(20 ก.พ.59) นายสมศักดิ์ กุลวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 บ้านหนองแปน ต.นาดี อ.นาเยีย จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า บ้านหนองแปน มีพื้นที่ทางการเกษตรประมาณ 4,000 ไร่ซึ่งมีพื้นที่ 3 คุ้มประกอบด้วย คุ้มโนนสูง คุ้มโคกสนั่น คุ้มนาโพธิ์และคุ้มหนองแปนใน ที่ผ่านมาชาวบ้านประสบปัญหาเกษตรกรขาดแหล่งน้ำที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรได้ตลอดทั้งปี ทำให้พืชผลทางการเกษตรเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง อีกทั้งปีนี้ชาวบ้านต้องประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก ซึ่งมีผลกระทบต่อการเพาะปลูกและรายได้ ชาวบ้านในพื้นที่จึงได้ประชุมปรึกษาหารือร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนาดี ได้ทำหนังสือขอรับการสนับสนุนน้ำที่บำบัดแล้วจากขบวนการผลิตของบริษัทอุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด ซึ่งที่ตั้งของบริษัทอยู่ที่บ้านหนองแปน หมู่ที่9 ต.นาดี อ.นาเยีย จ.อุบลราชธานี ซึ่งต่อมาทางบริษัท ได้ตอบรับและยินดีให้การสนับสนุนชาวบ้านภายใต้โครงการกระจายน้ำเพื่อการเกษตร โดยขอให้ทางหมู่บ้านได้จัดประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากลุ่มผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ และผลการประชาคมชาวบ้านมีมติเป็นเอกฉันทร์เห็นชอบให้ขอรับการสนับสนุนจากทางบริษัทเพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรในพื้นที่เป็นอย่างมากและแก้ปัญหาภัยแล้งได้เป็นอย่างดี

นายสมศักดิ์ กุลวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหนองแปน กล่าวว่า หลังจากที่ชาวบ้านทำประชาคมและทำหนังสือขอรับการสนับสนุนขอรับน้ำจากขบวนการผลิตที่ผ่านระบบบำบัดแล้วของบริษัทอุบล ไบโอ เอทานอล ทางบริษัทได้ดำเนินการในระยะแรกตามโครงการกระจายน้ำเพื่อการเกษตร โดยวางท่อเพื่อส่งน้ำให้กับเกษตรคุ้มโนนสูง,คุ้มโคกสนั่น,คุ้มนาโพธิ์ โดยเกษตรกรที่จะได้รับน้ำ 41 ราย คิดเป็นพื้นที่จำนวน 786 ไร่ ไร่ละ 4 ลูกบาศก์เมตร/วัน รวม3,144 ลูกบาศก์เมตร/วัน สรุปปริมาณน้ำที่บริษัทอุบล ไบโอ เอทานอล จะเริ่มแจกจ่ายให้เกษตรกรจำนวนทั้งสิ้น 94,320 ลูกบาศก์เมตร/เดือน ซึ่งเป็นการวางท่อส่งน้ำระยะแรกและก็จะขยายต่อไปในอนาคต ซึ่งเรื่องดังกล่าวสร้างความดีใจให้กับพี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างมากที่จะได้มีน้ำในการทำการเกษตรตลอดปี แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่ของบริษัทอุบล ไบโอ เอทานอล ได้แจ้งให้ทราบว่าโครงการดังกล่าวถูกระงับโดยอุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจเป็นอย่างมากในเรื่องดังกล่าวซึ่งชาวบ้านมองว่าทางบริษัทได้เข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อให้มีน้ำใช้เพื่อการเกษตร โดยทางบริษัทไม่ได้ใช้เงินงบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด น่าจะเป็นเรื่องดี จึงอยากจะให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ดำเนินการทำเรื่องนี้ให้กระจ่างเพราะมีผลกระทบกับความรู้สึกของชาวบ้านเป็นอย่างมาก
ด้านนายเดชพนต์ เลิศสุวรรณโรจน์ ผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัทอุบล ไบโอ เอทานอล เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอล ก่อตั้งเมื่อปี 2551 ที่บ้านหนองแปน หมู่ที่ 9 ต.นาดี อ.นาเยีย จ.อุบลราชธานี โดยมีบริษัทในเครือทั้งสิ้น 4 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท อุบลเกษตรพลังงาน จำกัด ผลิตแป้งมันสำปะหลังสำเร็จรูปคุณภาพดีวันละ300 ตันแป้ง ,บริษัท อุบลไบโอก๊าซ จำกัด ผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียของโรงแป้งมันสำปะหลัง ผลิตก๊าซชีวภาพได้ 36,000 ลบ.ม./วัน และนำก๊าซชีวภาพมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าได้วันละ 1.9 เมกกะวัตต์ เพื่อใช้ภายในโรงงานและขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพื่อกระจายไฟให้แก่ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ,บริษัท อุบลไบโอเอทานอล จำกัด ซึ่งผลิตเอทานอลเกรดเชื้อเพลิง 99.5% และเกรดอุตสาหกรรม 95% มีกำลังการผลิต 400,000 ลิตร/วัน และบริษัท เอ็นพีไบโอ เอนเนอยี่ จำกัด ซึ่งจะเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายก๊าซชีวภาพป้อนเข้าสู่ตลาดในประเทศโดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเริ่มต้นดำเนินการยังไม่แล้วเสร็จ

นายเดชพนต์ กล่าวว่าโครงการกระจายน้ำเพื่อการเกษตรพื้นที่โครงการพื้นที่บ้านหนองแปน ต.นาดี อ.นาเยีย จ.อุบลราชธานี ซึ่งชาวบ้านได้มีหนังสือขอรับการสนับสนุนเพื่อกระจายน้ำ จากขบวนการผลิตที่ผ่านระบบบำบัดแล้วจากขบวนการผลิตของบริษัทเพื่อประโยชน์ด้านการเกษตรของกลุ่มเกษตรกร เนื่องจากเกษตรกรประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ทางบริษัทได้พิจารณาเห็นชอบในการดำเนินงาน เพื่อประโยชน์ของเกษตรกร ภายใต้นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม ในด้านการส่งเสริมการเกษตร และเห็นว่าโครงการกระจายน้ำดังกล่าว จะสร้างประโยชน์ด้านการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและแก้ไขปัญหาเรื่องภัยแล้งได้เป็นอย่างดีให้กับเกษตรกรในพื้นที่ทางบริษัทอุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด ได้ทำหนังสือหารือในเรื่องดังกล่าวไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรมและได้รับคำยืนยันว่าบริษัทสามารถดำเนินการในเรื่องดังกล่าวได้ ทางบริษัทจึงได้เริมดำเนินการวางท่อเพื่อส่งน้ำไปยังพื้นที่และได้เริ่มดำเนินการเกือบจะแล้วเสร็จแล้วแต่ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทางบริษัทได้รับหนังสือจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานีแจ้งให้ทราบว่า ให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ได้มาตรวจสอบพื้นที่ตามที่มีการร้องเรียนว่าทางบริษัทได้วางท่อน้ำทิ้งของโรงงานตามแนวหมู่บ้านและแปลงมันสำปะหลังของชาวบ้าน เพื่อเตรียมส่งน้ำทิ้งให้กับให้กับประชาชนตามแนวหมู่บ้าน หนังสือระบุอีกว่าซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535และเงื่อนไขการอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน

นายเดชพนต์ กล่าวเพิ่มเติมว่าก่อนที่จะมีการดำเนินโครงการดังกล่าวทางบริษัทได้ให้ฝ่ายกฎหมายได้ศึกษาข้อกฎหมายและพบว่ามีกรณีตัวอย่างของบริษัทหลายแห่งที่สามารถดำเนินการได้ จากนั้นก็แจ้งให้ผู้นำชุมชน ผู้นำหมู่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพร้อมชาวบ้านในพื้นที่ได้จัดทำประชาคมหมู่บ้าน ชี้แจงทำความเข้าใจในเรื่องของการกระจายน้ำจากขบวนการผลิตที่ผ่านระบบบำบัดแล้ว ไม่ใช่การวางท่อเพื่อจะปล่อยน้ำเสียทิ้งใส่ที่ของชาวบ้านแต่อย่างใด ซึ่งจากหนังสือสั่งการของอุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานีด้วยเหตุที่ว่าการวางท่อของบริษัท เพื่อเตรียมส่งน้ำทิ้งให้กับประชาชนตามแนวหมู่บ้าน จึงคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ทราบดี แต่อย่างไรก็ตามทางบริษัทก็จะชะลอการดำเนินการวางท่อไว้ก่อน และจะได้ทำเรื่องอุทธรณ์คำสั่งของอุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี ไปยังกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อพิจารณาต่อไป “ทางบริษัทได้จัดงบประมาณในเรื่องดังกล่าวเป็นเงินจำนวนมากในการวางท่อ ติดตั้งเครื่องส่งน้ำแรงดันสูง เพื่อต้องการช่วยเหลือเกษตรกรตามคำร้องขอ ซึ่งเป็นช่วยเหลือในเรื่องน้ำในการทำการเกษตรโดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนจากชาวบ้าน แต่ก็แปลกใจว่าทางราชการกลับมองไม่เห็นความสำคัญ

