เมื่อเดินทางถึงบริเวณที่เกิดเหตุคันคูหนองน้ำสาธารณะอยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านน้ำลัด ห่างจากหมู่บ้านร่วม 1 กม.
พ.ต.ต.พิเชฐพงศ์ ราชบัวโคตร พงส.เวร สภ.ศรีบุญเรือง แพทย์เวร ร.พ.ศรีบุญเรือง และกู้ภัยมังกรศรีบุญเรือง พร้อมชาวบ้านที่ทราบข่าวมามุงดูร่างของผู้เสียชีวิตคือ นายสายันต์ อายุ 56 ปี อยู่บ้านหลังหนึ่งใน ต.ทรายทอง อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู
จากการตรวจของแพทย์เวรพบว่า ตามร่างกายของผู้เสียชีวิต ตามตัวมีจุดเป็นรอยผึ้งหลวงต่อยเป็นจุดตุ่มแดงตามลำตัวทั้งด้านหน้าและหลังกว่า 10 จุด ไม่มีร่องรอยการต่อสู้กับใคร
และจากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์และกู้ภัยมังกรที่นำร่างของนายสายันต์ขึ้นมาจากคลองน้ำ ทราบว่าเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ผู้ตายกับนายนิคม บุญจันทร์ ญาติ ซึ่งเป็นคู่เขยกัน อีกคนที่ชาวบ้านนำส่งไปรักษาตัวที่คลินิกใกล้บ้าน เล่าว่าทั้ง 2 คนได้พากันไปเอาผึ้งหลวงซึ่งทำรังอยู่ในป่าข้างหมู่บ้านและห่างจากจุดที่คันคูน้ำประมาณ 150 เมตร

คาดว่าทั้ง 2 คนคงโดนฝูงผึ้งหลวงไล่ตอยจึงพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด และโดยธรรมชาติหากโดนผึ้งไล่ต่อย ทางรอดมีทางเดียวคือกระโดดลงน้ำและมุดน้ำเอาตัวรอดสักระยะ จากนั้นฝูงผึ้งก็จะบินหนี คาดว่าผู้ตายหลังกระโดดลงน้ำ อาจจะเหนื่อยจากการวิ่งหนีเพราะระยะทางร่วม 200 เมตร เสร็จแล้วกระโดดลงน้ำ กอปรกับพิษของผึ้งหลวงที่รุมต่อยอาจะหมดสติและจมน้ำในเวลาต่อมาก่อนที่คู่เขยจะตามหา และมาพบร่างของผู้เสียชีวิตจมน้ำ จากนั้นชาวบ้านจึงนำร่างขึ้นมาบนคูคลองรอเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์เวรมาชันสูตรเหตุเสียชีวิต
ห่างจากจุดที่นายสายันต์ อดทน เสียชีวิต ประมาณ 100 เมตร ผู้สื่อข่าวได้พบกับ คุณตาเพิ่ม ท้าวพา อายุ 79 ปี ชาวบ้านน้ำลัดที่กำลังเตรียมหว่านข้าวนาปรังอยู่ใกล้บริเวณจุดที่ผึ้งหลวงทำรังและจุดที่ผู้เสียชีวิตกระโดดลงน้ำจนเสียชีวิต โชคดีที่ฝูงผึ้งหลวงไม่ได้หลงเข้ามาไล่ต่อยตนเอง
โดยคุณตาเพิ่ม ท้าวพา เล่าว่า ขณะที่ตนเองกำลังเตรียมพื้นที่นาจะหว่านข้าวอยู่นั้น เห็นนายสายันต์ร้องโวยวายแล้ววิ่งหนีไปตามคันคูนา เห็นผึ้งเป็นฝูงบินตามไป ไม่นานได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของผู้เสียชีวิตวิ่งไปและร้องไปด้วย พร้อมเอาหมวกไล่ผึ้งไปตามคันนาจนไปถึงคลองน้ำสาธารณะของหมู่บ้าน จากนั้นตนเองก็ไม่ได้เอะใจอะไรจนคู่เขยมาถามตนว่าเห็นนายสายันต์วิ่งไปทางไหน ตนเองก็บอกคู่เขยของผู้เสียชีวิต และไปพบร่างของผู้เสียชีวิตในคลองน้ำ จึงร้องให้ชาวบ้านมาช่วยเหลือ ขณะที่คู่เขยได้วิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อบอกญาติๆ เพื่อนบ้านให้ทราบ

คุณตาเพิ่ม เล่าเพิ่มเติมว่า จุดบริเวณที่ผึ้งหลวงทำรังอยู่ เป็นดอนป่าหนาทึบพอสมควรและมีคนเล่าขานว่าบริเวณแถวนี้จะมีสิ่งลี้ลับอยู่ ตามความเชื่อของชาวบ้าน ส่วนสาเหตุก่อนหน้าที่ทั้งคู่จะไปเอาผึ้งหลวง มีสิ่งผิดปกติหรือไม่ตนเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะยังไม่ได้คุยกับผู้รอดชีวิต
หลังจากนั้น ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสอบถามที่ไปที่มาของการเกิดเหตุดังกล่าวกับ นายนิคม อายุ 47 ปี คู่เขยที่บ้านพักภายในหมู่บ้านน้ำลัด ขณะที่เพิ่งกลับมาจากไปพบหมอที่คลินิกใกล้บ้าน และเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ นายสายันต์ ซึ่งเป็นคู่เขยกันได้มาชวนตนเองไปเอาผึ้งหลวงในป่าท้ายหมู่บ้านซึ่งพบเห็นไว้นานแล้ว กลัวว่าจะมีคนมาเอาไปก่อน ว่ารีบไปจะได้ทำธุระที่อื่น จากนั้นเองก็พร้อมคู่เขยก็ได้เตรียมเอาชุดเชื้อเพลิงไปด้วย
เมื่อไปถึงพบผึ้งหลวงห้อยอยู่กิ่งไม้ต้นจามจุรีหรือฉำฉา ขนาดใหญ่ รังผึ้งหลวงห้อยกิ่งไม้ลงมาประมาณ 1 ช่วงแขนโดย ตนเองได้เตรียมไม้เชื้อเพลิงและปีนขึ้นต้นจามจุรีได้ประมาณ 5 เมตร ตนเองก็สังเกตเห็นฝูงผึ้งหลวงนิ่งผิดธรรมชาติ เพราะปกติที่ตนเองเคยไปเอาผึ้งมามากกว่าร้อยครั้ง ตั้งแต่จบ ป.6 จนอายุ 47 ปี เวลาขึ้นไปจะตีเอาผึ้ง ฝูงผึ้งจะมีการรวมตัวเคลื่อนไหวเหมือนรู้ว่าจะมีศัตรูเข้ามาจู่โจม แต่วันนี้ตนเองมองขึ้นไปบนรังผึ้งนิ่งไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ตนเองจึงบอกคู่เขยให้ขยับออกไปไกลๆ เตรียมหาที่หลบภัยด้วย
ขณะที่ตนเองกำลังจะจุดไฟให้เกิดควัน ทันใดนั้นฝูงผึ้งหลวงได้ตกลงมาใส่ตนเป็นก้อน ตนเองก็เลยปีนลงต้นไม้และวิ่งหนีเอาตัวรอด พร้อมทั้งถอดเสื้อให้ผึ้งต่อยแล้ววิ่งไปหาแหล่งน้ำธรรมชาติ มุดน้ำ หลบ และโผล่ขึ้นก็ยังเห็นฝูงผึ้งอยู่ ประมาณ 10 นาที ท่ามกลางฝูงผึ้งหลวงไล่ตามตนเองเป็นฝูงดำทะมึน นาทีนั้นว่า ตนดำน้ำเพื่อไม่ให้ผึ้งต่อย แต่ผึ้งหลวงยังไม่เลิกรา บินวนอยู่เหนือน้ำเหมือนจะแค้นกันมานาน ตนเองจึงผลุบๆ โผล่ๆ นานพอสมควร ผึ้งจึงบินกลับไป

จากนั้นก็โผล่ขึ้นมาในขณะที่ฝูงผึ้งหลวงได้หนีไปแล้ว ตนเองก็เลยตามหาคู่เขย และไปถามคุณตาเพิ่มที่อยู่ใกล้ๆ ที่พวกตนเองไปเอาผึ้งหลวง จนไปพบว่าคู่เขยเห็นหัวโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำในคลองขณะที่ลงไปพบว่าร่างของคู่เขยหมดสติ ตนเองจึงเรียกชาวบ้านที่อยู่ใกล้มานำร่างของคู่เขยขึ้นมาบนคันคูน้ำ
ช่วยปั๊มหัวใจในขณะที่ตนเองก็โดนฝูงผึ้งหลวงไล่ต่อยจนจะทนต่อความเจ็บปวดไม่ไหว จึงวิ่งเข้าไปในหมู่บ้าน และให้แฟนพาไปพบหมอ โดยหมอที่คลินิกได้ฉีดยาให้กับตน 2 เข็มก่อนที่จะมานอนพักผ่อนที่บ้าน ขณะนี้ก็ยังมีการเจ็บปวดตามร่างกายที่มีรอยแผลผึ้งต่อย จากที่นับได้ตามลำตัวกว่า 40 แห่ง
นอกจากนั้น นายนิคมยังบอกว่า จริงๆ แล้วตนเองก็เคยมีประสบการณ์ในการหาน้ำผึ้งมาตั้งแต่เรียนอยู่ในชั้นประถมศึกษา เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ก็ไม่เคยพบเหตุการณ์อย่างนี้ ตนเองก็ไม่ได้ประมาทและไม่มีคาถาอาคมอะไร เมื่อพบว่ามีรังผึ้งอยู่ตรงไหน ตนเองก็ไม้ได้เตรียมเครื่องป้องกันตัวอะไร แม้แต่วันนี้ตนเองก็สวมใส่เสื้อผ้าปกติ เป็นกางเกงขายาว เสื้อแขนสั้น ไม่ได้สวมหมวก และเครื่องป้องกันอะไร ก็มีแค่อุปกรณ์คือเชื้อเพลิงและมีดสำหรับตัดกิ่งไม้ของรวงผึ้งเท่านั้นเอง ซึ่งไปเอาน้ำผึ้งมาก็จะเอามาไว้กินไม่ได้เอาไปขาย ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ก็คงเป็นบทเรียนในชีวิตจริงและบอกว่าจะเลิกอาชีพนี้เสียที จะไม่ไปทำแบบนี้อีกแล้ว คงจะเลิกกับการที่จะไปตีผึ้งตลอดไป


