หน้าแรก ภูมิภาค เชียงใหม่ไม่แ...

เชียงใหม่ไม่แผ่ว ฮอตสปอต 54 จุด PM2.5พุ่งอันดับ 1 โลกอีกครั้ง หมอเตือน ‘ฝุ่นจิ๋ว’ อันตรายกว่าที่คิด

26.03.24 | 14:25 น.

เชียงใหม่ไม่แผ่ว ฮอตสปอต 54 จุด PM2.5 พุ่งอันดับ 1 โลกอีกครั้ง หมอเตือน ‘ฝุ่นจิ๋ว’ อันตรายกว่าที่คิด ล่าสุดจับต่างด้าวแอบเข้าป่า รูปพรรณคล้ายขบวนการขนยาเสพติด ส่งตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่น PM2.5 เชียงใหม่ รายงานพบจุดความร้อน (Hotspot) ประจำวันรอบเช้า จำนวน 54 จุด ในพื้นที่อำเภอสะเมิง 13 จุด ฮอด 9 จุด เชียงดาว 8 จุด อมก๋อย 7 จุด แม่แตง 5 จุด พร้าว 3 จุด แม่วาง 3 จุด ดอยเต่า 2 จุด ฝาง 2 จุด แม่อาย 1 จุด และเวียงแหง 1 จุด ส่งผลให้ความเข้มข้นของฝุ่นสูงเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง

โดยวันนี้ดัชนีคุณภาพอากาศขึ้นอันดับ 1 ของโลกอีกครั้ง ท้องฟ้าเหนือเมืองเชียงใหม่ขมุกขมัว ลมอ่อน หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงขึ้นบินปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยใช้เทคนิคการลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศผกผันด้วยการโปรยน้ำปรับลดอุณหภูมิ เพื่อระบายฝุ่นละออง โดยใช้เครื่องบินเกษตร ชนิด CN จำนวน 1 ลำ และ CASA จำนวน 3 ลำ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. บริเวณพื้นที่เป้าหมายภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง อาทิ จังหวัดน่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน และเชียงใหม่ ผลการปฏิบัติงานในเบื้องต้นมีแนวโน้มฝุ่น PM2.5 ลดลง

รศ.นพ.เฉลิม ลิ่วศรีสกุล ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รายงานผ่านการเสวนาฝุ่นควันภาคเหนือถึงผลกระทบว่า หลักฐานเชิงประจักษ์แสดงให้เห็นว่า ฝุ่น PM2.5 มีผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพของประชากรภาคเหนือรวมถึงเชียงใหม่ ปัญหาไม่จำกัดเฉพาะโรคระบบการหายใจ แต่เกิดในทุกระบบ ทำให้อัตราการเสียชีวิตสูงขึ้น ยิ่งใกล้แหล่งเผา ยิ่งมีผลกระทบมาก ประชาชนควรสวมใส่หน้ากากอนามัยที่มีมาตรฐานและสามารถป้องกันฝุ่นขนาดเล็กได้เป็นประจำเมื่ออยู่นอกบ้าน หรือแม้แต่ในบ้านที่ไม่มีเครื่องกรองฝุ่น เพราะฝุ่นเล็กกว่า PM2.5 ไมครอน จะไปติดที่ถุงลม และฝุ่นขนาดเล็กกว่า 0.1 ไมครอน ทะลุเข้ากระแสเลือด

ส่วนที่โรงแรมเซ็นทารา อำเภอเมืองเชียงใหม่ พล.ท.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว กรมกิจการชายแดนทหาร กองทัพไทย เป็นประธานการประชุมความร่วมมือชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เรื่องแนวทางการแก้ไขไฟป่า หมอกควันข้ามแดนไทย-ลาว โดยมีผู้แทนกรมเอเชียตะวันออก กรมควบคุมมลพิษ ศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขมลพิษ เข้าร่วมหารือและแนวทางปฏิบัติในการร่วมกันแก้ไขปัญหาไฟป่าข้ามแดนระหว่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นควันที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่องในระยะกว่า 10 ปีที่ผ่านมา

Advertisement

ส่วนนายประกาศิต ระวิวรรณ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแดง อำเภอเชียงดาว รายงานว่า ได้กำลังเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานผาแดงที่ 4 โป่งอาง เจ้าหน้าที่ทหารกองบังคับการควบคุมผาดง หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ เจ้าหน้าที่ทหาร ร.17 พัน 3 ฝ่ายปกครองออกตรวจลาดตระเวนปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ และตั้งจุดสกัดในพื้นที่เสี่ยงเพื่อกดดันกลุ่มผู้มีพฤติกรรมล่าสัตว์ป่า ทำไม้ และเผาป่า ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแดง และตรวจพบชายใส่เสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวลาย นอนอยู่บริเวณป่าด้านทิศเหนือบ้านโป่งอาง หมู่ 5 ตำบลเมืองนะ จึงไปเข้าสอบถามแต่ชายคนดังกล่าวพูดภาษาไทยไม่ได้ จึงคุมตัวมาที่ทำการอุทยานแห่งชาติผาแดง และใช้ล่ามแปลภาษา ทราบชื่อนายสิระ ไม่ทราบนามสกุล สัญชาติเมียนมา มาจากบ้านนากองมู และลักลอบเข้ามาในประเทศไทยประมาณ 1 ปี ผ่านช่องทางธรรมชาติบ้านอรุโณทัย ตำบลเมืองนะ มีอาชีพเกี่ยวหญ้าคาขาย

วันนี้ตั้งใจเดินเท้าจากบ้านนาศิริเข้าป่าเพื่อมาหาปลา จากการตรวจค้นพบไฟแช็ก 1 อัน มีด 1 ด้าม ฉมวกแทงปลา 1 อัน และเงินสดจำนวน 60 บาท ตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด รับสารภาพว่าเสพยาบ้า จำนวน 2 เม็ด ยืนยันว่าจะมาหาปลา ส่วนไฟแช็กและมีดเตรียมมาเพื่อดำรงชีวิตในป่า เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต เสพยาบ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต นำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 19 (7) และมาตรา 45 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และเข้าไปในเขตป่าอุทยานแห่งชาติผาแดงโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบคลิปวิดีโอ จากกล้องดักถ่าย หรือ Camera Trap บริเวณป่าด้านทิศเหนือของบ้านแม่กอน พบว่านายสิระมีรูปพรรณสัณฐานเหมือนหนึ่งในทีมขบวนการลำเลียงยาเสพติด จึงประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เพื่อสอบสวนและรวบรวมข้อมูลไว้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป