พลทหาร ดิ่งตึกในค่ายสาหัส หลังส่งไลน์ขอญาติช่วย ถูกกดขี่-กลัวจนตัวสั่น แม่ไม่เชื่อลูกโดดเอง
จากกรณีที่มีเพจอีซ้อขยี้ข่าว ได้โพสต์ข้อความ “หนุ่มคนหนึ่งได้ส่งข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์หาญาติเพื่อขอความช่วยเหลือ หลังถูกรุ่นพี่ในค่ายทหารกดขี่ ข่มเหงอย่างหนัก จนต้องคิดสั้นกระโดดตึก อาการล่าสุดอยู่ ICU ใช้เครื่องปั๊มหัวใจ เหตุเกิดวันนี้ : ปราจีนบุรี” โดยภายในรูปภาพเป็นข้อความแชตของหนุ่มรายดังกล่าว ที่ส่งข้อความไประบายความในใจกับเพื่อน ก่อนก่อเหตุดิ่งตึกภายในค่ายทหาร เบื้องต้นได้รับรายงานว่าหนุ่มรายนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัสและนอนพักรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 22 มีนาคม ทาง พลทหารเต้ย ยังคงนอนพักรักษาตัวอยู่ภายในห้อง ICU ของโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีแม่เดินทางมาเฝ้าดูอาการที่โรงพยาบาล อย่างใกล้ชิด
เบื้องต้นจากการสอบถาม น้องสาวพลทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ได้กล่าวกับทางผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า ตอนแรกตนอยู่หน้าบ้าน แล้วมีคนโทรศัพท์เข้ามาหาพ่อกับแม่ประมาณเกือบ 21.00 น. ว่าพี่ชายกระโดดลงมา แต่ว่าพอไปถึงเขาบอกว่ากระโดดตั้งแต่ 6 โมงแต่ว่าเพิ่งโทรมาบอก ทางครอบครัวจึงไม่รู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
ซึ่งตามที่เขาพิมพ์มาหาหนู ก็ช่วงบ่าย 3 ถึง 5 โมงที่บอกว่า “ช่วยพี่ด้วย”
“มีเพื่อนบางคนพูดว่า พี่หนูมีปัญหาครอบครัว มีปัญหาเรื่องเงิน และมีคนบอกว่าเขาไปยืมเงินรุ่นพี่หรือเปล่า มันไม่มีนะ วันนั้นเพื่อนเขาที่อยู่โรงพยาบาลเมื่อคืน หนูก็ถามว่า พี่หนูไปยืมเงินใคร เขาก็บอกว่าไม่มีนะ เพราะว่าตอนไปกวาดลาน ยังเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวพี่อยู่เลยจะไปยืมเงินคนอื่นทำไม ถ้ามันไม่มีเงินมันจะเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวพี่ทำไม หนูก็ซัพพอร์ตกันตลอด ทำให้หนูไม่คิดว่าพี่จะเป็นคนกระโดดลงมาเอง” น้องสาวของพลทหารผู้ได้รับบาดเจ็บ กล่าวและว่า
พี่ชายเป็นคนร่าเริง เมื่อครั้งกลับมาพักที่บ้านเมื่อเดือนที่ผ่านมา ก็ยังมีนิสัยปกติ ออกไปเตะบอลกับกลุ่มเพื่อนที่สนิทกันที่สนามฟุตบอลกลางหมู่บ้าน เบื้องต้นมีทางหน่วยงานของพี่ชายเข้ามาพูดคุยกับแม่ของตนที่โรงพยาบาลซึ่งตนไม่ทราบว่าเขาคุยกันเรื่องอะไรตนหวังเพียงแค่ว่าอยากให้พี่ชายหายปกติกลับมาเหมือนเดิมแค่นั้น
ทางด้าน นางติ๋ม อายุ 46 ปี มารดาของพลทหาร เล่าว่า ได้รับแจ้งว่าลูกตนโดดจากอาคารลงมาตอน 18.00 น. แต่ได้รับสายแจ้งจากทางจ่าโทรมาบอกตอน 21.00 น. เดินทางมาถึงที่โรงพยาบาลตอนประมาณ 22.00 น. ก็ไม่สามารถที่จะเข้าเยี่ยมได้แล้ว เพราะทางลูกของตนมีอาการที่หนักมีเลือดออกกะโหลกเปิด เลือดออกบริเวณศีรษะ มีเลือดออกตลอดเวลา ตอนนี้ทางโรงพยาบาลได้ให้เลือด โดยมีอาการ 50:50
ซึ่งก่อนที่ทางลูกชายของตนจะโดดนั้นมีการได้พูดคุยกับทางลูกสาว แต่ไม่ได้คุยกับตน โดยบอกกับทางลูกสาวว่าลูกชายถูกรุ่นพี่กด ซึ่งทางลูกสาวก็ถามกลับทางลูกชายว่าโดนกดเรื่องอะไรทำไมไม่แจ้งจ่า ทางลูกชายก็ตอบกลับมาว่าแจ้งไม่ได้ พอเวลา 5 โมงเย็นทางพ่อก็โทรหาลูกชายแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้
ตอนนี้ทางผู้บังคับบัญชาได้ลงมาตรวจเยี่ยมลูกชายแล้ว และได้แจ้งว่าจะทำการย้ายโรงพยาบาล เพื่อทำการรักษา แต่ยังไม่ได้แจ้งว่าจะย้ายไปโรงพยาบาลไหน ส่วนตัวโทรศัพท์ของลูกชายนั้นตอนนี้ไม่สามารถที่จะเปิดได้เพราะติดล็อก ไม่ทราบรหัส
ส่วนเรื่องที่ลูกชายของตนโดดนั้นตนก็ยังคาใจอยู่ว่าโดดเพราะอะไรสาเหตุอะไร ก็ไม่สามารถรู้ได้เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ตอนนี้ก็ขอภาวนาเพียงอย่างเดียวว่าขอให้ลูกหายเป็นปกติกลับมา




