สุดเศร้า! หมาเฝ้าร่างไม่ห่าง เจ้านายจบชีวิตตัวเองกลางทุ่งนา พ่อเผยลูกเป็นไบโพลาร์
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 25 มีนาคม ร.ต.อ.ยงยุทธ เสียมหงส์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนผูกคอเสียชีวิตโดยเหตุเกิดที่บริเวณทุ่งนาบ้านโพธา ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร จึงเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวรจากโรงพยาบาลป่าติ้วและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพชรเกษมยโสธร จุดป่าติ้ว
ที่เกิดเหตุพบศพของนางสาวอัจฉรา พิลา อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ 5 ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร สวมเสื้อลายลูกไม้และสวมกางเกงขาสั้นใช้เชือกไนลอนผูกคอตัวเองแขวนกับกิ่งไม้ที่อยู่กลางทุ่งนา ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร โดยมีสุนัขพันธุ์ไทยเพศผู้สีแดงนอนเฝ้าศพอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากสุนัขตัวดังกล่าวเป็นสุนัขที่ผู้ตายเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเล็ก นอกจากนี้ยังพบนายบุญมี พิลา อายุ 63 ปี พ่อของผู้ตาย เดินทางมาดูศพพร้อมเข้าไปพูดคุยกับศพลูกสาวเป็นภาษาอีสานว่า “มึงเห็นบ่อีน้อยๆ สิอยู่จังได๋ มึงคิดจังได๋ มึงเอ็ดกับข้าวให้กูกินตลอด กูมีมึงอยู่คนเดียว มึงจะให้กูอยู่กับไผ๋ต่อไป”
จากนั้นกู้ภัยจึงได้ช่วยกันตัดเชือกที่ผูกคอออกก่อนนำร่างของผู้ตายลงมาให้แพทย์เวรและเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอน จากการตรวจสอบเบื้องต้นตามร่างกายและบริเวณโดยรอบไม่พบร่องรอยของการต่อสู้หรือถูกทำร้ายแต่อย่างใดและคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าผู้ตายมีอาการเครียดส่วนตัวแล้วคิดสั้นผูกคอลาโลกดังกล่าว
สอบถามนายบุญมี พิลา อายุ 63 ปี พ่อของผู้ตายซึ่งได้เดินทางไปดูศพลูกสาวด้วยตนเองทราบว่าผู้ตายเคยมีสามีมาก่อนและมีลูกด้วยกัน 3 คน แต่ได้เลิกรากันไปนานแล้ว โดยผู้ตายได้นำลูกทั้ง 3 คน มาเลี้ยงดูและพักอาศัยอยู่กับตนที่บ้านพัก ปัจจุบันลูกชายคนโต อายุ 20 ปี ลูกสาวคนกลาง อายุ 17 ปี และลูกสาวคนเล็กอายุ 9 ปี ซึ่งผู้ตายมีอาการป่วยเป็นไบโพลาร์ และมีอาการเครียดอยู่บ่อยครั้ง ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาหลังจากที่ตนกับผู้ตายได้รับประทานอาหารเช้าร่วมกันแล้ว ผู้ตายได้ขอยืมโทรศัพท์มือถือของตนไปเล่นสักพักได้นำกลับมาคืน และตนจึงออกจากบ้านเพื่อไปหาปลา จนกระทั่งต่อมาได้มีเพื่อนบ้านนำวัวไปเลี้ยงที่ทุ่งนาจึงไปพบศพลูกสาวตนที่ผูกคอใต้ต้นไม้ จึงได้ไปตามให้ตนออกไปดูศพและไม่คาดคิดว่าผู้ตายจะคิดสั้นผูกคอลาโลกแบบนี้
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนแล้วสอบถามญาติไม่ติดใจสาเหตุของการเสียชีวิตในครั้งนี้ จึงได้มอบศพให้กับญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

