หน้าแรก ภูมิภาค จับชายคลั่งยา...

จับชายคลั่งยา บุกทุบกระบะเพื่อนบ้านพังยับ สารภาพเสพไป 4 เม็ด

25.03.24 | 19:18 น.

จับชายคลั่งยา บุกทุบกระบะเพื่อนบ้านพังยับ สารภาพเสพไป 4 เม็ด

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กในชื่อ กมลชนก พิมพระ ไลฟ์สดลงในเพจกุดจับออนไลน์ อีสานอินดี้ หลังจากเพื่อนบ้านของพี่ชาย ที่บ้านอยู่ติดกัน เกิดอาการหลอนและคลุ้มคลั่งจากการเสพยาบ้า บุกเข้าบริเวณหน้าบ้านพี่ชาย ใช้ไม้ ถังน้ำ และอิฐบล็อก รวมทั้งสิ่งของอื่นๆ ขว้างปา และทุบรถปิกอัพที่จอดไว้หน้าบ้านพังเสียหาย และใช้มีดพร้าฟันต้นมะพร้าวน้ำหอมที่พี่ชายเพิ่งปลูกไว้ที่หน้าบ้านจนขาด ทั้งที่ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน

เหตุเกิดเมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา และตำรวจ สภ.กุดจับ ได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพักแล้ว แต่ถามว่าความเสียหายของรถที่ถูกผู้ก่อเหตุกระทำ ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ พี่ชายเป็นคนไม่ค่อยพูด และเป็นคนน่าสงสาร หลังภรรยาเพิ่งป่วยเสียชีวิตไป ยังมาถูกเพื่อนบ้านเมายาบุกทุบรถปิกอัพจนพังเสียหาย แล้วใครจะมารับผิดชอบซ่อมรถให้ ใครรู้ช่วยบอกที หลังโพสต์ได้ไม่นาน มีคนเขามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก

ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 25 มีนาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สภ.กุดจับ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี พบกับ ร.ต.อ.วุฒิชัย ชุดชาขำ รอง สว.สอบสวน สภ.กุดจับ ได้นำตัวนายสำราญ หรือเจ๊ก อายุ 45 ปี มาสอบปากคำเพิ่มเติม และมารับทราบข้อกล่าวหา หลังเริ่มมีสติ แต่ยังให้การไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ยอมรับว่าได้ก่อเหตุขว้างปาสิ่งของและบุกทุบทำลายรถปิกอัพยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ของนายแสวง ที่มีบ้านอยู่ติดกันจริง

Advertisement

โดยอ้างว่านายแสวงต่อท่อส้วมเข้ามาทิ้งขี้ภายในบ้านของตนเอง จึงทำให้ตนเกิดความโกรธ และยกมือไหว้ขอโทษผู้เสียหาย และญาติพี่น้องในสิ่งที่ตนเองทำลงไป เพราะเสพยาไป 3-4 เม็ด ทำให้ขาดสติและเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา บุกรุกในเคหสถานของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควรในเวลากลางคืน, ทำให้เสียทรัพย์ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ควบคุมตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดอุดรธานี ส่วนทางญาตินายสำราญ หรือนายเจ๊ก ผู้ก่อเหตุ ไม่ให้ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ และปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

ขณะที่นายแสวง อายุ 62 ปี ผู้เสียหาย และนางกมลชนก อายุ 60 ปี น้องสาว ที่เป็นคนไลฟ์สด เข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม อ.กุดจับ โดยมี น.ส.อรกัญญา นามจุมจัง ปลัด อ.กุดจับ เป็นผู้รับเรื่องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และจะนัดทางผู้เสียหาย และญาตินายสำราญ  หรือเจ๊ก ผู้ก่อเหตุ มาเจรจาไกล่เกลี่ยชดให้ค่าเสียหายซ่อมรถกันในวันที่ 4 เมษายนนี้ โดยผู้เสียหายแจ้งว่าอู่ซ่อมประเมินค่าซ่อมในราคา 59,200 บาท

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้านที่เกิดเหตุ เลขที่ 29 หมู่ 5 บ้านโสกแก ต.เมืองเพีย อ.กุดจับ จ.อุดรธานี พบชาวบ้านและญาติพี่น้องของนายแสวง ผู้เสียหาย จับกลุ่มพูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมกับนำผู้สื่อข่าวตรวจสอบแนวรั้วบ้านนายเจ๊ก ที่อ้างว่าบ้านนายแสวงต่อท่อส้วมไปทิ้งในเขตบ้านของนายเจ๊ก จากการตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริง ไม่มีท่อส้วมที่เจาะหรือต่อท่อเข้าไปในพื้นที่บ้านของนายเจ๊ก บ้านนายเจ๊กพื้นที่จะสูงกว่าพื้นที่บ้านของนายแสวงประมาณ 30 ซม. อย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่นายแสวงจะพาตรวจสอบความเสียหายรถปิกอัพที่ถูกทุบทำลายเสียหายรอบคัน

นายแสวงเล่าว่า เวลาประมาณ 03.30 น. ตนและหลานสาวอายุ 7 ขวบ นอนพักผ่อนอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงนายเจ๊ก ที่มีบ้านอยู่ติดกัน คลุ้มคลั่งโยนท่อนไม้และอิฐบล็อกเข้ามาใส่รถปิกอัพของตนที่จอดอยู่หน้าบ้าน ตนไม่กล้าออกไปห้ามเพราะกลัวจะได้รับอันตราย และเป็นห่วงหลานด้วย ได้แต่ยืนมองดูนายเจ๊กบุกเข้ามาใช้ไม้อิฐบล็อกทุบรถของตน รวมทั้งหมด 2 รอบ จึงโทรบอกน้องสาวให้ช่วยแจ้งผู้นำชุมชนและตำรวจมาช่วยตน และหลานสาวที่หลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านด้วย พอตำรวจมาถึงก็เข้าไปควบคุมตัวผู้ก่อเหตุในบ้านไปโรงพักอย่างทุลักทุเล เนื่องจากเขายังคลุ้มคลั่งไม่ให้จับตัว

”ตนไม่เคยมีเรื่องหรือมีปากเสียงกับนายเจ๊กเลย รู้เพียงว่าเขาติดยาบ้า เวลาเมายาก็จะอาละวาดคนในบ้าน หนักเข้าก็หาระรานเพื่อนบ้านจนเดือดร้อน แต่ไม่เคยบุกรุกทำลายข้าวของคนอื่น ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่หนักกว่าทุกครั้ง และมีอาการเมายาบ้ามา 3-4 วันแล้วก่อนจะเกิดเหตุ ส่วนตนก็ไม่เคยพูดคุยหรือสุงสิงกับเขา หลังจากเขามาเป็นเขยในหมู่บ้านประมาณ 10 ปี สาเหตุที่เขาโกรธเคืองตน คิดว่าตอนที่เขาคลุ้มคลั่งอาละวาดอยู่บ้านของเขา ทำให้แม่ยายเขาวิ่งหนีตายมาขอความช่วยเหลือ หลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านของตน เพราะกลัวลูกเขยจะทำร้ายเอา และตอนนี้เขาก็อยู่บ้านตามลำพัง ลูกเมีย และยาย หนีไปอยู่ที่อื่นกันหมดแล้ว และจะเอาเรื่องเขาให้ถึงที่สุด”

นางกมลชนก น้องสาวนายแสวง ผู้เสียหาย เล่าว่า เวลาประมาณ 04.00 น. พี่ชายโทรมาขอความช่วยเหลือว่า ถูกนายเจ๊กขว้างปาสิ่งของใส่รถ และบุกเข้ามาทุบรถซ้ำจนพังเสียสาย ให้ตนช่วยแจ้งตำรวจและผู้นำชุมชนมาช่วยเหลือด้วย เพราะพี่ชายอยู่กับหลานสาววัย 7 ขวบตามลำพัง ตนจึงโทรแจ้ง 191 ให้ช่วยแจ้งตำรวจ สภ.กุดจับ เข้ามาจับกุมตัวนายเจ๊กที่บ้าน แต่เขาไม่ให้จับตัวโดยง่าย เพราะฤทธิ์ยาบ้ายังไม่หมด พร้อมกับร้องเอะอะโวยวาย ตำรวจ 4 นาย ก็แทบจะเอาเขาไม่อยู่ ไม่รู้เขาเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน สุดท้ายก็ถูกตำรวจควบคุมตัวไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก

”หากเขาสำนึกผิด ทางเราก็พร้อมให้อภัย เพราะเราไม่ใช่คนใจร้ายใจดำ ยังเห็นเขาเป็นคนบ้านเดียวกัน แต่เขาเป็นบุคคลอันตรายต่อสังคม พี่ชายตนและชาวบ้านต้องอยู่ด้วยความหวาดระแวง เมื่อตำรวจจับตัวไปดำเนินคดี ก็รู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หากไม่จับตัวไปหรือปล่อยออกมา ชาวบ้านจะระวังตัวได้ขนาดไหน ไม่รู้ว่าเขาจะคลุ้มคลั่งเมื่อใด ชาวบ้านหวาดผวาคนพวกนี้กันมาก ไม่ใช่แต่บ้านโสกแก หมู่บ้านอื่นก็มีคนแบบนี้จำนวนมาก ไม่อยากให้ชาวบ้านหรือคนบริสุทธิ์ตกเป็นเหยื่อคนจำพวกนี้อีกต่อไป จึงขอฝากถึงเจ้าหน้าที่บ้านเมืองให้ปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังและเด็ดขาดกับคนพวกนี้ ขนาดเขาเสพยาบ้าไป 3-4 เม็ด ยังขนาดนี้ หากเสพไป 5 เม็ด หรือมากกว่านี้จะคลั่งขนาดไหน”