ลูกคาใจการตายของแม่ อยากรู้ใครจะรับผิดชอบ เผยพาแม่ไปรักษา 2 รพ.วิเคราะห์โรคคนละแบบ ถึงขั้นผ่าตัดลำไส้ แล้วส่งเข้าห้อง ICU สุดท้ายเสียชีวิต หมอมาแจ้งทีหลังว่าพบเชื้อมะเร็งตั้งแต่ปี 65 แล้วลุกลาม ญาติทุกคนงงหมอไม่แจ้งญาติให้ทราบ
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางจันทร์เพ็ญ อายุ 39 ปี ครูโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งใน อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ว่าอยากเป็นสื่อกลางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขระบบการทำงาน หลังแม่เสียชีวิตจากการผ่าตัดมะเร็งลำไส้
นางจันทร์เพ็ญเล่าว่า เมื่อประมาณต้นเดือน มี.ค. นางบุญหนา อายุ 58 ปี แม่ของตัวเองมีอาการปวดท้อง จึงพาไปรักษาที่โรงพยาบาล ใน อ.หนองหงส์ หมอบอกน่าจะเกิดจากยกของหนักทำให้ท้องเสีย จ่ายยาแก้ปวดและเกลือแร่ให้มากิน
ต่อมาเมื่อวันที่ 17 มี.ค.แม่มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง จึงพาไปพบหมอที่โรงพยาบาลใน อ.ลำปลายมาศ เพราะมีความพร้อมมากกว่าโรงพยาบาลใน อ.หนองหงส์
หมอโรงพยาบาลใน อ.ลำปลายมาศ วิเคราะห์ว่าเป็น “ลำไส้อุดตัน” จะต้องมีการผ่าตัด จากนั้นหมอมาแจ้งอีกครั้งว่ามี เนื้องอกในลำไส้ จึงยอมให้ผ่าตัดเพื่อทำการรักษา หมอใช้เวลาในการผ่าตัดกว่า 5 ชม.
หมอแจ้งอีกว่าได้ผ่าตัดลำไส้ใหญ่ออกไป 80 เปอร์เซ็นต์ หลังจากผ่าตัดหมอพาแม่เข้าห้อง ICU ทันที วันที่ 18 มี.ค. หมอที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน (รพ.สต.) โทรมาแจ้งว่าแม่เป็นมะเร็ง จะไปส่องกล้องด้วยกันไหม ส่วนตัวคิดว่าจะให้ไปส่องกล้องเพื่ออะไรเพราะแม่ผ่าตัดแล้ว
จนกระทั่งมาทราบจาก รพ.สต.ในพื้นที่ว่า ตรวจพบเชื้อมะเร็งในลำไส้ใหญ่ของแม่ตั้งแต่ปี 2565 ทางญาติตกใจว่าทำไมหมอไม่เคยแจ้งให้ญาติทราบ อีกมุมหนึ่งมองว่าทำไมโรงพยาบาลใน อ.ลำปลายมาศ ทำไมกล้าผ่าตัดเคสใหญ่ขนาดนี้ สุดท้ายแม่ต้องเสียชีวิตลง
หลังจากนั้นได้มีตัวแทนโรงพยาบาลออกมาคุยว่าไม่อยากจะให้ไปร้องเรียนหรือฟ้องร้อง เพราะจะทำให้โรงพยาบาลเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ทำไมไม่คิดถึงสภาพจิตใจของญาติ
จึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบว่าความผิดพลาดดังกล่าวตั้งแต่ตอนแรกมาจนถึงแม่เสียชีวิตเกิดจากอะไร เป็นการวิเคราะห์โรคผิด หรือขั้นตอนการดำเนินการไม่ถูกต้อง หรือเครื่องมือแพทย์ไม่เพียงพอ หรือให้แม่เป็นแค่หนูลองยาในการรักษา

