หน้าแรก ภูมิภาค สมใจแม่หรือยั...

สมใจแม่หรือยัง! โจ๋ 19 ลั่นทั้งน้ำตาหลังถูกจับคาเตียง เหตุตระเวนงัดตู้ซักผ้าอ้างทำประชดแม่

23.03.24 | 20:18 น.

รวบโจรทาสยาคาเตียงหลังตระเวนงัดตู้ซักผ้าหยอดเหรียญอ้างอยากถูกจับเพื่อประชดแม่ก่อนตะโกน “สมใจแม่ไหม๊”

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 23 มีนาคม พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี สืบทราบว่า โจรงัดตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ และร้านคาร์แคร์หยอดเหรีญ ในเขตอำเภอเมืองอุดรธานี หลบซ่อนอยู่ที่แมนชั่นภายซอยทองคำอุทิศ ถนนทหาร เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.บรรจง พาโคตร พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังจับกุมเข้าจับกุม นายก้อง อายุ 19 ปี ชาวบ้านศรีเชียงใหม่ ต.นาดี อ.เมือง จ.อุดรธานี ขณะนอนหลับอยู่ในห้อง ตรวจค้นพบยาบ้า 6 เม็ด ควบคุมตัวไปโรงพักทำการสอบสวน

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 มีนาคม  พ.ต.ท.บรรจง พาโคตร สว.สส. สภ.เมืองอุดรธานี ออกไปสืบสวนเหตุโจรงัดตู้แลกเงินร้านซักผ้าหยอดเหรียญ ตั้งอยู่ซอยวัดโพธิวราราม ถนนโพศรี ส่วนสาขา 2 อยู่ปากซอยสัมพันธ์ ถนนประจักษ์ เขตเทศบาลนครอุดรธานี มีนายวรรัตน์ อายุ 36 ปี เจ้าของร้านเป็นผู้เสียหาย มีภาพวงจรปิดภายในร้าน เป็นหลักฐาน โดยคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น อายุประมาณ 18-20 ปี เข้ามางัดตู้แลกเงิน และตู้ขายน้ำยาซักผ้า ได้เงิน 60 บาท แต่ตู้หยอดเหรียญเสียหายทั้ง 2 สาขา คิดเป็นเงิน 40,000 บาท และที่ร้านบริการล้างรถหยอดเหรียญ ตั้งอยู่ริมถนนบ้านเลื่อม ต.บ้านเลื่อม ได้เงินไป 2,000-3,000 บาท แต่ตู้หยอดเหรียญเสียหาย 40,000 บาท คนร้ายก่อเหตุเป็นคนเดียวกัน

จากการสอบสวนนายสหรัฐ ให้การรับสารภาพว่า ทั้งน้ำตาว่า ตนไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่ได้ทำงาน อยู่กับแม่และพ่อเลี้ยง เคยถูกจับข้อหาลักทรัพย์ ติดสถานพินิจ 2 ปี พ้นโทษออกมาก็อยู่บ้าน แม่หาว่าตนบ้า ทำให้ตนน้อยใจ และไปเสพยาบ้า อาละวาดแม่และพ่อเลี้ยงประจำ จนแม่แจ้งตำรวจมาจับตน ทำให้ตนน้อยใจแม่ จึงหนีออกจากบ้านมาเช่าแมนชั่นอยู่กับเพื่อน และได้ก่อเหตุงัดร้านซักผ้าหยอดเหรียญจริง

โดยก่อนหน้านี้ วันที่ 15 มีนาคม ตนไปงัดร้านคาร์แคร์หยอดเหรียญ ได้เงิน 2000-3000 บาท นำไปซื้อยาบ้าเสพ พอเงินหมดก็ไปก่อเหตุอีกโดยไม่ปิดบังใบหน้า เพื่อให้ตำรวจตามจับ ที่ทำลงไปทั้งหมดเพราะ ต้องการประชดแม่ แม่เรียกตำรวจและนักข่าวมาจับ จะได้สมใจแม่ที่อยากให้ตนโดนตำรวจจับ ก่อนจะตะโกนบอกแม่ว่า “สมใจแม่ไหม๊”

Advertisement

พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ คนร้ายงัดร้านตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ และร้านคาร์แคร์หยอดเหรียญ คนร้ายได้เงินไปไม่มาก แต่ตู้หยอดเหรียญเสียหายมาก คนร้ายไม่มีจิตสำนึก ทำไปเพื่อหาเงินไปซื้อยาเสพ และฝากถึงร้านค้าควรจะติดกล้องวงจรปิด เพื่อจะได้เป็นหลักฐานในการหาเบาะแสและติดตามหาจับกุมคนร้าย และถ้าไม่รู้ว่าจะติดกล้องวงจรปิดมุมใดที่จะเป็นประโยชน์ ให้มาปรึกษาตำรวจสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้ตลอดเวลา ส่วนนายสหรัฐ เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา “เสพและครอบครองยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” และจะได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย จ่อไป

นายวรรัตน์ อายุ 36 ปี เจ้าของร้าน ร้านซักผ้าหยอดเหรียญ Mr.Laundorii ทั้งสองสาขา เล่าว่า หลังตำรวจจับคนร้ายได้แล้ว ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้น นอนหลับเต็มอิ่มได้แล้ว และขอขอบคุณตำรวจสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี คนร้ายได้เงินไปไม่มาก แต่ตู้หยอดเหรียญเสียหายราคาตู้ละ 20000 บาท รวม 2 ร้านเป็น 40000 บาท พอไปถามคนร้ายว่าสาเหตุที่ทำเพราะ อยากพบแม่ เรียกร้องความสนใจ อ้างว่าแม่ไม่รัก ตนรู้สึกว่าไม่สมเหตุสมผล ขณะก่อเหตุก็หันหน้ามาหากล้องวงจรปิด อยากให้เห็นหน้าชัดๆ คิดว่าคนร้ายติดยาบ้า หลังจากเกิดเหตุ ตนก็ตามดูในคอมเมนต์ จนพบข้อความคาดว่าจะเป็นเพื่อนคนร้าย ตนจึงทักไปและนัดพบกัน และพาไปดูบ้านคนร้าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถือว่าตำรวจเป็นผู้ตามจับกุม ส่วนการป้องกันเหตุ ก็คงได้แค่เก็บเงินกลับบ้านทุกวัน