หน้าแรก ภูมิภาค ทัวร์ลงฉ่ำ คน...

ทัวร์ลงฉ่ำ คนโพสต์ภาพหวิว คู่อนุสาวรีย์ ร.1 อ้างอยากโปรโมตบุรีรัมย์ ตร.แจ้ง พ.ร.บ.คอมพ์

25.03.24 | 16:38 น.

ทัวร์ลงฉ่ำ คนโพสต์ภาพวาบหวิว คู่อนุสาวรีย์ ร.1 ตร.เจอตัวแล้ว เอาผิด พ.ร.บ.คอมพ์ เจ้าตัวรับคิดน้อย-แต่งตัวโป๊อยู่แล้ว โพสต์เพราะอยากโปรโมตบุรีรัมย์ กลับโดนด่าถึงบุพการี

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้โซเชียล รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่และใกล้เคียงต่างไม่พอใจการกระทำของ สาวรายหนึ่ง ที่โพสต์เฟซบุ๊กปรากฏภาพตนเองนุ่งสั้นจนเห็นเนินอกและก้น ซึ่งยืนอยู่ด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช หรืออนุสาวรีย์ ร.1 จ.บุรีรัมย์ พร้อมข้อความว่า “โปรดมาเที่ยวเมืองของฉัน” ก่อนจะออกมาขอขมาและขอโทษในภายหลัง

เธอระบุว่า “พิมขอโทษคนบุรีรัมย์กับการกระทำครั้งนี้ที่ทำให้ทุกคนไม่สบายใจขอโทษที่มองข้ามความรู้สึกแรงศรัทธาของทุกคนที่รู้สึกไม่ดีกับการกระทำของพิมในครั้ง พิมอยากขอโทษพี่น้องชาวบุรีรัมย์และทุกคนที่มีแรงศรัทธา พิมไม่ได้มีเจตนาเหยียดหยาม หรือด้อยค่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์

พิมเพียงแต่รู้สึกว่าสถานที่นี้สวยงามและเป็นเสมือนแลนด์มาร์กประจำจังหวัดบุรีรัมย์ ตัวพิมเองพอมีผู้ติดตามอยู่บ้างจึงมีเพียงเจตนาเดียวคืออยากให้ทุกคนรู้จักจังหวัดเรามากยิ่งขึ้นและมาเที่ยวจังหวัดเรามากขึ้น

Advertisement

ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่พิมกล่าวมาอาจดูเห็นแก่ตัว แต่พิมรู้สึกผิดที่สุดจากใจ ขอโทษหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและพิมจะเก็บบทเรียนในครั้งนี้เป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตขอโทษคนที่ติดตาม แล้วทำให้ผิดหวัง ขอโทษจริงๆ รู้สึกผิด”

นพ.สนธยา วัฒนโกศล เจ้าของคลินิกหมอสนธยา ที่รักษาฟรีในวันสำคัญของราชวงศ์และสมาชิก “ชมรมรัก ร.1” เปิดเผยว่า เห็นภาพแล้วรู้สึกไม่สบายใจ เพราะเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เด็กอาจไม่รู้ว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเป็นผู้ก่อตั้งเมืองบุรีรัมย์เป็นครั้งแรกที่ชื่อว่า “เมืองแป๊ะ” ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นเมืองบุรีรัมย์จนถึงปัจจุบัน

นพ.สนธยากล่าวว่า แต่ถ้ามาขอโทษคนบุรีรัมย์และมากราบขอขมาอนุสาวรีย์ก็พอให้อภัยได้ แต่ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกโดยใช้คำว่า “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” สถานที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกแห่งคนไทยด้วยกันรู้ดี ดังนั้น จะสมควรหรือไม่ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของแต่ละคน

ด้าน นางอรทัย อายุ 59 ปี ผู้ดูแลอนุสาวรีย์ ร.1 กล่าวว่า เห็นภาพแล้วรู้สึกไม่สบายใจ เพราะสถานที่แห่งนี้มีทั้งชาวบุรีรัมย์และต่างจังหวัด นักกีฬาชื่อดังและนักฟุตบอลของทีมบุรีรัมย์ยูไนเต็ดมาบวงสรวงและกราบไหว้เป็นประจำ การขอโทษผ่านเฟซบุ๊กนั้น ส่วนตัวยังรู้สึกว่าไม่เพียงพอ จริงๆ แล้วจะต้องมาทำพิธีขอโทษและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบด้วยจึงเหมาะสม

ต่อมา พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ให้เร่งตามตัวผู้โพสต์มาดำเนินคดี กระทั่งชุดสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ทราบแล้วว่าผู้โพสต์คือ นายอภัสรา หรือ พิม อายุ 22 ปี ชาว ต.หนองสองห้อง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

พิมให้การรับสารภาพว่า เป็นคนถ่ายและโพสต์เอง แต่ไม่ได้ตั้งใจทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงจังหวัด หลังจากถ่ายและโพสต์ได้ไม่กี่นาทีมีคนเข้ามาคอมเมนต์จำนวนมาก จึงลบโพสต์ออก ยอมรับว่าคอมเมนต์แต่ละคนแรงมาก ด่าถึงบุพการีจนแทบรับไม่ได้ ทั้งที่ตนไม่ได้กระทำความผิดอาชญากรรม

พิมยอมรับว่าคิดน้อยไป จึงอยากเตือนผู้ที่เล่นโซเชียลให้ระวังการเล่นกับความศรัทธาและความรู้สึกของคน ตอนนี้เข้าใจแล้ว และทำการขอโทษผ่านสื่อไปแล้ว

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดภาพในวันนั้น พิมเผยว่า ปกติเป็นคนแต่งตัวโป๊อยู่แล้ว ประกอบกับคิดว่าบริเวณดังกล่าวเป็นแลนด์มาร์กของบุรีรัมย์ และต้องการโปรโมตให้บุรีรัมย์ แต่ไม่คิดว่าโซเชียลจะแรงขนาดนี้

ด้าน พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า หลังเกิดเป็นกระแสขึ้นมา ชุดสืบสวนของ สภ.เมืองได้ตรวจสอบกระทั่งพบว่าคนที่โพสต์เป็นชาย แต่เป็นสาวประเภทสอง

การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำต่อสิ่งที่ชาวบุรีรัมย์เคารพและศรัทธา ทำให้เกิดแรงต่อต้านสูง จึงเชิญตัวผู้โพสต์มาสอบสวน โดยเจ้าตัวให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหา “นำข้อมูลลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” และข้อหา ผู้ใดกระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัลโดยเปลือย หรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น ระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท ป.อาญา มาตรา 388 ส่ง พ.ต.ต.ถวิล หอมหวน สารวัตร (สอบสวน) เจ้าของคดี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป